รวมข้อสอบ

1.   การรับนักเรียนนักศึกษาในกรณีที่ไม่เคยเข้าเรียนในสถานศึกษามาก่อนให้สถานศึกษาเรียกหลักฐานใดเพื่อนำมาลงหลักฐานทางการศึกษาเป็นอันดับแรก
ก.   บัตรประจำตัวประชาชน
ข.   ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
ค.   หนังสือรับรองการเกิด
ง.   สูติบัตร

2.   
หลักฐานบันทึกแจ้งประวัติบุคคลกรณีไม่มีหลักฐานอื่นมาสมัครเรียนให้เก็บต้นฉบับไว้ที่ใด
ก.   สถานศึกษา
ข.   ผู้ปกครอง
ค.   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง.   องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

3.   
หลักฐานบันทึกแจ้งประวัติบุคคลกรณีไม่มีหลักฐานอื่นมาสมัครเรียนให้ผู้สมัครเรียนทำอย่างไร
ก.   ลงลายมือชื่อกำกับในช่องผู้สมัครเรียน
ข.   ลงลายมือชื่อกำกับความถูกต้อง
ค.   พิมพ์ลายมือนิ้วหัวแม่มือขวาหรือซ้าย
ง.   ถูกทุกข้อ

4.   
ในกรณีที่วันเดือน ปีเกิดของนักเรียนผิดพลาดจาก จนท.ในโรงเรียนใครเป็นผู้แก้ไขให้ถูกต้อง
ก.   สำนักงานทะเทียนอำเภอ/เทศบาล
ข.   หัวหน้าสถานศึกษา
ค.   เจ้าหน้าที่ทะเบียนสถานศึกษา
ง.   จนท.ที่บันทึก

5.   
การแก้ไขตามข้อ 4 ให้ทำอย่างไร
ก.   ขีดฆ่าด้วยหมึกแดงแล้วแต่งเติมด้วยหมึกดำ
ข.   ขีดฆ่าด้วยหมึกแดงแล้วแต่งเติมด้วยหมึกน้ำเงิน
ค.   ขีดฆ่าด้วยหมึกแดงแล้วแต่งเติมด้วยหมึกแดง
ง.   ขีดฆ่าด้วยหมึกแดงแล้วแต่งเติมด้วยหมึกดำหรือน้ำเงิน

6.   
ข้อใดไม่ใช่อำนาจและหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาพ.ศ. 2548”
ก.   ประสานงานกับผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา ครู ผู้ปกครองตำรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่น
ข.   สอบถามครู อาจารย์ หรือหัวหน้าสถานศึกษาเกี่ยวกับความประพฤติ การศึกษานิสัยและสติปัญญาของนักเรียนหรือนักศึกษาที่ฝ่าฝืนกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาหรือระเบียบของโรงเรียนหรือสถานศึกษา
ค.   เรียกผู้ปกครองมาว่ากล่าวตักเตือนหรือทำทัณฑ์บนว่าจะปกครองดูแลมิให้นักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาหรือระเบียบของโรงเรียนหรือสถานศึกษาอีก
ง.   เป็นอำนาจและหน้าที่ทุกข้อ

7.   
ข้อใดไม่ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการชักธงชาติในสถานศึกษาพ.ศ.2547
ก.   ชักธงในวันมาฆะบูชา 1 วัน
ข.   ชักธงในวันสงกรานต์ 3 วัน
ค.   ชักธงในวันเฉลิมพระชนพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 3 วัน
ง.   ชักธงในวันเข้าพรรษา 1 วัน

8.   
ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการตั้งชื่อสถานศึกษา พ.ศ.2547 ข้อใดไม่สามารถนำมาใช้ตั้งชื่อโรงเรียนได้
ก.   หมู่บ้าน
ข.   วัด
ค.   บุคคล
ง.   ใช้ได้ทุกข้อ

9.   
ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการตั้งชื่ออาคารห้อง หรืออุปกรณ์ของสถานศึกษา พ.ศ.2547  ผู้ประสงค์จะจารึกชื่อลงในอุปกรณ์ของสถานศึกษาต้องบริจาคทรัพย์ซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวในอัตราร้อยละเท่าใด
ก.   ร้อยละ 50 ขึ้นไป
ข.   ร้อยละ 60 ขึ้นไป
ค.   ร้อยละ 80 ขึ้นไป
ง.   บริจาคเพียงคนเดียว

10.   
ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการตั้งชื่ออาคารห้อง หรืออุปกรณ์ของสถานศึกษา พ.ศ.2547  ผู้ประสงค์จะจารึกตั้งชื่ออาคารเรียนต้องบริจาคทรัพย์สร้างอาคารดังกล่าวในอัตราร้อยละเท่าใด
ก.   ร้อยละ 50 ขึ้นไป
ข.   ร้อยละ 60 ขึ้นไป
ค.   ร้อยละ 80 ขึ้นไป
ง.   บริจาคเพียงคนเดียว

11.   
ใครเป็นผู้อนุมัติการตั้งชื่ออาคารเรียนในสถานศึกษา
ก.   หัวหน้าสถานศึกษา
ข.   คณะกรรมการสถานศึกษา
ค.   คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ง.   ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

12.   
การจัดตั้งสถานศึกษาระดับประถมศึกษาขึ้นใหม่  ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดตั้ง รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ. 2550 จะต้องมีจำนวนนักเรียนในแต่ละรายอายุไม่น้อยกว่ากี่คนมาเข้าเรียน
ก.   20 คน
ข.   25 คน
ค.   30 คน
ง.   35 คน

13.   
การจัดตั้งสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาขึ้นใหม่  ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดตั้ง รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ. 2550 จะต้องมีจำนวนนักเรียนในแต่ละชั้นไม่น้อยกว่ากี่คนมาเข้าเรียน
ก.   50 คน
ข.   65 คน
ค.   70 คน
ง.   80 คน

14.   
สถานที่ที่จะจัดตั้งสถานศึกษาต้องเป็นที่ดินที่มีหลักฐานอนุญาตให้ใช้ตามประเภทของที่ดินอย่างถูกต้อง จำนวนไม่น้อยกว่ากี่ไร่
ก.   20 ไร่
ข.   25 ไร่
ค.   30 ไร่
ง.   35 ไร่

15.   
สถานศึกษาที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่จะต้องอยู่ห่างจากสถานศึกษาประเภทเดียวกันที่ตั้งอยู่เดิมไม่น้อยกว่ากี่กิโลเมตร ตามเส้นทางคมนาคม
ก.   3 กิโลเมตร
ข.   4 กิโลเมตร
ค.   5 กิโลเมตร
ง.   6 กิโลเมตร

16.   ใครเป็นผู้พิจารณาอนุญาตการจัดตั้งสถานศึกษาขึ้นใหม่ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดตั้ง รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ. 2550
ก.   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข.   คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา