ไข้หวัดหมูหรือไข้หวัดเม็กซิโก คืออะไร?
ไข้หวัดหมู หรือไข้หวัดเม็กซิโก ชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า A/H1N1 ซึ่งเป็นเชื้อไข้หวัดหมูพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือ “Antigenetic Shift” ซึ่งเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู และไข้หวัดใหญ่อาจเข้าไปอยู่ในตัวหมูที่เป็นพาหะนำโรค ต่อมาเซลล์ในตัวหมูถูกไวรัสตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปโจมตี ทำให้หน่วยพันธุกรรมไวรัสดังกล่าวผสมปนเปกันระหว่างการแบ่งตัวกลายเป็นเชื้อพันธุ์ใหม่ขึ้นมาตามปกติเชื้อไข้หวัดหมูจะติดคนที่สัมผัสหมูโดยตรงเท่านั้น เช่นผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าหมู แต่เชื่อว่าอาจแพร่จากคนสู่คนผ่านการไอ การจามหรือรับเชื้อจากวัสดุที่มีเชื้อโรคเกาะอยู่บนพื้นผิวแต่การบริโภคผลิตภัณฑ์จากหมูไม่มีอันตรายแต่อย่างใด ฟังดูน่ากลัวไม่ใช่น้อย
ไวรัส ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่มีลักษณะพันธุกรรม หรือยีนแตกต่างจากไวรัสไข้หวัดหมูในอดีต เพราะมีองค์ประกอบของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์รวมอยู่ด้วยกัน ประกอบด้วย 1.เชื้อไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ 2.เชื้อไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ และ 3.เชื้อไข้หวัดหมูที่พบบ่อยในทวีปยุโรปและเอเชีย
อาการที่บ่งบอกว่าติดเชื้อไวรัสชนิดนี้
ผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ เช่นไข้ขึ้นสูงติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ คลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วง และปวดศีรษะรุนแรง ซึ่งสามารถทำให้ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง นั้นถึงแก่ชิวิตได้เลยทีเดียว
สถานการณ์ในประเทศต่างๆ
เม็กซิโก
- ทางการเม็กซิโกต้องสั่งปิดโรงเรียน ห้องสมุด โรงภาพยนตร์ และสถานที่สาธารณะที่เป็นแหล่งรวมตัวของฝูงชนในกรุงเม็กซิโกซิตี้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตซึ่งตัวเลขที่ยืนยันได้อยู่ที่ 68 คน และมีผู้ติดเชื้อกว่า 1,000 คน ในขณะที่องค์การอนามัยโลกระบุว่า ได้ติดต่อประสานงาน กับหน่วยงานสาธารณสุขของเม็กซิโกแล้ว และกำลังหวั่นเกรงว่าไวรัสที่พบล่าสุดจะเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถติดต่อจากคนสู่คน รวมทั้งกำลังพิจารณาว่าจะต้องออกประกาศเตือนการเดินทางไปเม็กซิโกหรือไม่
- ยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดหมู่ที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศเพิ่มสูงขึ้นเป็น 81 คน และมีผู้ป่วยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล 1,324 คน รัฐบาลเม็กซิโกออกคำสั่งพิเศษเมื่อวานนี้ให้อำนาจกระทรวงสาธารณสุขสามารถแยกกักตัวผู้ป่วย ตลอดจนตรวจค้นบ้านเรือน นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศพร้อมทั้งกระเป๋าสัมภาระเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไข้หวัดหมู ขณะที่มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ไปประจำที่สนามบินในกรุงเม็กซิโกซิตี้เพื่อแจกแบบสอบถามให้ผู้โดยสารเครื่องบินระบุว่ามีอาการไข้หวัดหรือไม่ ตลอดจนมีการแจกหน้ากากอนามัย และเอกสารแผ่นพับให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้หวัดหมูแก่ประชาชนตามสถานีรถโดยสาร และรถไฟฟ้าใต้ดิน นอกจากนี้ยังสั่งปิดโรงเรียนทั่วเมืองหลวง และอีกหลายรัฐจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม
- ขณะเดียวกันรัฐมนตรีสาธารณสุขเม็กซิโกได้ปฏิเสธกระแสคาดการณ์ของสื่อในประเทศที่รายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐอาจได้สัมผัสกับเชื้อโรคไข้หวัดหมูในช่วงที่เยือนกรุงเม็กซิโกซิตี้เมื่อ 10 วันที่แล้ว หลังโรคดังกล่าวเริ่มระบาดในพื้นที่ดังกล่าว ขณะเดียวกันทำเนียบขาวของสหรัฐยืนยันแล้วว่าโอบามาไม่ได้ป่วยด้วยอาการของไข้หวัดหมู
- ประธานาธิบดีเฟลิเป้ คัลเดรอน เตือนว่า ประเทศกำลังเผชิญกับการระบาดของไวรัสชนิดใหม่ แต่พยายามคลายความหวาดกลัวของประชาชนโดยยืนยันว่าโรคไข้หวัดหมูชนิดนี้รักษาให้หายได้ และทางการมียารักษาโรคในปริมาณมากเพียงพอ
สหรัฐอเมริกา
- สหรัฐฯรายงานว่าผู้ติดเชื้อไข้หวัดหมู 8 คนที่รัฐแคลิฟอร์เนียกับรัฐเท็กซัส หายดีแล้ว แต่เมื่อวันเสาร์ได้รายงานผู้ป่วยคนที่ 9 ในรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งหายดีแล้วเช่นกัน และพบสามีภรรยาคู่หนึ่งในรัฐแคนซัสที่ป่วยหลังสามีกลับมาจากเม็กซิโก แต่อาการป่วยไม่รุนแรง ในวันเดียวกัน มีรายงานนักเรียนกว่า 100 คนในย่านควีนส์ของรัฐนิวยอร์ค กับญาติบางคน มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด แต่ไม่รุนแรงขึ้นขั้นต้องเข้าพยาบาล มีการยืนยันแล้วว่าเด็กคนเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ ซึ่งอาจเกิดจากไข้หวัดหมู แต่กำลังมีการตรวจสอบเพิ่มเติมอยู่(ล่าสุดข้อมูลวันที่ 29 เมษายน 52 มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 คน)
