ถัดจากโพรวองซ์ไม่ไกลนัก เราเข้าสู่หมู่บ้านศิลปิน ซึ่งก่อตั้งโดยศิลปินมากหน้าหลายตาทั้งนักเขียน  นักดนตรี  จิตรกร บรรจงสร้างหมู่บ้านขึ้นมาเพื่อรวบรวมและจัดแสดงผลงานศิลปะต่างๆ

            แม่นีโอไม่ได้ชมทั้งหมดของหมู่บ้านหรอกค่ะ เราแวะเพียงจุดเล็กๆ 2 จุด คือ พิพิธภัณฑ์หมีเท็ดดี้แบร์ และ พิพิธภัณฑ์ของเล่น

            จริงๆ แล้ว พิพิธภัณฑ์หมีเท็ดดี้แบร์  เป็นเพียงผลงานโชว์เล็กๆ (Teddy bear Art Gallery)  ซึ่งหากใครอยากเยือนต้นตำรับคงต้องไปพิพิธภัณฑ์ที่เกาะเชจู หรือที่ซอรัคซาน แต่อย่างน้อยที่นี่ก็ทำให้แม่นีโอรู้สึกลดอายุลงไปมากโข มีการจัดแสดงได้น่ารัก สวยงามอีกด้วย แถมน้องหมีเท็ดดี้แบร์ก็ยังคงเป็นขวัญใจผู้คนอยู่ไม่น้อย แม้ว่าช่วงหลังจะถูกน้องหมีพูห์ขโมยซีนไปบ้างก็ตาม มุมที่แม่นีโอชอบเห็นจะเป็นมุมกาแฟ ตามประสาคนรักกาแฟจ้ะ

            เดินชมแต่ละชั้นจนฉ่ำปอดแล้ว แม่นีโอแวะที่ร้านขายของที่ระลึก ซึ่งมีบรรดาน้องหมีทำตาละห้อยให้หยิบติดไม้ติดมือกลับไปด้วย แต่ไม่ได้แอ้มหรอกค่ะ เพราะดูราคาแล้วก็ไม่เบา แม่นีโอได้เพียงโปสการ์ด 2 ใบ ใบแรกเป็นครอบครัวน้องหมี 3 ตัว พ่อ-แม่-ลูก สำหรับเขียนส่งให้ดช.นีโอ  ส่วนอีกใบเป็นน้องหมีหนุ่มสาว เอาไว้เขียนส่งให้น้องแก้ม สาวน้อยเพื่อนร่วมงานที่ชื่นชอบโปสการ์ดเหมือนแม่นีโอ  (โปสการ์ดที่นี่ต้องติดแสตมป์ 500 วอน ส่วนระยะเวลาในการเดินทางเนี่ย ต้องรอลุ้นกันต่อจ้ะ)

            ยัง...ยังไม่หมดเท่านี้ ขอต่อด้วยความคิขุอาโนเนะกับบรรยากาศของเล่นที่นี่ จากบ้านน้องหมี เราไปต่อกันที่ พิพิธภัณฑ์ของเล่น (Toy Museum)

               ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมและแสดงของเล่นในยุคต่างๆ ในรูปแบบต่างๆ แม่นีโอล่ะอดทึ่งไอเดียคนออกแบบที่นี่ไม่ได้ เพราะสามารถนำของเล่นมาจัดแสดงได้น่าสนใจ แม้แต่แม่นีโอที่เกินวัยเล่นของเล่นแล้ว  ยังมา (แอบ) กิ้วก๊าวได้อีกมากโข ฮ่าๆๆ น่าเสียดายก็ตรงที่ไม่ได้พ่วงลูกน้อยกลอยใจมาด้วยสิ ฮือๆๆ น้องนีโอเอ๋ย..ดูรูปของแม่ไปก็แล้วกันนะลูก ไว้รอบหน้าเดี๋ยวแม่พามาเที่ยวจ้ะ                         

             จุดสุดท้าย...แม่นีโอแวะจิบกาแฟที่ร้านกาแฟชั้นล่าง ที่ตกแต่งร้านด้วยสีสันบาดตาบาดใจจริงๆ แถมกาแฟก็หอมกรุ่นอีกต่างหาก