พระมงคลธรรมวัฒน์
พระเถระผู้สร้างอุโบสถมิตรภาพไทย-อเมริกัน
อุโบสถหนึ่งเดียวในแผ่นดินสยาม ที่สร้างโดยกองทัพอเมริกัน
-----------------------------------
พระมงคลธรรมวัฒน์ มีนามเดิม บุญจันทร์ นามสกุล ประสานพิมพ์อายุ ๘๑ ปี เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๙ ณ บ้านปากน้ำ(บุ่งสระพัง) ตำบลกุดลาด อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โยมบิดา ชื่อ นายคำ ประสานพิมพ์ โยมมารดา ชื่อ นางคูณ ประสานพิมพ์
บรรพชาที่วัดปากน้ำ ตำบลกุดลาด อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ขณะมีอายุ ๑๕ ปี โดยมีพระครูคัมภีรญาณวัดบ้านแคน ตำบลดอนมดแดง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยมีญาท่านทา หอมสมบัติ เป็นผู้สอนข้อวัตรปฎิบัติในเบื้องต้น ต่อมา ญาท่านทา หอมสมบัติ ได้นำตัวไปฝากเป็นศิษย์ศึกษาข้อวัตรปฏิบัติเพิ่มเติมจากพระครูวิโรจน์รัตโนบล(รอด นนฺตโร) วัดทุ่งศรีเมือง พระเถระผู้บูรณะพระธาตุพนม และ ผู้สืบต่อปฏิปทาข้อวัตรปฏิบัติจากครูบาอาจารย์สายพระอริยวงศาจารย์ ญาณวิมลอุบลสังฆปาโมกข์ สมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระมงคลธรรมวัฒน์ อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดปากน้ำ ตำบลกุดลาด อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๙โดยมีพระครูคัมภีรญาณ วัดบ้านแคน ตำบลดอนมดแดง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการดี กนฺตสีโล วัดดงบังเหนือ ตำบล ดอนมดแดง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานีเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการกุ ปญฺญาวโร วัดยางวังไฮ ตำบลดอนมดแดงอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “จตฺตสลฺโล” แปลว่า “ผู้ถอนลูกศร คือ กิเลสเครื่องผูกรัดได้แล้ว”
เมื่อพระมงคลธรรมวัฒน์ยังเป็นสามเณร พระครูวิโรจน์ฯ ผู้เป็นอาจารย์ชราภาพมากแล้ว แม้ชราภาพเช่นนั้น ท่านก็ยังมีเมตตาออกมาที่บ้านปากน้ำอยู่เป็นประจำ จวบจนวาระสุดท้ายแห่งการมรณภาพ ท่านก็ยังมีเมตตาให้ลูกศิษย์นำขึ้นแคร่หามออกมาโปรดลูกหลาน ทำพิธีสะกดสิ่งไม่ดี ให้มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ด้วยท่านมีความผูกพันกับหมู่บ้านแห่งนี้มาช้านาน มีลูกศิษย์อยู่ที่นี่มาก เนื่องจากสมัยที่ไปบูรณะพระธาตุพนม มีชาวบ้านปากน้ำบวชเป็นศิษย์ศึกษาอยู่กับท่านมาก และได้ติดตามท่านไปบูรณะพระธาตุพนม พระครูวิโรจน์ฯ จึงถือวัดนี้เป็นวัดของลูกศิษย์
ภายหลังเมื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว พระมงคลธรรมวัฒน์ ได้ไปพำนักอยู่วัดปทุมมาลัย กับพระเมธีรัตโนบล เจ้าคุณอาจารย์ เพื่อศึกษาเล่าเรียน จนสามารถสอบได้ประโยคครูพิเศษมูล จังหวัดอุบลราชธานี
หลังจากศึกษาเล่าเรียน มีความรู้พอสมควรแล้ว ประจวบกับวัดปากน้ำว่างเจ้าอาวาสลง ท่านจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด เริ่มพัฒนาชุมชนในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการศึกษา ถนนหนทาง และการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ท่านได้ทำให้ทหารอเมริกาเกิดศรัทธาและสร้างโรงเรียนประจำหมู่บ้านผลักดันให้เกิดโรงเรียนโรงนาและธนาคารข้าวขึ้นในชุมชน จนต่อมา ได้รับรางวัลยกย่องให้เป็นบุคคลดีเด่น ผู้ทุ่มเทให้กับการพัฒนาท้องถิ่นตนเองอย่างยิ่ง จากการเสนอต่อรัฐบาลไทย ของทหารสหรัฐอเมริกา สมัยนั้น
ในช่วงที่ทหารสหรัฐอเมริกากับทหารฝ่ายญี่ปุ่น กำลังขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ในมหาสงครามเอเชียบูรพา เครื่องบินสหรัฐอเมริกาได้มาตกบริเวณหมู่บ้านปากน้ำ โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงเป็นเหตุให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นเขตที่ทหารสหรัฐอเมริกาต้องคอยเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว เครื่องบินของกองทัพสหรัฐอเมริกาก็ออกบินลาดตระเวนเป็นประจำ คืนวันหนึ่ง ขณะทหารนำเครื่องบินออกบินลาดตระเวนผ่านมาถึงบริเวณวัดป่าพิฆเณศวร์ ซึ่งเป็นวัดร้างริมฝั่งแม่น้ำมูล ก็เห็นลำแสงจากป่าบริเวณดังกล่าว พุ่งตรงเข้าใส่เครื่องบิน ทำให้ทหารสหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่า บริเวณนั้นอาจมีข้าศึกหลบซ่อนอยู่
ทันทีที่คำรายงานผ่านจากเครื่องบินบนท้องฟ้าส่งตรงไปยังฐานทัพ หน่วยเคลื่อนที่เร็วของกองกำลังทหารอเมริกา ก็รุกคืบเข้าผืนป่าแห่งนั้นอย่างเงียบกริบทันที ผืนป่าถูกปิดล้อม หมู่บ้านถูกเข้าตรวจ แต่ก็ไร้วี่แววของสิ่งผิดปกติใดๆ ทำให้ทหารสหรัฐอเมริกาแปลกประหลาดใจเป็นอย่างมาก จนกลายเป็นเรื่องเล่าขานกันทั่วฐานทัพ หมู่บ้านแห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักของเจ้าหน้าที่ทางบ้านเมือง ตลอดจนทหารสหรัฐอเมริกา สมัยนั้น
ต่อมาทหารสหรัฐอเมริกา ได้รับฟังเรื่องราวต่างๆ จากพระมงคลธรรมวัฒน์ ถึงความน่าอัศจรรย์ของป่าแห่งนี้ ว่า มักจะเกิดลำแสงประหลาดพุ่งขึ้น ในวันพระ ๑๕ ค่ำ แม้ทหารสหรัฐอเมริกาก็ประจักษ์ด้วยตนเอง จนเกิดศรัทธา นำไปสู่การสร้างอุโบสถขึ้น
พระมงคลธรรมวัฒน์เล่าว่า “สิ่งที่เป็นความหวังซึ่งมีอยู่ตลอดมา คือ ต้องการสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้นใช้แทนหลังเดิมซึ่ง ทรุดโทรมมากแล้ว อยากสร้างอุโบสถติดลวดลายลงรักปิดทองอย่างวัดใน กรุงเทพฯ”
ก่อนหน้านี้ท่านเคยลงไปกรุงเทพฯ หลายครั้ง ไปฝากลูกศิษย์เรียนหนังสือบ้าง ไปเยี่ยมลูกศิษย์บ้าง และชอบเดินดูอุโบสถตามวัดใหญ่ๆ ซึ่งล้วนแต่วิจิตรงดงาม และวัดที่ท่านประทับใจมาก คือ วัดพระแก้ว แล้วก็ตั้งความหวังว่า จะต้องสร้างโบสถ์อย่างนี้ให้ได้ แต่ปัญหาที่สำคัญ คือ การหาทุนสร้างอุโบสถ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ไกลเกินความเป็นจริง
สิ่งที่ท่านคิดว่าเป็นเรื่องยากกลับกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมา เพราะก่อนที่ทหารสหรัฐอเมริกาจะถอนกำลังออกจาก ฐานทัพอุบลราชธานี ได้ให้ความช่วยเหลือท่านในการพัฒนาวัด พระมงคลธรรมวัฒน์จึงตัดสินใจสร้างอุโบสถ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านปรารถนา และเป็นสิ่งที่สร้างได้ยากมากในต่างจังหวัด
และแล้วเหล็ก อิฐ หิน ปูน ทราย อันเป็นอุปกรณ์ในการสร้างโบสถ์ก็ถูกลำเลียงเข้าสู่หมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้ง ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการสร้างโรงเรียน และเป็นภารกิจสุดท้ายในฐานทัพอุบลราชธานี ของกองทัพสหรัฐอเมริกา
โครงสร้างอุโบสถสำเร็จเป็นรูปร่างในระยะเวลาอันสั้น พร้อมกับการถอนตัวออกจากฐานบินอุบลราชธานี ของทหารกองทัพสหรัฐอเมริกา แต่ความหวังของพระมงคลธรรมวัฒน์ยังไม่สัมฤทธิ์ผล ตราบใดที่อุโบสถหลังนี้ ยังไม่ได้ติดลวดลายและลงรักปิดทองอย่างวัดในกรุงเทพฯ ตามความปรารถนา ชาวบ้านต่างเรียกร้องให้มีพิธีสมโภชอุโบสถ แต่ท่านก็ปล่อยอุโบสถหลังนี้ค้างไว้ เฝ้ารอความหวังครั้งใหม่อยู่อย่างเงียบๆ
ตาปะขาวนิมิตให้สร้างอุโบสถต่อ
ในขณะที่อุโบสถหลังเก่าเริ่มผุพังลงตามกาลเวลา จนไม่สามารถซ่อมแซมได้ อุโบสถหลังใหม่ที่ทหารอเมริกันให้ความช่วยเหลือ ในการสร้างก็ยังขาดทุนทรัพย์ ไม่สามารถดำเนินการสร้างต่อให้เสร็จสมบูรณ์ได้
คืนหนึ่ง พระมงคลธรรมวัฒน์นิมิตว่า มีตาปะขาวถือพานดอกไม้ธูปเทียนเข้ามานั่งคุกเข่าตรงหน้าท่าน ขอให้ท่านสร้างโบสถ์ต่อให้เสร็จ
ในนิมิตท่านได้แย้งว่า ท่านไม่สามารถที่จะสร้างโบสถ์ให้เสร็จได้ในขณะนี้ เพราะยังไม่มีเงิน ซึ่งต้องใช้ปัจจัยอีกจำนวนมาก ตาปะขาวบอกท่านว่าเป็นหน้าที่ของเขาที่จะช่วยเหลือ แต่ขอให้ท่านรับปากว่าจะสร้างโบสถ์ให้แล้วเสร็จ พระมงคลธรรมวัฒน์บอกว่า ท่านทำให้ได้ แต่จะให้ทำอย่างไร ตาปะขาวจึงบอกให้ไปขุดเอาของมีค่าที่วัดป่าพิฆเณศวร์ ขึ้นมาเป็นทุนในการสร้างโบสถ์
เช้าวันนั้น พระมงคลธรรมวัฒน์ตื่นนอนด้วยความรู้สึกชุ่มชื่นเบิกบานใจ และเต็มไปด้วยความหวังอันงดงามว่า น่าจะเป็นนิมิตดีที่บ่งบอกว่า ท่านจะสามารถสร้างอุโบสถหลังนี้ให้แล้วเสร็จได้ ตามความประสงค์ แม้จะยังมองไม่เห็นหนทางว่าจะสำเร็จด้วยวิธีใด
