นานๆ ครั้งที่จะได้มีโอกาสไปทำบุญตามความเชื่อที่ถูกอบรมมาจากชาวบ้านคือพ่อแม่และเครือญาติ เย็นเมื่อวาน เพื่อนท่านหนึ่งชวนไปทำบุญวันวิสาขบูชา ซึ่งผมก็ไม่ขัดข้อง เพราะต้องอยู่ห่างไกลกับหวานใจคนโปรด คงไม่มีโอกาสไปวัดร่วมกัน ก็ไปกับเพื่อนนี่แหละ วันรุ่งขึ้น หกโมงกว่าๆ หลังจากอาบน้ำเสร็จจึงปั่นจักรยานไปซื้ออาหารที่ตลาดพระอินทร์ และเลยไปสำนักปฏิบัติธรรมเศวตฉัตรสมบูรณ์ (วัดปลายนา)

  วันนี้เห็นคนมาทำบุญหนาตามาก คงเพราะเป็นวันหยุดนั่นเอง ระหว่างปั่นจักรยานนั้น ผมก็อธิษฐานจิตไปด้วย ด้วยบุญที่ได้ถวายทานวันนี้............................................ โดยไม่ต้องไปยกอาหารขึ้นเหนือศีรษะตามที่เห็นชาวพุทธเขาทำตามๆกัน คิดแต่เพียงว่า ตั้งเจตนาไว้ดีแล้ว ก็เริ่มต้นได้เลย เมื่อไปถึงจึงนำอาหารไปใส่ในภาชนะ อาหารบนโต๊ะเยอะแยะ ซึ่งสอดคล้องกับคนเยอะแยะเช่นกัน

  ลานวัดยังคงเป็นลานอาราม มีลมเย็นๆโชยมา พร้อมกับเสียงธรรมบรรยายจากหลวงพ่อ (ไม่ทราบเหมือนกัน น่าจะเป็นหลวงปู่เทียนหรือไม่ เสียงคล้ายหลวงพ่อพุทธทาส แต่ไม่ใช่หลวงพ่อพุทธทาส) เอาเป็นว่า จะเป็นหลวงพ่อไหนก็ได้ เมื่อฟังแล้ว ให้รู้สึกดี ดี และดี

  ผมเดินไปหยิบเสื่อปูนั่งใต้ถุนกุฏิ ซึ่งมีที่เก็บและสามารถหยิบเอาไปปูนั่งได้ ระหว่างที่ฟังเสียงธรรมก็นั่งอ่านพระไตรปิฎกฉบับประชาชน ของ อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ไปด้วย (ผมเอามาจากห้องพักใส่ตะกร้ารถจักรยานไปด้วย) พักใหญ่มีนักกิจกรรมหญิง ๒ คน เชิญชวนเด็กๆ มาเล่นกิจกรรม ไม่นานก็ถึงเวลาฉันข้าวของพระสงฆ์ น่าจะเก้า-สิบโมง ประมาณนี้ จากนั้นมีการแจกหนังสือสวดมนต์ พระภิกษุรูปหนึ่งหยิบไมค์ขึ้นและประกาศให้ฟังว่า หนังสือนี้ แจกครอบครัวละ ๑ เล่ม เผื่อจะมาร่วมกิจกรรมในทุกวันอาทิตย์ (แต่ผมก็ไม่ได้เอาหนังสือแจกนั่นมาด้วย)

  ไม่นานจึงมีการไหว้พระสวดมนต์แปล โดยพระภิกษุประธานสงฆ์เป็นผู้นำ ก่อนมาถึงวัด ผมตั้งใจว่าจะมาอ่านพระไตรปิฎกเล่มนั้นระหว่างเขาสวดมนต์แปลกัน แต่ไหนๆ หนังสือสวดมนต์อยู่ตรงหน้า ก็นำมาพิจารณากับเขาหน่อยก็ดี หนังสือไตรปิฏกอยู่กับเราอยู่แล้ว ค่อยอ่านก็ได้ ระหว่างสวดมนต์แปลไปกับเหล่านักแสวงบุญนั่น ผมรู้สึกว่า สำเนียงสวดมนต์ของผมกับพระภิกษุผู้นำนั้นแตกต่างกัน วรรคตอนก็ขัดๆกันบ้าง ก็จะอะไรที่ไหนเล่า เมื่ออายุ ๑๓ ปี มีโอกาสบวชเป็นสามเณรภาคฤดูร้อน หนังสือสวดมนต์แปลคือฉบับของสวนโมกขพลาราม สำเนียงจึงต่างกัน แต่คิดว่า ฉบับสวนโมกข์น่าจะเป็นหนังสือสวดมนต์แปลฉบับแรกของไทย เมื่อพิจารณาเนื้อความกับที่สวดเช้านี้ ดูไม่แตกต่างกัน หากจะมีก็วรรคตอน และคำบางคำ

  ระหว่างสวดมนต์ ให้รู้สึก "ดีเหมือนกัน" ไม่ได้สวดมานานแล้ว เหลือบไปเห็นลุงท่านหนึ่ง ที่นั่งอยู่บนเสื่อข้างๆ ลุงท่านไม่ต้องใช้หนังสือเลย หลับตาสวดปากเปล่า "สุดยอด" เข้าใจว่า ลุงคงสวดมนต์บ่อยครั้ง จึงจำได้หมด หลังจากสวดมนต์เช้าเสร็จ จึงกรวดน้ำ แผ่เมตตา เจริญจิตภาวนา ถวายทาน รับพร พระฉันภัตตาหาร ชาวบ้านไปหยิบอาหารมาทาน ส่วนผมกับเพื่อนไปหยิบน้ำมาคนละ ๑ แก้ว จึงชวนกันปั่นจักรยานกลับ และแวะซื้ออาหารที่ตลาดพระอินทร์ ก่อนจะกลับมาถึงห้องพักโดยสวัสดิภาพ