สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ทุกท่าน
สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ทุกท่าน
วันนี้ วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2552 ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้รับเชิญให้พูดเรื่อง ทุนมนุษย์กับการพัฒนาธุรกิจของโครงการ Junior MBA Chula รุ่นที่ 4 โดยคุณโตสิต วิสาลเสสถ์ ประธานโครงการฯ ให้มา Share ความรู้และแลกเปลี่ยนให้แก่ ชมรมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เข้าอบรม ผมจึงขอเปิด blog นี้ให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนาครั้งนี้ ได้ร่วมกัน แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เพื่อพัฒนาการทำงานและองค์กรของเราต่อไปครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์





สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ทุกท่าน
เนื่องจากสถานการณ์การเมือง เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2552 ไม่ปกติ จึงได้เลื่อนนัดมาเป็นวันพุธที่ 22 เมษายน 2552 เวลา 18.000 น. ซึ่งผมได้เห็นรายชื่อผู้รับการอบรมแล้ว ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ เป็นคนรุ่นใหม่ ชึ่งเกี่ยวข้องกับที่ผมจะพูดเรื่อง ทุนมนุษย์กับการพัฒนาธุรกิจของโครงการ Junior MBA Chula รุ่นที่ 4 ซึ่งผมขอฝากให้ทุกท่านได้แสดงความคิดเห็นผ่าน Blog นี้ เกี่ยวกับ
เรื่อง “ทุนมนุษย์กับสภาวการณ์ในการดำเนินธุรกิจ คืออะไร? 3 เรื่อง ” ครับ
และขอขอบคุณ คุณโตสิต วิสาลเสสถ์ ประธานโครงการฯ Junior MBA Chula ซึ่งเป็นรุ่นน้องผมที่เทพศิรินทร์และเป็นศิษย์เก่า Junior MBA Chula ที่ให้ผมมาในครั้งนี้ ถึงผมจะอยู่ที่ธรรมศาสตร์ แต่ผมยินดีที่จะไปร่วมมือกับท่านที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ ขอให้ทุกท่านมาร่วมแสดงความคิดเห็นกันที่ Blog นี้เพื่อเป็นการ Share ความคิดเห็นกันครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
สรุปการแสดงความคิดเห็น
ในระดับองค์กร ควรมี
1. Mental / Buddy Programme
2. มีการให้ทุนแก่พนักงาน โดยแบ่งเป็นประเภทให้พนักงานเลือกเองได้
3. มีการจัดให้พระมาเทศน์ เพื่อเน้นเรื่องทุนทางจริยธรรม
4. จัดกิจกรรม ชมรมกีฬาสี เพื่อเพิ่มความสามัคคี
5. จัดโครงการ share ความรู้ด้าน IT ทุกๆ วันศุกร์ เพื่อให้เกิดการกระจายความรู้
6. จัด Weekly group sharing
7. สนับสนุนการสอบของพนักงาน เพื่อแบ่งปันความรู้
ในระดับประเทศ ควรมี
1. เน้นความคิดเชิงวิเคราะห์
2. พัฒนาศักยภาพ สร้างค่านิยม เปิดรับทางความคิด
3. เริ่มใหม่ กับ คนในยุคใหม่เพื่อเป็นการปลูกฝัง
4. Commitment นโยบายของรัฐบาล
5. ปรับปรุงพัฒนาครู
