เมื่อสำเร็จ คุณก็จำไม่ได้แล้วว่าความเหนื่อยเป็นอย่างไร

ถ้ามีใครวานให้เราขับรถออกไปซื้อของที่ไดที่หนึ่งและเราไม่อยากออกไป เรามักจะใช้ข้ออ้างต่อไปนี้

ของร้านนั้นไม่ดีหรอก
ไม่ว่างกำลังทำงานอะไรซักอย่างอยู่
ขี้เกียจ ไม่เอาละกลัวอันตราย
เดี่ยวรอให้หนังจบก่อนนะ
ปานนี้เขาเลิกขายไปแล้ว

ทีนี้ลองสมมติเหตุการณ์ใหม่ เราได้งานที่หนึ่งถ้าทำให้เงินทันทีที่ทำ 50,000 บาทแต่ต้องขึ้นไปเชียงใหม่ให้ทันพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง(ตอนนี้บ่ายก่อนวันนั้น) เรามาช่วยกันหาเหตุผลกันดีกว่าที่เราจะไปให้ได้เพราะอะไร

  - ถ้าไม่ไปก็เสียดายแย่เลย ไปเหอะ
  - ตั้งห้าหมื่นนะ ทำงานทั้งเดือนยังไม่ได้เลย
  - ไปเลยทันที มันจะหาที่ไหนได้อีก
  - ไปดูก่อนนะ งานอะไรก็ทำละ
  และอื่นๆอีกมากมาย ใช่ไหมครับ

เห็นไหมว่ามันง่ายที่จะหาเหตุผลมาปฏิเสธและหาเหตุผลมาสนับสนุนเพื่อที่จะทำหรือไม่ทำอะไรบ้างอย่าง จริงหรือเปล่าที่คุณ ทำไม่ได้หรือไม่เคยได้ทำ คุณทำไม่เป็นหรือไม่อยากทำเพราะมันไม่คุ้ม ไปไม่ได้เพราะอยู่ไกลหรือไม่อยากไป งานมันไม่ดีสำเร็จช้าไม่อยากทำทั้งๆที่งานที่ทำอยู่ไม่มีโอกาสสำเร็จ

ทั้งข้ออ้างกับเหตุผลนั้นอยู่ใกล้กันเหมือนกับเหรียญสองด้านมันขึ้นอยู่กับว่า ตัวคุณเองจะพลิกเลือกด้านไหน  ถ้าคุณคิดที่อยากจะทำอะไรสักอย่างแล้วเชื่อว่าคุณทำได้ อุปสรรคใดๆก็ดูเหมือนจะไม่มีความหมายไปเสียเลยและเมื่อคุณเลือกที่จะทำ คุณก็จะมีวิธีการที่จะจัดการกับมันได้เอง จะสำเร็จหรือไม่ก็อยู่ที่เราเลือกนั่นเอง อย่าเสียเวลาไปหาข้ออ้างเลยครับ มุ่งมั่นลงมือทำและฟันฝ่าอุปสรรคไปเถอะครับ เมื่อสำเร็จ คุณก็จำไม่ได้แล้วว่าความเหนื่อยเป็นอย่างไร

ขอบคุณหนังสือดีๆ ทางเปียกฝน ถนนเปียกน้ำเล่ม 1 ของ คุณพิบูลย์ ดิษฐอุดม  ที่ให้ข้อคิดนี้ครับ