การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการ
การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการ โรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งประเมินในด้านต่อไปนี้
1. ประเมินสภาพแวดล้อมของโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการของโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา ในด้านความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายกรุงเทพมหานคร และวิสัยทัศน์ เป้าหมาย พันธกิจ ของโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา
2. ประเมินปัจจัยเบื้องต้นของโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการของโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา ในด้านความเหมาะสมของบุคลากร งบประมาณ เอกสาร สื่อ วัสดุ ครุภัณฑ์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการปฏิบัติงาน
3. ประเมินกระบวนการของโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการของโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา ในด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร และการมีส่วนร่วม
วิธีดำเนินการประเมินโครงการ
ประชากรที่ใช้ในการประเมินโครงการครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน ข้าราชการครู กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน โดยเลือกกลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ดังนี้
1.ผู้อำนวยการโรงเรียน และรองผู้อำนวยการโรงเรียน รวม 4 คน
2. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวม 15 คน
3. ข้าราชการครูโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา จำนวน 60 คน
4. ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 400 คน
รูปแบบการประเมินโครงการ
การประเมินครั้งนี้เป็นการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา ที่ใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model ของ Damial L. Stuffleveam and Others ที่มีขั้นตอนการประเมิน 4 ขั้นตอน โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 เตรียมการจัดทำโครงการ ได้แก่
ขั้นตอนที่ 1 การประเมินสภาพแวดล้อม
ขั้นตอนที่ 2 การประเมินปัจจัยเบื้องต้น
ระยะที่ 2 ขณะนำแผนไปปฏิบัติงาน ได้แก่
ขั้นตอนที่ 3 การประเมินกระบวนการ
ระยะที่ 3 สรุปผลโครงการและประเมินผลการดำเนินงาน ได้แก่
ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลผลิต
เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการ
1. แบบสอบถามแบบประมาณค่า
2. แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป
สถิติที่ใช้ในการประเมิน
วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่างตามตัวแปรที่ศึกษา โดยการคำนวณค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
สรุปผลการประเมินโครงการ
ระยะที่ 1 จุดเด่น ได้แก่ ด้านสภาพแวดล้อมของโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา มีความสอดคล้อง ชัดเจน และเหมาะสมผ่านเกณฑ์การประเมิน ด้านความชัดเจน และจำเป็นที่จะใช้กำหนดเป็นแนวทางของวัตถุประสงค์มีการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติภารกิจเพื่อลดความซ้ำซ้อนในด้านขั้นตอนการปฏิบัติงาน อัตรากำลังคน และค่าใช้จ่ายมีความชัดเจน และจำเป็นอยู่ในระดับมาก ด้านบุคลากรมีคความเพียงพอของบุคลากรงานธุรการอยุ่ในระดับมาก สำหรับการสนับสนุนด้านทรัพยากรจากภายนอก และบุคลากรมีส่วนร่วมในการจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งสภาพความพร้อมของสื่อวัสดุและครุภัณฑ์ในการใช้งานของงานธุรการ และความทันสมัยของ สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมากเช่นกัน
จุดด้อย พบว่า ยังต้องพัฒนาในเรื่องของ บุคลากรงานธุรการที่ยังมีความต้องการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการกระจายอำนาจ การประกันคุณภาพ และรูปแบบการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ความรู้ความสามารถ และความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ระเบียบ ข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและทักษะความชำนาญในการใช้อุปกรณ์ สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย อีกทั้งความเพียงพอของงบประมาณที่ใช้ในการบริหารงานธุรการ และการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า ตลอดจนความเพียงพอของเอกสาร สื่อ วัสดุ และครุภัณฑ์เพื่อในการใช้งานธุรการ