6. เริ่มต้นที่ผู้นำ
7. ต้องเกิด สงคราม spark change
ต้องปรับเปลี่ยนวัฒนธรรม “เดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด” , “ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน” เพราะจะทำให้ค่านิยมยังย่ำอยู่ที่เดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ความคิดจะไม่ออกนอกกรอบ ต้องเปลี่ยนแปลงพัฒนาค่านิยมเดิม เพื่อทำให้ความคิดขยายวงกว้างขึ้น เด็กรุ่นใหม่จะกล้าคิดนอกกรอบมากขึ้น ซึ่งจะทำให้สังคมพัฒนาต่อไป
ต้องมีการพัฒนา ทุนทางด้านจริยธรรม
ถ้าผู้บริหารมีคติประจำใจที่ดี หรือคิดว่า ควรจะคืนอะไรให้สังคมบ้าง ปัญหาจะไม่ใหญ่เหมือนปัจจุบัน ดังนั้นจึงควรพัฒนาทุนทางจริยธรรมให้กับผู้บริหารอย่างเข้มข้น
- ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตทางด้านอุตสาหกรรมให้กับหลายๆประเทศ ถ้าเราพัฒนาเพื่อเปลี่ยนแปลงฐานะขึ้นมา เพื่อให้เปลี่ยนบทบาทจากผู้ถูกบริหาร เป็นผู้บริหารเอง ก็จะทำให้ประเทศไทยพัฒนาขึ้น
- วิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน โตแบบฟองสบู่ เราเพิ่มผลผลิตด้วยการเล่นแร่แปรธาตุ ไม่ได้เพิ่มจากตัว Real sector จริงๆ ซึ่งทำให้ไม่มั่นคง เราต้องพัฒนาทุนมนุษย์ให้ถูกทาง มีการพัฒนาจริงๆ เน้นที่ Real sector จะทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด
ต้องเน้น ทุนทางปัญญา
จุดแข็งของไทยคือ ด้านอาหาร เพราะเรามีวัตถุดิบ ทางด้านอาหารมากมาย แต่ทำไมเราต้องไปแปรรูปที่อื่น ทำไมเราไม่ทำการแปรรูปเอง พัฒนาทุนทางปัญญา โดยการให้ความรู้กับเกษตรกรโดยตรง หรือ แนะนำผู้ประกอบการให้รู้จักวัตถุดิบต่างๆ ตัวอย่างเช่น โครงการโอท็อป ก็เป็นโครงการที่มีประโยชน์ควรให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง
ทุนทางวัฒนธรรม และจริยธรรม
ประเทศไทยมีวัฒนธรรมที่สวยงาม การไม่แก่งแย่งชิงดีกัน ประเทศไทยในอดีตมีน้ำใจต่อกัน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก ดังนั้น เราต้องส่งเสริมตั้งแต่คนรุ่นเด็ก โดยเน้นพัฒนาตั้งแต่เด็ก ระดับ ประถม มัธยม ให้การพัฒนาพร้อมทั้งให้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้จริยธรรม ซึมซาบเข้าสู่จิตใจจริงๆ เช่นการให้เด็กร่วมกันเก็บขยะ รอบโรงเรียน เพื่อให้เด็กเห็นถึงการรับผิดชอบต่อสังคม หรือ การเชิญพระมาเทศน์ในคาบเรียนพุทธศาสนา หรือให้เด็กมีส่วนร่วมในวันสำคัญทางศาสนา
เรามักจะเลียนแบบวัฒนธรรมทางตะวันตก ภาครัฐควรส่งเสริมให้เรามีวัฒนธรรมของประเทศเราเอง เช่นการจัดเวทีแข่งขันสิ่งประดิษฐ์ แล้วส่งออกไปแข่งขันในระดับโลก โดยเน้นตั้งแต่เด็กๆ ระดับประถม มัธยม หรือมีการส่งงบประมาณเข้าสู่สถานศึกษาจริงๆ
