บริจาคโลหิต...กันมั้ย

โลหิตเป็นส่วนประกอบที่สำคัญต่อร่างกาย เปรียบเสมือนสายธารหล่อเลี้ยงชีวิต
ตามปกติแล้วมนุษย์เราจะมีโลหิตไหลเวียนอยู่ในร่างกายประมาณ 4,000 - 5,000 ซี.ซี
แต่การบริจาคโลหิตจะบริจาคเพียง 300 - 400 ซี.ซี หรือประมาณ 6-7% เท่านั้น
ฉะนั้นจึงไม่ส่งผลก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แต่กลับจะเป็นผลดีเพราะเท่ากับ
เป็นการกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดโลหิตใหม่ๆ ออกมาชดเชยและใช้งานต่อไป
ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตและไขกระดูกทำงานได้ดี
การบริจาคโลหิตจึงสามารถบริจาคได้ทุกๆ 3 เดือน

คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต

1.     อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์

2.     น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป สุขภาพทั่วไปสมบูรณ์ดี

3.     ไม่มีประวัติโรคตับอักเสบ หรือดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง

4.     ไม่เป็นไข้มาเลเรียมาในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา  และ ไม่เป็นกามโรค  โรคติดเชื้อต่างๆ  ไอเรื้อรัง ไอมีโลหิต  โลหิตออกง่ายผิดปกติ  โรคโลหิตชนิดต่าง ๆ  โรคหอบหืด  โรคภูมิแพ้  โรคลมชัก โรคผิวหนังเรื้อรัง  โรคหัวใจ  โรคไต  โรคเบาหวาน  โรคไทรอยด์

5.     ไม่อยู่ในภาวะน้ำหนักลดมากในระยะสั้น โดยไม่ทราบสาเหตุ

6.     ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ หรือ สำส่อนทางเพศ ไม่มีประวัติติดยาเสพติด

7.     งดการบริจาคโลหิตภายหลังผ่าตัดคลอดบุตร หรือ แท้งบุตร 6 เดือน 
              (ถ้ามีการรับโลหิตต้องงดบริจาคโลหิต 1 ปี)

8.     สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์

 

การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต

-นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อเนื่อง ในเวลาปกติคืนก่อนวันบริจาค

 

-รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กเพิ่ม

 

-รับ ประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้

 

-ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

 

-งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาค

 

-งดสูบบุหรี่ ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

 

ข้อปฏิบัติหลังบริจาคโลหิต

1. นอนพักบนเตียงอย่างน้อย 3-5 นาที ห้ามลุกจากเตียงทันที จะเวียนศีรษะเป็นลมได้          

2. ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีบริการให้ และดื่มน้ำมากกว่าปกติเป็นเวลา 2 วัน          

3. ไม่ควรรีบร้อนกลับ นั่งพักจนแน่ใจว่าเป็นปกติ          

4. หากมีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลมระหว่างลุกจากเตียง หรือขณะเดินทางกลับ ต้องรีบนั่งก้มศีรษะต่ำ ระหว่างเข่าหรือนอนราบ เพื่อป้องกันอันตรายจากการล้มได้

5. หากมีโลหิตซึมออกมาให้ใช้นิ้วมือ 3 นิ้ว กดลงบนผ้าก๊อส หรือพลาสเตอร์ที่ปิดรอยเจาะ ให้นิ้วหัวแม่มือกดด้านใต้ข้อศอกและยกแขนสูงจนโลหิตหยุดสนิท หากโลหิตไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคเพื่อพบแพทย์, พยาบาล

6. งดออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากภายหลังการบริจาคโลหิต ผู้บริจาคโลหิตที่ทำงาน ปีนป่ายที่สูงหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพักหนึ่งวัน

7. รับประทานยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละ 1 เม็ด จนหมด เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก

8. หลีกเลี่ยงการใช้กำลังแขนข้างที่เจาะเป็นเวลา 12 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการบวมช้ำ