แนวทางในการพัฒนา ต้องกำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการ โดยจัดกิจกรรมพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรงานธุรการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ การประกันคุณภาพ รูปแบบการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน กฎหมาย ระเบียบ ข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและพัฒนาทักษะความชำนาญในการใช้อุปกรณ์ สื่อเทคโนดลยีที่ทันสมัย ปรับงบประมาณด้านเอกสาร สื่อ วัสดุ ครุภัณฑ์เพื่อใช้งานธุรการเพิ่มขึ้น รวมทั้งจัดระบบควบคุมเพื่อการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ระยะที่ 2 พบว่าจุดเด่นในด้านการบริหารงานธุรการ มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ในระดับมาก ด้านการพัฒนาบุคลากรมีการสนับสนุนส่งเสริมให้บุคลากรได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม มีการสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน มีการส่งเสริมการทำงานเป็นทีม มีการพัฒนาบุคลากรตามแผนที่กำหนดไว้อย่างเป็นระบบ และต่อเนื่องและสม่ำเสมอ รวมทั้งในด้านการมีส่วนร่วม มีการสร้างสัมพันธที่ดีระหว่างผู้บริหาร บุคลากร ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กร ภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ในระยะนี้ไม่พบจุดด้อย
แนวทางในการพัฒนา ในด้านกระบวนการ โครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการ มีการปฏิบัติในด้านการบริหารจัดการ ด้านการพัฒนาบุคลากร และด้านการมีส่วนร่วม ซึ่งผ่านเกณฑ์ในการประเมินในระดับมากนั้น ควรมีการยกระดับมาตรฐานในด้านกระบวนการเพื่อพัฒนาไปสู่การประเมินภายนอกต่อไป
ระยะที่ 3 มีจุดเด่นในด้านรูปแบบการปฏิบัติงานของงานธุรการที่นำมาใช้ มีการลดขั้นตอน ระยะเวลาการปฏิบัติงาน และอัตรากำลังผู้ปฏิบัติงาน การปฏิบัติงานตามระเบียบ และกฎหมาย การปฏิบัติงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจให้ผู้มารับบริการ รูปแบบมีโครงสร้าง ผังงาน ขั้นตอนการปรฏิบัติงานที่ชัดเจน ด้านผลความสำเร็จที่เกิดขึ้นมีเอกสาร คู่มือ มาตรฐานการปฏิบัติงานและตัวชี้วัด มีข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันทันสมัย มีระเบียบ และกฎหมาย เพื่อประกอบการปฏิบัติงานครบถ้วน การปฏิบัติงานมีความถูกต้อง รวดเร็ว และมีการใช้สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในระยะนี้ไม่พบจุดด้อย
แนวทางในการพัฒนา ต้องจัดให้มีการพัฒนาด้านเอกสาร คู่มือ มาตรฐานการปฏิบัติงานและตัวชี้วัด ข้อมูลสารสนเทศให้เป็นปัจจุบัน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่นำการประเมินโครงการโดยใช้รูปแบบของ CIPP Model มาใช้ในการประเมินโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานด้านบริหาร..นับว่ามีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน และอยากสอบถามอาจารย์ว่าการประเมิน อาจารย์ประเมินหลังโครงการ หรือมีการประเมิน ก่อน และระหว่างการดำเนินการด้วยไหมคะ
ขอบพระคุณค่ะ
กมลวรรณ
ขอบคุณครับ คุณกมลวรรณ ที่เข้ามาเยี่ยมชมและแสดงความคิดเห็น ในการประเมินโครงการนั้นมีการประเมิน 3 ระยะครับ
ระยะที่ 1 ขั้นเตรียมจัดทำโครงการ เป็นการประเมินสภาพแวดล้อม และการประเมินปัจจัยเบื้องต้น
ระยะที่ 2 ระหว่างนำแผนไปปฏิบัติงาน เป็นการประเมินกระบวนการ
ระยะที่ 3 สรุปผลโครงการและประเมินผลการดำเนินงาน เป็นการประเมินผลผลิต
เป็นการประเมินโครงการที่ชัดเจนและน่าศึกษา นำไปพัฒนาการบริหารงานของผู้บริหารอย่างยิ่ง ขอให้กำลังใจ
การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการ ของอาจารย์ มีความจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน
และเป็นแนวทางในการพัฒนาอย่างยิ่ง ขอให้กำลังใจ