... ภาพที่ 1: การจูบหรือเลียปากหมูอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ > Thank [ flickr ] by Guru [ saminmo ] ... ภาพที่ 2: ภาพจาก BBC > คราวนี้มาในสไตล์แถบสีเยอรมนี คือ แต้มสีดำ = ตาย; สีแดง = ตรวจยืนยันว่าใช่แล้ว; สีเหลือง = สงสัย ยังไม่ได้ตรวจยืนยัน > Thank Guru from [ BBC ] ................................................................................... องค์การอนามัยประกาศเตือนภัยระดับ 5 แล้ว (มี 1-6 ระดับจากน้อยไปจุดสูงสุด) ส่วนทางสหรัฐฯ บอกให้ประชาชน "ใจเย็นๆ" และจะไม่ปิดพรมแดนเม็กซิโกด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ... ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกหรือไข้หวัดหมู (สหรัฐฯ กำลังพิจารณาเปลี่ยนชื่อ เนื่องจากเนื้อหมูขายไม่ค่อยออกแล้ว ปรากฏการณ์นี้คล้ายไข้หวัดนำที่ทำให้คนจำนวนมากไม่ยอมกินไก่และไข่) ทำให้เศรษฐกิจเม็กซิโกหดตัว 8% ไปแล้วเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก (3 เดือนแรก) ของปี 2551 เม็กซิโกซิตี้ (เมืองหลวงเม็กซิโก) เป็นเมืองบนภูเขา มีภูเขาล้อมรอบ (คล้ายๆ กับลำปาง-เชียงใหม่) ทำให้อากาศเสียถ่ายเทได้ไม่สะดวก มีปัญหาแผ่นดินทรุดจากการดูดน้ำบาดาลใช้มาก ทว่า... มีจุดดีที่คนเม็กซิโกรักสนุก มองโลกในแง่ดี ... ประชาชนในเม็กซิโกซิตี้มีอย่างต่ำ 20 ล้านคน (กรุงเทพฯ มีคนอย่างต่ำ 6.5 ล้านคน) ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ ประมาณ 3.1 เท่า [ ให้นำ 543 ไปบวกปี ค.ศ. จะได้ปี พ.ศ. ] ... โอกาสตายจากไข้หวัดเม็กซิโกหรือไข้หวัดหมูมีประมาณ 5.2% หรือประมาณ 1 ใน 20 ต่ำกว่าไข้หวัดนกมากกว่า 7.2 เท่า ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ... ที่มา
> 30 เมษายน 2552.
(1). มีคนติดเชื้อในประเทศแล้ว ทำให้สายเกินไปที่จะปิดพรมแดน
(2). มียาต้านไวรัสสำรองไว้แล้ว 50 ล้านชุด (ประชากรสหรัฐฯ มี 306.32 ล้านคน) [ UScensus ]
(3). คนไข้นอกเม็กซิโกเกือบทั้งหมดมีอาการแบบเบาๆ ไม่หนักหนาสาหัสอะไร มีคนไข้รายเดียวที่หนักคือ เด็กอายุ 22 เดือน (1 ปี 10 เดือน) ที่พ่อแม่พากลับไปเยี่ยมบ้านที่เม็กซิโก ซึ่งน่าจะติดเชื้อจากเม็กซิโก
ปี 2003 > ไข้หวัดนก (H5N1) ทำให้คนทั่วโลกตาย 257 คนจากคนไข้ 421 ราย คิดเป็นโอกาสตาย = 61.05%
ปี 1957 > ไข้หวัดใหญ่ระบาดทำให้คนตาย 2 ล้านคน
ปี 1968 > ไข้หวัดฮ่องกงระบาดทำให้คนตาย 1 ล้านคน
ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ทำให้คนตายปีละ 250,000-500,000 คน
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.