ฝัน...ทุกคนมีสิทธิ์ฝันกันทั้งนั้น แต่จะมีสักกี่คนที่ฝันแล้วได้ไต่ตามฝันของตัวเอง อย่างจริงจังและมุ่งมั่นเช่นกลุ่มต้นกล้าฝัน
“ต้นกล้าฝัน” เป็นกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มุ่งมั่นเรียนรู้เรื่องการถ่ายทำสารคดีแล้วนำเอาวิชาความรู้เหล่านี้มาใช้ในการถ่ายทำสารคดี นำเสนอเรื่องราวดีดีของคนเมืองน่านในการพัฒนาถิ่นฐานบ้านเกิด สารคดีเล็กๆ ของคนเล็กๆ แต่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีพลังที่ยิ่งใหญ่ ผมดูแต่ละเรื่องที่พวกเขากลั่นออกมาแล้ว ได้แต่ปิติ ปิติในแง่งามและมุมคิดที่คนกล้าฝันกล้านำเสนอ

“หนานเอ” วุฒิกร พุฒิกุล เป็นแกนนำหลักของกลุ่มคนกล้าฝัน ผมรู้จักหนานเอ เมื่อครั้งที่ยังเป็นพระวุฒิกร อิสสระโร ตั้งแต่เมื่อคราวไปร่วมงานสืบชะตาแม่น้ำสองสาย ที่บ้านสบยาว ต.เมืองจัง อ.ภูเพียง และมารู้จักคุ้นเคยกันยิ่งขึ้น เมื่อมาร่วมงานโครงการครอบครัวเข้มแข็ง เมื่อปี ๒๕๓๗ ในงานวิจัยครอบครัวเข้มแข็ง ผมได้เรียนรู้ถึงแง่งามของชีวิตและธรรมชาติหลากหลายเรื่องจากหนานเอ และคนบ้านสบยาว รวมถึงเรื่องราวดีดีที่ได้ทำไว้ที่สบยาว ไม่ว่าจะเป็นการสืบชะตาแม่น้ำสองสาย, การอนุรักษ์พันธุ์เอื้องป่า, การทำฝายแม้ว, และงานครอบครัวเข้มแข็ง และอีกหลายงาน
(หมายเหตุจากหมู่บ้าน บ้านสบยาว เป็นหมู่บ้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่โอบกอดไปด้วยขุนเขา สายน้ำสองสายหลัก คือแม่น้ำน่าน และแม่น้ำยาว ที่มาบรรจบกัน ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้การอนุรักษ์ป่าชุมชน การอนุรักษ์เอื้องป่า และการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำหรือวังปลา เป็นแหล่งที่เกิดปรากฎการณ์ปลากอง คือปลามารวมกันจำนวนมากๆ เพื่อวางไข่)

คนนำทาง ช่วงที่มีการพัฒนาศักยภาพของทีมงานเยาวชนและครอบครัว มูลนิธิฮักเมืองน่าน ได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาสื่อภาคประชาชน ได้มีการจัดอบรมทีมสื่อเยาวชนอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะเทคนิคการทำสารคดี ช่วงนี้เองทำให้ทีมเยาวชนฮักเมืองน่านได้มีโอกาสฝึกฝนตนเองจากมืออาชีพอย่างเช่นขบวนการตาสัปปะรด และทีมอื่นๆ ทำให้บ่มเพาะความรู้ประสบการณ์ และเก็บเกี่ยวเอาความรู้มาฝึกฝนลงมือปฏิบัติด้วยตนเองอย่างจริงจัง จนเกิดสื่อคนรุ่นใหม่ขึ้น “ต้นกล้าฝัน” ก็เป็นหน่ออ่อนหนึ่งที่แตกกอขึ้นมาท่ามกลางการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ที่มิเพียงที่จะกล้าคิด กล้าฝัน หากแต่กล้าเสนอทางเลือก และทางออกให้กับสังคมคนเมืองน่าน และคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง
แม้ในวันที่หนานเอ ได้ตัดสินใจสึกจากนักบวชออกมาเผชิญโลก อันเป็นโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ความมุ่งมั่นและตั้งใจของเขายังไม่เคยเปลี่ยนแปลง เขายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาถิ่นฐานบ้านเกิด และสร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้กับสังคมอยู่เสมอๆ
“ศูนย์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง” ชื่อยาวจนจำไม่ค่อยได้ แต่เรามักเรียกกันติดปากว่า “ศูนย์การเรียนรู้ไชยสถาน” มากกว่า เพราะตั้งอยู่ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่หนานเอและพวกพ้องได้ช่วยกันบุกเบิกสร้างทางเลือกของการทำเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง เป็นการสร้างทางเลือกให้เกษตรกรที่ไม่จำนนต่อสารเคมีและการปลูกพืชแบบไร้ใจ เขาพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตรที่สำคัญคือ “ไอ้รถถัง 4 in 1” นับเป็นนวัตกรรมของชาวบ้านที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในการเกษตรแบบพอเพียง

ผักที่ปลูกได้มิเพียงเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนทำงานเท่านั้น หากแต่เป็นการบอกสังคมให้รู้ว่า “เกษตรกรรม” ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ทำร้ายตนเอง นั้นมีอยู่จริง และมีอยู่ได้ ผักที่ปลอดภัยจากสารพิษที่ออกจากศูนย์การเรียนรู้นี้จึงเป็นเครื่องหมายการันตีว่า “เมื่อกล้าฝัน ความเป็นจริงก็อยู่ไม่ไกล” ผักที่นี่จึงเป็นผักที่บ่มฟักด้วยใจ ใจที่รักจะเรียนรู้ รักและปรารถนาดีต่อผู้ปลูก ผู้กิน และสิ่งแวดล้อม มิใช่เป็น “ผักไร้ใจ” ที่ปลูกกันกลาดเกลื่อนไป
ในขณะเดียวกัน “กลุ่มต้นกล้าฝัน” ก็แบ่งเวลาตะเวนไปตามชุมชนต่างๆ ไปเสาะหาเรื่องราวดีดี แง่งามของชีวิต คน ธรรมชาติ มานำเสนอผ่านสารคดีของพวกเขา จนทำให้กลุ่มคนกล้าฝันกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก จนเริ่มมีคนรู้จักและชักชวนไปทำสารคดีต่างๆ อย่างมากมาย

แม้ว่าวันนี้พวกเขาจะสามารถยืนหยัดอยู่ในแถวหน้าของคนสร้างฝัน คนสร้างสื่อทางเลือกของคนเมืองน่าน ได้อย่างไม่อายใคร แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุหรือเป็นปุถุชนคนธรรมดาก็ตาม นั่นคือ “อุดมการณ์และสำนึกรักแผ่นดินถิ่นเกิด” ที่มีอยู่เต็มในหัวใจของพวกเขา
และที่สำคัญเขากล้าฝัน กล้าเสนอทางเลือกให้กับสังคม นี่คือเรื่องราว “ต้นกล้าฝัน” ที่ผมสัมผัสได้ในจิตวิญญาณของพวกเขา
ด้วยจิตคาราวะ
พ่อน้องซอมพอ
๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒
ขอบคุณภาพสวยๆ จาก www.jainan.org และ โครงการสิ่งแวดล้อมศึกษา
........................................................

ดูเรื่องราวและผลงานของพวกเขาได้ที่นี่ “มดคันไฟ ตอนฮักน่าน” และ “เติมหัวใจให้สังคมน่าน”
ยอดเยี่ยมเลยนะน้องๆ คนน่านเราก็เก่งเหมือนกัน ทำงานงานเพื่อสังคม อือหายากๆ ขอเป็นกำลังใจให้นะคับ
รักbbนะ