การประเมินผลโครงการมีความจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่างให้ความสำคัญกับการประเมินโครงการที่ตนเองรับผิดชอบ หรือได้รับมอบหมายให้ทำการประเมิน ในฐานะที่ข้าพเจ้ามีภาระงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานธุรการ จึงใช้กระบวนการประเมินผลโครงการเข้ามาพัฒนางาน และประกอบการขอเลื่อนวิทยฐานะเป็นรองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โดยทำการประเมินโครงการ เรื่อง การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการ โรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ตลอดปีการศึกษา 2550 ซึ่งในการประเมินครั้งนี้มุ่งพัฒนาการบริหารงานูรการของโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา โดยประเมินขั้นตอนการดำเนินโครงการ และขั้นตอนสรุปและประเมินผล ซึ่งการประเมินโครงการดังกล่าวได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงขอเผยแพร่ผลการประเมินแก่ผู้สนใจต่อไป

การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการ

          การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการ โรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งประเมินในด้านต่อไปนี้

         1. ประเมินสภาพแวดล้อมของโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการของโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา ในด้านความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายกรุงเทพมหานคร และวิสัยทัศน์ เป้าหมาย พันธกิจ ของโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา

          2. ประเมินปัจจัยเบื้องต้นของโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการของโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา ในด้านความเหมาะสมของบุคลากร งบประมาณ เอกสาร สื่อ วัสดุ ครุภัณฑ์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการปฏิบัติงาน

         3. ประเมินกระบวนการของโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการของโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา ในด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร และการมีส่วนร่วม

          วิธีดำเนินการประเมินโครงการ

          ประชากรที่ใช้ในการประเมินโครงการครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน ข้าราชการครู กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน โดยเลือกกลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ดังนี้

          1.ผู้อำนวยการโรงเรียน และรองผู้อำนวยการโรงเรียน  รวม 4 คน

          2. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวม 15 คน

          3. ข้าราชการครูโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา จำนวน 60 คน

          4. ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 400 คน

          รูปแบบการประเมินโครงการ

          การประเมินครั้งนี้เป็นการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา ที่ใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model ของ Damial L. Stuffleveam and Others ที่มีขั้นตอนการประเมิน 4 ขั้นตอน โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ

          ระยะที่ 1 เตรียมการจัดทำโครงการ ได้แก่

                      ขั้นตอนที่ 1 การประเมินสภาพแวดล้อม

                      ขั้นตอนที่ 2 การประเมินปัจจัยเบื้องต้น

          ระยะที่ 2 ขณะนำแผนไปปฏิบัติงาน ได้แก่

                      ขั้นตอนที่ 3 การประเมินกระบวนการ

          ระยะที่ 3 สรุปผลโครงการและประเมินผลการดำเนินงาน ได้แก่

                      ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลผลิต

          เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการ

          1. แบบสอบถามแบบประมาณค่า

          2. แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป

          สถิติที่ใช้ในการประเมิน

          วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่างตามตัวแปรที่ศึกษา โดยการคำนวณค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน

          สรุปผลการประเมินโครงการ

          ระยะที่ 1 จุดเด่น ได้แก่ ด้านสภาพแวดล้อมของโครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการโรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์วิทยา มีความสอดคล้อง ชัดเจน และเหมาะสมผ่านเกณฑ์การประเมิน ด้านความชัดเจน และจำเป็นที่จะใช้กำหนดเป็นแนวทางของวัตถุประสงค์มีการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติภารกิจเพื่อลดความซ้ำซ้อนในด้านขั้นตอนการปฏิบัติงาน อัตรากำลังคน และค่าใช้จ่ายมีความชัดเจน และจำเป็นอยู่ในระดับมาก ด้านบุคลากรมีคความเพียงพอของบุคลากรงานธุรการอยุ่ในระดับมาก สำหรับการสนับสนุนด้านทรัพยากรจากภายนอก และบุคลากรมีส่วนร่วมในการจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งสภาพความพร้อมของสื่อวัสดุและครุภัณฑ์ในการใช้งานของงานธุรการ และความทันสมัยของ สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมากเช่นกัน

         จุดด้อย พบว่า ยังต้องพัฒนาในเรื่องของ บุคลากรงานธุรการที่ยังมีความต้องการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการกระจายอำนาจ การประกันคุณภาพ และรูปแบบการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ความรู้ความสามารถ และความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ระเบียบ ข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและทักษะความชำนาญในการใช้อุปกรณ์ สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย อีกทั้งความเพียงพอของงบประมาณที่ใช้ในการบริหารงานธุรการ และการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า ตลอดจนความเพียงพอของเอกสาร สื่อ วัสดุ และครุภัณฑ์เพื่อในการใช้งานธุรการ

         แนวทางในการพัฒนา  ต้องกำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการ โดยจัดกิจกรรมพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรงานธุรการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ การประกันคุณภาพ รูปแบบการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน กฎหมาย ระเบียบ ข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและพัฒนาทักษะความชำนาญในการใช้อุปกรณ์ สื่อเทคโนดลยีที่ทันสมัย  ปรับงบประมาณด้านเอกสาร สื่อ วัสดุ ครุภัณฑ์เพื่อใช้งานธุรการเพิ่มขึ้น รวมทั้งจัดระบบควบคุมเพื่อการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

          ระยะที่ 2 พบว่าจุดเด่นในด้านการบริหารงานธุรการ มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ในระดับมาก ด้านการพัฒนาบุคลากรมีการสนับสนุนส่งเสริมให้บุคลากรได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม มีการสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน มีการส่งเสริมการทำงานเป็นทีม มีการพัฒนาบุคลากรตามแผนที่กำหนดไว้อย่างเป็นระบบ และต่อเนื่องและสม่ำเสมอ รวมทั้งในด้านการมีส่วนร่วม มีการสร้างสัมพันธที่ดีระหว่างผู้บริหาร บุคลากร ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กร ภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ในระยะนี้ไม่พบจุดด้อย

          แนวทางในการพัฒนา ในด้านกระบวนการ โครงการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานธุรการ มีการปฏิบัติในด้านการบริหารจัดการ ด้านการพัฒนาบุคลากร และด้านการมีส่วนร่วม ซึ่งผ่านเกณฑ์ในการประเมินในระดับมากนั้น ควรมีการยกระดับมาตรฐานในด้านกระบวนการเพื่อพัฒนาไปสู่การประเมินภายนอกต่อไป

          ระยะที่ 3  มีจุดเด่นในด้านรูปแบบการปฏิบัติงานของงานธุรการที่นำมาใช้ มีการลดขั้นตอน ระยะเวลาการปฏิบัติงาน และอัตรากำลังผู้ปฏิบัติงาน การปฏิบัติงานตามระเบียบ และกฎหมาย การปฏิบัติงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจให้ผู้มารับบริการ รูปแบบมีโครงสร้าง ผังงาน ขั้นตอนการปรฏิบัติงานที่ชัดเจน ด้านผลความสำเร็จที่เกิดขึ้นมีเอกสาร คู่มือ มาตรฐานการปฏิบัติงานและตัวชี้วัด มีข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันทันสมัย มีระเบียบ และกฎหมาย เพื่อประกอบการปฏิบัติงานครบถ้วน การปฏิบัติงานมีความถูกต้อง รวดเร็ว และมีการใช้สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในระยะนี้ไม่พบจุดด้อย

          แนวทางในการพัฒนา ต้องจัดให้มีการพัฒนาด้านเอกสาร คู่มือ มาตรฐานการปฏิบัติงานและตัวชี้วัด ข้อมูลสารสนเทศให้เป็นปัจจุบัน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง