เทคนิคปลอดเชื้อ ความเร็ว ทักษะ เป็นสิ่งสำคัญมนการเลี้ยงเซลล์ การฝึกฝน ฝึกทักษะ ต้องลงมือทำ ดูอย่างเดียว ไม่เกิดการเรียนรู้ทั้งหมด
สวัสดีครับ
วันนี้ผมขอนำเสนอประสบการณ์เลี้ยงเซลล์มะเร็งครั้งแรกของผม มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปนั่งดู เรียนรู้วิธี เทคนิคต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจ เรียนรู้ถึงขั้นตอน เทคนิคที่เกิดขึ้นในขบวนการเลี้ยงเซลล์มะเร็ง ที่ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเตรียมตัวสำหรับการทำงานวิจัยของผม ผมนั่งดูเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามขั้นตอนต่างๆ ได้แต่มองดู ร่วมกับการสอบถามข้อสงสัยของผมจากเจ้าหน้าที่ แต่ผมไม่ใช้ประสาทสัมผัสอื่นๆ

แต่วันนี้พิเศษสำหรับผม จะมีการแยกเซลล์จากถาด และผมได้รับโอกาสให้ฝึกทักษะในงานนี้ โดยผมได้ใส่ถุงมือ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ต้องเปิดถาดและเปิดขวดด้วยมือข้างเดียวด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ คือ การนำขวดต่างๆรวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงผ่านความร้อนจากแก๊ส เพื่อฆ่าเชื้อที่อาจปนเปื้อนระหว่างการแยกเซลล์ ผลที่เกิดขึ้น ผมถูกความร้อนจากเปลวไฟลวกมือเล็กน้อย ถุงมือติดไฟ แต่ดับไฟทัน
สิ่งที่ได้เรียนรู้
1.ขาดทักษะ ความบกพร่องของผมเอง เนื่องจากที่ผ่านมาผมได้ดู แต่ไม่ทราบว่าควรใช้ระยะห่างระหว่างปากขวดของที่ใส่สารเหลวเลี้ยงเซลล์กับไฟยังเท่าไร ถึงจะเหมาะสม
2.ความไม่รู้ ว่าความร้อนที่เกิดจากไฟที่เกิดขึ้นในขณะทำการเผาเพื่อฆ่าเชื้อที่ปากขวด ร้อนมากน้อยเพียงใด? ร้อน อุ่น?
3.อาจเกิดอันตรายกับตนเอง จากความผิดพลาดระหว่างปฏิบัติงาน ระมัดระวัง

เมื่อแก้ไขปัญหาจากไฟลวกมือได้แล้ว ผมก็ทำงานต่อ ลงมือใช้เครื่องมือยังไม่คล่อง เก้ๆกังๆ ใช้ไปเปต(pipette) ดูสารเหลวติดๆขัดๆ ดูดสารมากไป จนสารเหลวล้นออกมาถึงที่เครื่องดูด ดูดเกินบริเวณที่กำหนด เกิดการปนเปื้อน ต้องหยุดงานชั่วระยะ เพื่อทำการล้างเครื่องดูด
สิ่งที่ได้เรียนรู้
1.การจดจ่อที่เป้าหมายเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป เพราะผมมองแต่ที่ปลายของไปเปตด้านล่างว่าดูดตรงตำแหน่งที่กำหนดในถาดหรือไม่ แต่ไม่ได้ดูที่ปลายด้านบนที่ต่อกับเครื่องดูด จึงทำให้เกิดการปนเปื้อน ดังนั้นการทำงานควรดูแบบองค์รวม ก็มีความสำคัญ ดูทั้งหมด อย่าดูแต่ส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะความผิดพลาด มักเกิดในบริเวณที่ขาดการเฝ้าดูได้เหมือนกัน
2.การใช้น้ำหนักหรือใช้แรงในการกดเครื่องมือ เพื่อดูดหรือปล่อยสารเหลว ผมยังขาดทักษะ การฝึกซ้อม มีความจำเป็น ดูด้วยตาอย่างเดียว ไม่สามารถเก่งได้ ต้องลงมือ ลงมือปฏิบัติ ไม่ลอง ไม่รู้ ดูก็เห็น แต่ยังไม่สามารถรับรู้ ได้ทั้งหมด
และผมก็ลงมือทำงานต่อ จนสำเร็จ โดยการควบคุมของเจ้าหน้าที่หรือพี่เลี้ยงคือ คุณจุ๋ม (ผมต้องขอบคุณอย่างมาก ที่ให้คำแนะนำในระหว่างที่ผ่านมาและดำเนินการครั้งนี้)
นอกจากนี้ ความรวดเร็ว การระมัดระวัง ยังเป็นสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้อีกมาก
ส่วนผลงานการเลี้ยงเซลล์จะสำเร็จหรือไม่?
เซลล์จะเกิดหรือเติบโตหรือไม่?
จะมีการปนเปื้อนหรือไม่?
ผมคงต้องเรียนรู้ ฝึกฝนต่อไป ครับ
สำหรับวันนี้ผมได้รับประสบการณ์หลายอย่าง ได้เรียนรู้ ได้ลองผิด ลองถูก และเห็นด้วยกันการฝึกฝน อดทน ลำบาก เพื่อสร้างทักษะที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคต... ครับ
สวัสดีครับ มาหาความรู้ ทำให้เข้าใจมากขึ้น
ถอดบทเรียนรู้อยู่เสมอ สมเป็นผู้กล้าจริง ๆ ค่ะ ข้าน้อยขอคารวะ
(สงสัยติดตามลีซานมากเกินไปค่ะ)
เรียน ทุกท่าน
ขอบคุณครับ ที่แวะมาเยี่ยม
การบันทึกเพื่อการเรียนรู้นี้ หวังว่าอาจเป็นแนวทางของผู้ที่ต้องลงมือปฏิบัติเช่นผมในอนาคตต่อไป และให้ความสำคัญของการฝึกฝน วางแผนเริ่มต้นการทำงาน จะได้ไม่ต้องเจอความเสี่ยงและความผิดพลาดเช่นผม... ครับ
ขอบคุณมากครับ ที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์อีกครั้งหนึ่ง
สวัสดีค่ะอาจารย์
เรื่องเล่าของอาจารย์เป็นงานวิจัย R2R เลยนะคะเนี๊ยะ...
มาขอความกรุณาอาจารย์ใส่ป้ายคำว่า R2R ให้วง R2R ได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกันกับอาจารย์ได้ไหมคะ...(ขออีกล่ะ ^__^)ขอไปตั้งวงชวนคิดชวนคุยที่บันทึกนี้หน่อยคะ
http://gotoknow.org/blog/kapoomr2r/260970
ขอบพระคุณค่ะ
กะปุ๋ม
ได้ความรู้ในอีกแง่มุมหนึ่งนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ได้เรียนรู้ไปด้วย และได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ผมยินดีด้วยคนครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์อยากทราบว่าอาจารย์ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเซลล์มะเร็งต่อหรือไม่คะ ถ้าทำต่ออยากจะขอให้อาจารย์ช่วยชี้แนะแนวทาง ประสบการณ์ ข้อควรปฏิบ้ติในการเพาะเลี้ยงด้วยค่ะ เนื่องจากต้องการนำมาใช้ปรับปรุงการทดลองงานวิจัยค่ะ ช่วยชี้แนะด้วยนะคะ ติดต่อทางอีเมล์ [email protected] ก็ได้ค่ะ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