- ศูนย์ควบคุม และป้องกันโรคสหรัฐ หรือซีดีซี คาดว่า จะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกไปทั่วประเทศในตอนนี้เพราะยังไม่เกิดภาวะที่เรียกว่าโรคระบาด แม้จะยอมรับว่า เชื้อไวรัสที่พบล่าสุดเป็นสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบมาก่อนโดยผสมกันระหว่างไวรัสสายพันธุ์ที่พบในหมู นก กับในคน
แคนาดา
- เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแคนาดาให้แพทย์ช่วยเฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจของผู้ที่เดินทางมาจากเม็กซิโก ศูนย์ควบคุมโรครัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา แถลงว่า อาการของผู้ป่วยหนักในเม็กซิโก ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตา หายใจไม่สะดวก และร่างกายเหนื่อยล้ามาก โดยอาการป่วยจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรงภายในเวลา 5 วัน
ฝรั่งเศส
- รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศว่าน่าจะพบภายในไม่กี่วันนี้ เพราะมีการสัญจรทางอากาศทั่วโลก จึงได้สั่งปิดโรงเรียนฝรั่งเศสในกรุงเม็กซิโก ซิตี้แล้ว และให้คำแนะนำแก่พลเมืองของตนในเม็กซิโกเพื่อป้องกันไว้ก่อน
อังกฤษ
- ที่สหราชอาณาจักร รัฐบาลได้จัดทำสิ่งพิมพ์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ ให้กับประชาชน
ตลอดจนการเดินทางระหว่างประเทศ โดยประสานงานกับองค์การอนามัยโลกและศูนย์ป้องกันควบคุมโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิดด้วย (ข้อมูลจาก : Bangkokhealth.com)
ข้อมูลการแพร่กระจาย ของเชื้อไวรัสชนิดนี้
- จากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ นอกจากจะพบในประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นต้นตอของไวรัสชนิดนี้แล้ว ยังพบผู้ที่ติดเชื้อในประเทศต่างๆอีก เช่น อเมริกา แคนาดา สเปน และอังกฤษ( ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047652 )
1.ประเทศ เม็กซิโก (ทั้งประเทศ)
2.ประเทศ อเมริกา รัฐ ■แคลิฟอร์เนีย ■เท็กซัส ■นิวยอร์ก ■แคนซัส ■โอไฮโอ
3.แคนาดา รัฐ■บริติชโคลอมเบีย ■โนวาสโกเทีย
(ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา ข้อมูลเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2552)
เตรียมรับสถานการณ์ในประเทศไทย
1.การประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หรือไข้หวัดหมู ซึ่งจะออกเป็นประกาศกระทรวงแจ้งให้ประชาชน และหน่วยงานขององค์กรสาธารณสุขทราบถึงสถานการณ์ของโรคเป็นระยะ ทั้งนี้จากการประสานงานกับองค์การอนามัยโลกทราบว่า แต่ละประเทศตื่นตัว และจัดหามาตรการดูแลประชาชนด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบการระบาดมากขึ้นองค์การอนามัยโลกอาจประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม โรคดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการกินเนื้อหมู ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้ติดตามเรื่องนี้และยังไม่พบเชื้อดังกล่าวในหมูแต่อย่างใด
2.จนถึงขณะนี้ ประเทศไทยยังไม่เคยพบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ดังกล่าว และจากการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา ตั้งแต่ต้นปี 2552 -ปัจจุบัน พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวน 3,159 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่แตกต่างกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2551 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดการเฝ้าระวังโรค รวมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือ ทั้งด้านการตรวจวินิจฉัย การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย การเตรียมเครื่องมือและเวชภัณฑ์
การป้องกัน
1. การป้องกันทั่วไป ควรหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ล้างมือบ่อยๆ กรมควบคุมโรคได้เปิดศูนย์ call acenter ให้ประชาชนสอบถามสถานการณ์ของโรคได้ที่หมายเลข 0-2590-3333
2. เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป เชื้อที่อยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอหรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือ และสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก และตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมู ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก หากป่วย และมีอาการดังกล่าว ควรสวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด ประชาชนทั่วไปควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผัก ผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า ล้างมือบ่อยๆ
คำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง โรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก
ฉบับที่ 1
เนื่องจากในขณะนี้ได้เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (สายพันธุ์ เอช1เอ็น1) แพร่ติดต่อระหว่างคนสู่คน มีผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยปอดบวม และผู้เสียชีวิตกระจายไปมากในหลายเมืองของประเทศเม็กซิโก และจากข้อมูลองค์การอนามัยโลก ณ วันที่ 27 เมษายน 2552 มีผู้ป่วยที่มีผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการในเม็กซิโก 28 ราย ในสหรัฐอเมริกา 40 ราย แต่ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรงและไม่มีผู้เสียชีวิต โดยพบผู้ป่วยใน 5 มลรัฐ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย 7 ราย เทกซัส 2 ราย นิวยอร์ก 28 ราย แคนซัส 2 ราย และโอไฮโอ 1 ราย นอกจากนั้น ยังพบผู้ป่วยติดเชื้อหลังกลับจากเม็กซิโก ในแคนาดา สเปน และสกอตแลนด์
เนื่องจากปัจจุบันโรคติดเชื้อต่างๆ สามารถแพร่ระบาดระหว่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อนี้เข้ามาในประเทศ กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วน ดำเนินมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะการอย่างยิ่งการเพิ่มระดับความเข้มข้นของการเฝ้าระวังผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ ร่วมกับการตรวจยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการ การรักษาพยาบาลผู้ป่วย การสำรองยาต้านไวรัส เวชภัณฑ์ต่างๆ และอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ และการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ผู้เดินทางที่สนามบินนานาชาติ โดยแจกบัตรเตือนเรื่องสุขภาพ และวัดไข้ด้วยเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ สำหรับการป้องกันโรคนี้ กระทรวงสาธารณสุขขอแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตน ดังนี้
1.หากไม่จำเป็น ควรเลื่อนหรือชะลอการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่เกิดการระบาดจนกว่าสถานการณ์จะยุติลง
2.หากจำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่เกิดการระบาด ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ หรือเช็ดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด
3.ผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เกิดการระบาด ถ้ามีอาการของไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยเนื้อตัวมาก ฯลฯ ภายใน 7 วันหลังจากเดินทางกลับ ควรสวมหน้ากากอนามัย หรือใช้กระดาษทิชชู หรือผ้าเช็ดหน้าปิดปากจมูกทุกครั้งที่ไอจาม และรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำในการปฏิบัติตนอย่างเข้มงวด
4.รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดย
4.1 รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ดื่มน้ำสะอาด และนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และสุรา
4.2 หมั่นล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการไอ จาม
4.3 หากพบว่ามีผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ภายในบ้าน หรือสถานที่ทำงานเดียวกัน ต้องรีบแจ้งสำนักงานสาธารณสุข หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อเข้าดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดทันที
หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการ กรมควบคุมโรค หมายเลข 0-2590-3333 และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข www.moph.go.th
ไวรัสในเม็กซิโกนั้นเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเชื้อโรคชนิดต่างๆที่ต่างปรับตัวเพื่อเอาชนะตัวยาต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อทำลาย แต่กลไกของธรรมชาติก็มีวิวัฒนาการเพื่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ เพื่อให้คงอยู่รอดในสภาวะต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป การที่มีการเสียชีวิตของคนที่เม็กซิโกนั้นก็เป็นเหมือนสัญญานเตือนให้เราระวังไว้ว่า การที่จะจัดการเชื้อโรคต่างๆๆนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเราก็ไม่ควรละเลยกับข่าวสารต่างๆที่ออกมา เพื่อเป็นการเตรียมรับมือกับสถานกาณณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ณัฐรัช ฐาปโนสถ
โครงการพัฒนาการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน มูลนิธิกระจกเงา [email protected]