ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ตีพิมพ์ใน..วารสารเทคโนโลยี(สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น)31(175)มิย.-ก.ค.47 หน้า 161-163

ผมได้มีโอกาสร่วมเป็นคณะทำงานเขียนหนังสือ บันทึกผู้นำสานสู่ฝัน

ที่มุ่งให้เป็นเอกสารเพื่อนร่วมทางสำหรับผู้บริหารโรงเรียนในฝัน

ได้เกิดความอบอุ่น มีความมั่นใจในความรู้ ความคิดของตนเอง

ตลอดเส้นทางการบริหารสู่เป้าหมายของโรงเรียนในฝัน

             คณะทำงานพยายามเฟ้นเอาเฉพาะแก่นของการบริหารยุคใหม่มานำเสนอ ซึ่งทุกคนต่างฟันธงว่า  คนที่จะเป็นผู้บริหารในยุคใหม่โดยเฉพาะผู้บริหารโรงเรียนในฝัน “ต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงผมจึงขออนุญาตนำแนวคิดจากหนังสือนี้มาสรุปเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการ โดยสังเขป

             ผู้นำ ( Leader)  คือบุคคลที่ได้รับมอบหมายซึ่งอาจโดยการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งและเป็นที่ยอมรับของสมาชิกให้มีอิทธิพลและบทบาทเหนือกลุ่ม สามารถจูงใจชักนำหรือชี้นำให้สมาชิกของกลุ่มรวมพลังเพื่อปฏิบัติภารกิจต่างๆของกลุ่มให้สำเร็จ

           ผู้นำกับผู้บริหารจึงมีความแตกต่างกันผู้บริหารอาจเป็นคนเดียวกับผู้นำก็ได้แต่ผู้บริหารไม่ได้เป็นผู้นำกันทุกคนและผู้บริหารสามารถพัฒนาเป็นผู้นำได้

           ผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำ (Leadership )จึงเป็นผู้ที่สามารถใช้อิทธิพลของบุคคลหรือตำแหน่งให้ผู้อื่นยินยอมปฏิบัติตามเพื่อที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของกลุ่มตามที่ได้กำหนดไว้

           ผู้นำจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารที่สามารถจัดการด้านเทคนิคสามารถริเริ่มและชี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้

           คณะทำงานได้นำเสนอคุณลักษณะของผู้บริหารซึ่งไม่ได้ใช้อำนาจที่ติดมากับตำแหน่งแต่ใช้อำนาจของผู้ครองตำแหน่งสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้มีคุณภาพสูงขึ้นโดยจำแนกคุณลักษณะของผู้บริหารที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไว้ 4คุณลักษณะใหญ่และ 18 คุณลักษณะย่อย ดังนี้

 

  1.รอบรู้กว้างไกล

1.1 บริหารการเปลี่ยนแปลง โดยการนำการเปลี่ยนแปลงมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสอาศัยการวางแผนเป็นการเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงและปรับสภาพการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับบริบทของหน่วยงานและเป็นเชื้อเพลิงในการผลักดันให้หน่วยงานมุ่งสู่สภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

1.2 วางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning )โดยวางยุทธ์ศาสตร์ในการปฏิบัติงานอันชาญฉลาด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดของผลงาน

1.3 มองทุกอย่างรอบด้าน ( BalancedScorecard ) ด้วยการนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ โดย

อาศัยการวัดผลงานอย่างสมดุลรอบด้านซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานเกิดความสอดคล้องเป็นเอกภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน

1.4  เทียบงานเทียบคน ( Benchmarking )โดยการเทียบเคียงหรือเปรียบเทียบการดำเนินงานของหน่วยงานตนเองกับหน่วยงานอื่นที่พัฒนาก้าวหน้าแล้วเพื่อนำสิ่งที่ดีมาปรับใช้และพัฒนาหน่วยงานตนเองให้ดียิ่งขึ้น

1.5 มีจิตใจมุ่งบริการโดยใช้ระบบการให้บริการที่ดีและมีมโนทัศน์การบริหารที่เป็นเลิศ(Service Concept ) เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับบริการ

  2.

เปิดใจกว้าง

 2.1กล้าตัดสินใจ โดยพิจารณาทางเลือกที่เห็นว่าดีที่สุดเหมาะที่สุด จากทางเลือกหลายๆทางเพื่อนำมาดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเกิดประโยชน์สูงสุดและเกิดผลเสียหายน้อยที่สุด

 2.2คิดใช้กลยุทธ์ในสภาวการณ์ที่โลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วหากต้องการประสบความสำเร็จจำเป็นต้องรู้กลเม็ดการคิดเชิงกลยุทธ์ โดยผู้บริหารต้องมีความสามารถในการกำหนดวิธีการทำงานที่ดีที่สุดภายใต้สภาวะต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