วิกฤติเศรษฐกิจเกิดจาก วิกฤติทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูงไม่มีจริยธรรมในการบริหารงาน ยังใช้วิธีบริหารเพื่อกำไรหรือ รายได้ โดยไม่สนใจสิ่งอื่น ทำให้ทิ้งความเสี่ยงไว้มากมาย เราต้องเพิ่มเรื่องจริยธรรมให้ผู้บริหาร ให้เขามีจริยธรรมต่อ ทั้งตัวเอง, ผู้ถือหุ้น และต่อสังคม โดยต้องมองประโยชน์ระยะยาว ทำอะไรที่เป็นความจริง ไม่ใช่เพ้อฝัน และไม่ทำอะไรเกินตัว
เชื่อว่าเมืองไทยมีคนเก่งมากพอ ถ้าเราสร้างเวทีและส่งไมค์ให้กับพวกเขา เราจะได้ยินเสียงและคำตอบยิ่งกว่าที่เราคาดไว้
ได้ทัศนคติในด้านความทะเยอทะยาน ความศรัทธา Inspiration ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของคุณค่ามนุษย์ ความสำคัญของ Creativity มากขึ้น ความสำคัญของ Innovation มากขึ้น Value Added ที่เป็นสิ่งที่สำคัญต่อทุนมนุษย์
ด้วยความที่ว่าเนื้อหาในช่วงแรกที่ได้ฟังนั้น อาจจะดูหนักไปบ้างสำหรับผม ทำให้มีความเบื่อในการฟังอาจารย์พูด แต่สิ่งที่คิดว่า ได้จริงๆ เป็นการเน้นย้ำสิ่งที่ผมมีอยู่เดิมแล้วมากกว่า คือ การช่วยเหลือสังคม ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรียนที่เศรษฐศาสตร์ ที่ธรรมศาสตร์หรือเปล่า ทำให้มีแนวคิดนี้เกิดขึ้นมา ทำให้ผมรู้สึกถึงต้นทุนทางสังคม ทำให้สิ่งที่ได้ในวันนี้ คือ การที่ช่วยเหลือสังคมในอนาคต ที่จะเกิดขึ้น ผมจะไม่ลือมสิ่งนี้เลย ไม่ได้ทำประโยชน์เพื่อตนเอง แต่เพียงคนเดียว
ผมคิดว่าสิ่งที่ผมจะได้ ทำและสามารถจดจำไปได้และเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และสังคมเมื่อผมอายุ 45 ปี คือการให้ feedback กับอาจารย์ ผมเชื่อว่าการให้ feedback ที่ตรงไปตรงมา จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง และสังคม ผมคิดว่า ผมได้เรียนรู้ "ความรู้" จากอาจารย์ แต่ยังไม่ได้รับ "Inspire" ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุด ของการเรียน จากมุมมองของผม ผมคิดว่า อาจารย์ยังไม่สามารถสร้าง Inspiration ให้กับผมและเพื่อนนักศึกษาได้ ผมจึงคิดว่าสิ่งที่ผมจะทำอะไรให้สังคมได้คือ การให้ feedback ที่ตรงไปตรงมากับอาจารย์ครับ
ขอบคุณครับ และขออภัยในความละลาบละล้วง
จากการที่ฟังคุณจีระ หงส์ลดารมภ์ในระยะเวลาสั้นๆ 3 ชม. ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เกี่ยวกับจริยธรรม ว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมี เราควรอุทิศตนเพื่อส่วนรวม และข้าพเจ้าภูมิใจในตัวท่านจีระมาก เพราะเป็นอีกหนึ่งคนดีในสังคมไทยและสังคมโลก
เรื่องของมุมมองความสัมพันธ์ระหว่าง กลไกตลาด และ จริยธรรม ที่ได้ซักถามในวันนี้ อีกหลายปีข้างหน้าก็คงจะยังคิดถึงเรื่องนี้อยู่ เพราะดูเหมือนว่าจะยังไม่มีจุดลงตัวใดๆ ที่จะตอบคำถามนี้ได้ ณ จุดนี้ทีเดียว