ท่านพยายามลำดับเหตุการณ์จากวันที่คิดจะสร้างอาคารเรียน ให้กับโรงเรียนในหมู่บ้าน ตลอดจนสร้างอุโบสถหลังใหม่ในวัด สิ่งเหล่านี้ก็สำเร็จได้โดยไม่คาดฝัน เนื่องจากมีเหตุการณ์บางอย่างชักนำให้เกิดสิ่งแปลกประหลาดขึ้น จนสามารถสร้างอาคารเรียน และอุโบสถหลังใหม่ขึ้นโดยที่แทบจะไม่ได้ใช้เงินเลย
พระมงคลธรรมวัฒน์เก็บนิมิตและความครุ่นคิดต่างๆ ไว้ในใจอย่างเงียบๆ วันหนึ่ง ท่านตัดสินใจไปพบครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือ และได้กราบเรียนให้ทราบถึงนิมิตเช่นนี้ ครูบาอาจารย์ตรวจดูก็เห็นจริงตามนิมิต พระมงคลธรรมวัฒน์ตั้งเครื่องสักการบูชาน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย คุณครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อธิษฐานจิตด้วยความสุจริตใจว่า
“หากสิ่งของมีจริงตามนิมิตก็จะนำขึ้นมาเฉพาะเท่าที่ใช้ใน การดำเนินการสร้างอุโบสถให้แล้วเสร็จเท่านั้น มากกว่านี้ไม่ต้องการ”
และ พระมงคลธรรมวัฒน์ ก็ได้สิ่งของขึ้นมาตรงตามนิมิตทุกประการ นอกจากสิ่งของมีค่าแล้ว ก็ยังพบข้าวของเครื่องใช้อีกหลายอย่าง พร้อมทั้งกระดูกของคนที่ถูกฝังอยู่ในผืนดินนั้นด้วย พระมงคลธรรมวัฒน์ได้สร้างพระพุทธรูปและนำสิ่งของบางอย่างบรรจุไว้ใต้ฐานพระพุทธรูป และได้สร้างเจดีย์สำหรับบรรจุกระดูกดังกล่าวไว้ที่วัดป่าพิฆเณศวร์นั้น พร้อมทั้งทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ตามประเพณีนิยม ท่านสรุปเหตุการณ์ในช่วงนี้ว่า
“ท่านมาเข้าฝัน พอหลวงพ่อเข้าวัดป่า ทุกอย่างแจ่มแจ้งหมดเลย หลวงพ่อชี้ให้ขุดตรงไหน ขุดลงไปก็เจอของตรงนั้น แสดงว่าท่านอยากให้ ตรงไหนเขาไม่ให้แตะต้องไม่ได้เลยโดยเด็ดขาด” ในที่สุด พระมงคลธรรมวัฒน์ก็ได้ดำเนินการสร้างอุโบสถต่อ และสามารถสร้างอุโบสถลงรักปิดทองได้แล้วเสร็จดังความตั้งใจ
นิมิตถึงหลวงพ่อเงิน
ต่อมา พระมงคลธรรมวัฒน์ ได้นิมิตอีกครั้งว่า ตาปะขาวคนเดิมมาหาท่าน และบอกว่าที่วัดป่าพิฆเณศวร์ยังมีสมบัติอยู่มาก แต่ไม่สามารถที่จะนำขึ้นมาได้ พร้อมกับระบุตำแหน่งให้ท่านทราบ ของบางอย่างเจ้าของเขาไม่ให้ ของบางอย่าง นำขึ้นมาก็จะเกิดอันตรายแก่ผู้ครอบครอง แต่ยังมีของสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ควรที่จะอยู่ใต้แผ่นดิน อยากให้ไปเอาขึ้นมาเก็บรักษาไว้ เพื่อเป็นสมบัติของพระศาสนาให้ลูกหลานได้เคารพสักการบูชา ของสิ่งนั้น คือ “พระพุทธรูปเงิน”จะเกิดพายุ ต้นตาลภายในวัดป่าจะหัก ปลายตาลหักไปทางทิศไหน ก็ให้ไปขุดตรงที่ปลายตาลล้มลง ครั้นแล้ว คนในชุดขาวก็หายไป
เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา พระมงคลธรรมวัฒน์เกิดความรู้สึกเป็นสุขเอิบอิ่มใจอย่างประหลาด ครั้นต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ดังนิมิต
ชาวบ้านได้เล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า “ปกติต้นตาลเป็นต้นไม้ที่มีความแข็งแรง แม้ถูกลมพัดก็ยากที่จะหักโค่น แต่วันนั้นต้นตาล ในวัดร้างเมื่อถูกลมก็หักโค่นลงผิดปกติวิสัย สิ่งที่แปลกและน่าอัศจรรย์ คือ แทนที่ต้นตาลจะล้มไปตามแรงลม แต่ต้นตาลกลับทวนกระแสลม ล้มลงทางทิศเหนือ”
พระมงคลธรรมวัฒน์ได้นำชาวบ้านไปที่วัดป่า แล้วจุดธูปเทียน เครื่องสักการบูชาคุณพระรัตนตรัย คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ พร้อมกับอธิษฐานจิตอย่างแน่วแน่และมั่นคงว่า
“หากเป็นจริงดังนิมิต ท่านก็จะรักษาพระพุทธรูปไว้ให้เป็นที่เคารพสักการบูชาของลูกหลานและพุทธศาสนิกชนสืบไป ขออย่าได้มีอุปสรรคใดๆ มาขัดขวาง”
ครั้นแล้วก็ขุดตรงที่ปลายต้นตาลหักลงตามนิมิต เมื่อขุดลงไปลึกประมาณชั่วคนยืน ก็ได้พบแผ่นศิลา ๔ เหลี่ยมถูกจัดไว้ในลักษณะหีบ มีความสวยงาม อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ทุกประการ ถูกฝังอยู่ใต้ดิน ลักษณะของการฝังผู้ฝังมีการเตรียมการไว้อย่างดี เมื่อเปิดฝาหีบออก ก็ปรากฏว่า ภายในหีบมีทรายเนื้อละเอียดขาวใสบริสุทธิ์เต็มหีบ เมื่อทรายต้องแสงอาทิตย์ก็ส่องประกายวาว ระยิบระยับ เมื่อนำทรายออกมา ก็เห็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเนื้อเงินบริสุทธิ์ประดิษฐานอยู่ภายในหีบศิลานั้น ดังนิมิต พระมงคลธรรมวัฒน์บอกว่า “เสียดายที่หลวงพ่อไม่ได้เก็บทรายนั้นไว้”
พระพุทธรูปนั้นคงพุทธลักษณะที่มีความงดงาม แม้จะถูกฝังรักษาไว้ใต้พื้นดินก็ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ผิวเงินยังสวยงามโดยไม่ได้รับการกระทบกระเทือนใดๆ พระมงคลธรรมวัฒน์อัญเชิญหลวงพ่อเงินประดิษฐานไว้ แล้วน้อมลงกราบด้วยปีติและศรัทธาที่ตั้งมั่น จากนั้น จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดปากน้ำ และถวายนามว่า “หลวงพ่อเงิน”
เพราะความผูกพันที่มีต่อบ้านเกิด และต้องการให้ลูกหลานได้ศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน พระมงคลธรรมวัฒน์ได้สร้างพิพิธภัณฑ์ประจำหมู่บ้านขึ้นมาหลังหนึ่ง ให้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์บ้านปากน้ำ วิถีชีวิตชาวบ้านลุ่มน้ำบุ่งสระพัง”เพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บรวบรวมโบราณวัตถุ และประวัติความเป็นมาของชุมชนแห่งนี้ จะได้เป็นแหล่งศึกษาของประชาชนต่อไป
เที่ยวอุบล
ดีครับ สาธุ