2.3 นำคน นำงาน

ผู้นำยุคการเปลี่ยนแปลงจะยึดหลักการ มีวิสัยทัศน์ เป็นนักปฏิบัติ

และสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการทำงาน ผู้นำยุคใหม่

จะปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง 

สร้างและผลักดัน     วิสัยทัศน์ให้บรรลุผล

มอบหมายงาน กำกับทิศทางของงานให้ผู้อื่นทำงานที่ถูกต้อง

มีการโน้มน้าวชักจูง เป็นที่พึ่งให้คำปรึกษาแนะนำ

และนำองค์กรสู่ความท้าทายใหม่ๆเช่น สังคมพื้นฐานความรู้

องค์กรแห่งการเรียนรู้ การบริหารแบบองค์รวม เป็นต้น 

2.4 CEO ( Chief  Euecutive Officer) โดยมีความเป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการ มีภาวะผู้นำเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง มีการทำงานแบบเชิงรุก มีการคิดนอกกรอบรู้ปัญหาและสามารถระดมสรรพกำลังมาร่วมทำงานให้บรรลุเป้าหมาย

2.5 ICT ( Information and CommunicationTechnology) การบริหารในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก การบริหารการจัดการและการตัดสินใจที่ดีจึงต้องมีระบบข้อมูลที่ดีจึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร

  3. สร้างความร่วมมือ

3.1ปรับตัวและยืดหยุ่น (Adaptation and Flexibility)ผู้บริหารซึ่งต้องดูแลและควบคุมการบริหารเพื่อแก้ปัญหา ป้องกันปัญหาพัฒนาองค์กรให้เหมาะสมสอดคล้องกับสังคม เหตุการณ์สถานการณ์และบุคคลจึงต้องมีความสามารถในการปรับตัวและมีความยืดหยุ่นในการบริหาร

3.2 มุ่งการสื่อสารการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องใช้ศาสตร์ศิลป์และการฝึกฝนจนเกิดทักษะในการเตรียมตัวสื่อสารต้องถามตัวเองก่อนว่า จะส่งสารให้ใครอยากให้เขาเข้าใจว่าอย่างไร มีอะไรที่จะจงใจให้เกิดการตอบสนองจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสารที่ส่งและรับจะตรงกัน แล้วเตรียมสารและส่งสารอย่างมีประสิทธิภาพ

3.3 ประสานสัมพันธ์การบริหารจะประสบผลสำเร็จได้ต้องอาศัยและได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันดำเนินการให้บรรลุผลตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้การประสานสัมพันธ์ที่ดีต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นไปในทางที่ดีสร้างสรรค์และเกิดความสบายใจ พอใจกันทุกฝ่าย

3.4 ร่วมมือกันทุกฝ่าย ในการบริหารแบบมีส่วนร่วมนั้นต้องตระหนักเสมอว่า “มากคนมากวัตถุประสงค์  มากวิธีการ  มากข้อมูล มากผลที่ต้องการ”  ทำอย่างไรจึงจะทำให้คนจากหลายฝ่าย หลายคนหลายภูมิหลัง หลายค่านิยม หลายจุดมุ่งหมายของชีวิต หลายวิธีคิด มาผูกสัมพันธ์กับผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องจนเป็นพลังสู่ความสำเร็จ

     4.

ยึดถือผลสำเร็จ

 4.1รับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ (Accountability) การสร้างและนำความสำเร็จให้กับองค์กรหรือหน่วยงานในความรับผิดชอบให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามนโยบาย แผนงาน และโครงการหรือกิจกรรมที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต้องยึดหลักสำคัญของการมีจิตสำนึกในหน้าที่ และความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

4.2 มุ่งผลสัมฤทธิ์   การบริหารที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ (Result -Based  Management : RBM)ไม่ใช่เพียงให้เกิดผลผลิต (Out puts)  เท่านั้น แต่เป็นการทำงานที่มุ่งให้เกิดทั้งผลผลิตและผลลัพธ์ (Out comes)ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดด้วย

4.3 Coaching   ผู้บริหาร คือ โค้ชภาระที่สำคัญคือการส่งทอดความรู้ประสบการณ์ภูมิปัญญาให้แก่ผู้นำรุ่นต่อไปขณะเดียวกันก็ต้องขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของบุคลากรให้บรรลุผลสำเร็จโดยการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

4.4 จัดการทรัพยากร(Managing Resources)ทรัพยากรเป็นปัจจัยนำเข้าสู่กระบวนการบริหารและเปลี่ยนแปลงมาสู่ผลผลิตเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรทรัพยากรทุกประเภทมีลักษณะพื้นฐานที่สำคัญร่วมกันผู้บริหารจึงต้องจัดการใช้ทรัพยากรให้ถูกประเภทโดยใช้อย่างประหยัดคุ้มค่า และ เกิดประโยชน์สูงสุด

ถ้าจะถามว่า “ทำไมผู้บริหารจึงต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วย”  ก็จะได้รับคำตอบว่าเพราะผู้บริหารคือ ผู้นำสูงสุดขององค์กรซึ่งมีอำนาจในการที่จะตัดสินใจนำพาองค์การไปสู่เป้าหมายดังที่พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีได้เคยกล่าวไว้ว่า

                      

“ … วิธีคิดต้องเปลี่ยน 

วิธีทำงานต้องเปลี่ยน 

                           เพราะโลกมันเปลี่ยน และเปลี่ยนเร็วด้วย... ”

***************************

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธเนศ ขำเกิด



ความเห็น (0)