สิ่งที่ได้จากการเข้าฟัง "ทุนมนุษย์กับการพัฒนาธุรกิจ" 1 เรื่อง ที่มีผลกับข้าพเจ้าในระยะยาว
- ทราบว่าประเทศไทย กำลังประสบภาวะขาดแคลนการพัฒนาทุนมนุษย์ และขาดบุคลากรที่มีคุณภาพที่จะเข้ามาร่วมทำงานส่วนกลางของประเทศเช่นข้าราชการ
- ทุนมนุษย์มีมากกว่าการพัฒนาความสามารถ
ได้เห็นมุมมองการบริหารทรัพยากรบุคคล เช่น 8k's แต่ที่ชอบมากที่สุดคือ หลักการรับคนเข้าทำงานของบริษัท GE ที่กล่าวไว้ง่ายๆ ว่า การเลือกรับคนง่ายนิดเดียวคือ "รับคนที่มีความสามารถมากกว่าผม" ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะหากองค์กรต้องการการเติบโต ย่อมต้องการคนที่เก่งกว่าคนเดิมมาทำงานด้วย
เป็นการเปิดมุมมองในการมอง "มนุษย์" รวมถึงมองถึงความต้องการของสังคมที่คาดหวังต่อมนุษย์ ในยุคถัดไป
วันนี้ ต้องขอบคุณ ดร.จีระมากครับ ช่วยทำให้ผมเปลี่ยนมุมมองและโลกทัศน์อย่างมากครับว่าเราควรที่จะสนใจด้าน "ทุนมนุษย์" เพราะสิ่งนี้จะช่วยและพัฒนาให้ประเทศไทยเราต่อไป ผมคิดว่า ผมจะพัฒนาศักยภาพผมต่อไป เพื่อวันหน้าจะได้เป็น ทรัพยากรที่ดีของประเทศชาติต่อไป
การที่อาจารย์กล่าวชื่อตัวเองบ่อยครั้ง ทำให้ชื่อของอาจารย์เข้าไปติดอยู่ในโสตประสาทของหนูค่ะ ซึ่งหนูคิดว่าเป็นการใช้จิตวิทยาที่ดีมากๆ และสมควรนำไปใช้อย่างยิ่ง
นอกจากนี้ แล้วการที่อาจารย์ให้นักศึกษาได้ออกไปแสดงความคิดเห็นหน้าห้อง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และช่วยเสริมสร้างความคิดของหนูให้กว้างขึ้นด้วยค่ะ
ได้เห็นวิธีการที่อาจจะนำไปพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งในระดับองค์กรและในระดับชาติจากเพื่อนๆ และอาจารย์
ได้ทราบว่าผู้บรรยาย ชื่อว่า ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และได้ทราบว่า website ที่มีประโยชน์ในการหาความรู้เพื่อนำไปใช้ในการทำงาน นอกจากนี้ยังได้รับความรู้ เกี่ยวกับ ความสำคัญของมนุษย์ และการบริหารทุนมนุษย์ในองค์กรแต่ละองค์กร
ได้ทราบว่า วิทยากรผู้มาให้ความรู้ชื่อ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เคยเป็นอาจารย์ที่ม.ธรรมศาสตร์ สิ่งที่เรียนรู้ คือ การประกาศ identify ของตนเอง เช่น ย้ำว่าตนเองเป็นใคร ชื่ออะไร ทำให้ผู้ฟังบรรยาย จดจำตัววิทยากรได้ เพราะในบางครั้ง ผู้ฟังบรรยายนั้น จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ผู้มาให้ความรู้ชื่ออะไร
ถ้าหากจะให้พูดถึงสิ่งที่ได้รับจากการเรียนในครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่เนื้อหาที่เป็นเชิงวิชาการ ที่เป็นตัวเลขหรือทฤษฎีอะไรมากมาย แต่สิ่งที่ได้ให้มานั้น ไม่ว่าในการสื่อการเรียนจะอ้างถึงทฤษฎีต่างๆใดๆ ก็ตาม แต่สิ่งนั้นคือ สิ่งที่มนุษย์ควรมีหรือพึงจะมี ถ้าต้องการอยู่รอด ในสังคมที่มีความสุขในแบบที่พื้นฐานมนุษย์ต้องการ