ไม่ว่าอดีตก็คือปัจจุบัน เด็กผู้เยา และสตรี ไม่ว่าในตัวเมือง หรือชนบทถือเป็นกำลังการผลิตที่สำคัญเพื่อการคงตัว โดยเฉพาะในเวลาที่ประเทศยังมีความทุกยากนั้น เด็กมีความจำเป็นต้องอยู่เรือน เพื่อเป็นกำลังรับใช้ให้ครอบครัวจึงเกิดมีปัญหาใหญ่ในการทิ้งโรงเรียน โดยเฉพาะในระยะปีสุดท้ายของขั้นประถม หญิงสาวที่มาจากครอบครัวทุกยาก ชาวไร่นา และชนเผ่ามีความยุ้งยากที่จะไปโรงเรียน และมีท่าทีจะทิ้งโรงเรียนย้อนไม่มีทุนจะเรียน เพราะต้องช่วยครอบครัวทำงานในเรือน หรือหาเงิน ส่งที่ครอบงำพ่อ แม่บางคนอีกก็คือถ้ามีลูกชาย-หญิงมักจะส่งลูกชายไปเรียนเพราะคงจะย้อนว่า การลงทุนให้ผู้ชายเรียนคงจะไม่เสียทุนมาก ดังนั้น จึงมีแนวโน้มเอาลูกผู้หญิงอยู่เรือน (บ้าน) หรืออกโรงเรียนเพื่อครอบครัวและดูแลน้อง

ผลจากการศึกษาผู้เขียนจึงเห็นได้ว่า ถึงแม้จะไม่มีการจำแนกเกี่ยวกับการศึกษาแต่ผู้หญิงยังแบกหาบ เพราะย้อนความแตกต่างทางเพศและบทบาทที่เขาถูกมอบให้จากครอบครัว และกว้างออกไปจากครอบครัว

ตัวอย่างประชาชนจำนวน 118 คนที่ยังอยู่ในเขต 9 ตำบลของอำเภอเมืองสังทอง เห็นว่าเด็กหญิงจะมีปัญหาในการศึกษาหลายกว่าผู้ชาย ผู้ที่ได้รับการศึกษา และอิงใส่รายรับครอบครัว ไม่ว่าจะมีรายรับน้อย หรือหลายกว่า 100,000 กีบ เพศหญิงจะมีอัตราสูงกว่าเพศชายคือเฉลี่ยรวม เพศหญิงมี 4,9% และเพศชายมี 3,5% สำหรับผู้ที่ไม่จบประถม มีอัตราส่วนสูงกว่าระดับการศึกษาอยู่ขั้นต่างๆหลาย ชายมี 73,7% และ ผู้หญิงมี 83,6% หมาความว่าผู้ที่เรียนจบประถมไม่มี เฉพาะผู้ที่เรียนจบมัธยมในครอบครัวที่มีรายรับต่ำกว่า 100,000 กีบ ทั้งหญิงและชายไม่มี แต่จะมีในครอบครัวที่มีรายรับหลายกว่า100,000 กีบ เพียงเล็กน้อย แต่เพศชายจะมีอัตราส่วนสูงกว่าเพศหญิงคือเด็กชายมี 13,6% และเด็กหญิง 3,8% เมื่อพูดถึงระดับการศึกษาสูงขึ้นไปคือจบวิชาชีพเด็กหญิงไม่มี จะมีแต่เด็กชายเท่านั้น

 

3.1. ขาดทรัพยากรมนุษย์ของชาติ

การพัฒนาประเทศชาติ ให้เจริญก้าวหน้า ได้ขึ้นกับหลายปัจจัย แต่ปัจจัยที่สำคัญ และคือคน ซึ่งหมายถึงคนที่มีความรู้ความสามารถ และมีคุณสมบัติ แต่สำหรับประเทศลาวจำนวนผู้หญิงรวมถึงกว่าครึ่งหนึ่งของประชากร แต่อัตราส่วนของผู้หญิงได้รับการศึกษาสูง และ มีส่วนร่วมในองค์การของรัฐในระดับของรัฐยังต่ำ ต่อปัญหานี้รัฐบาลก็ได้วางนโยบายชัดแจ้ง เพื่อทำอย่างไรอัตราส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้น โดยอิงใส่นโยบายนี้ องค์การจัดตั้งรัฐก็ได้จัดให้มีขบวนการ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อผลักดันให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในวงการศึกษา และเพื่อพัฒนาตนเองขึ้นเป็นก้าวๆเป็นต้นว่าได้มี โครงการการศึกษาขั้นฟื้นฐานเพื่อเด็กหญิงที่จะนำเอาการศึกษาลงไปสู่รากฐานชนบทห่างไกล เพื่อสร้างเงื่อนไขให้ชนเผ่าต่างๆในทั่วประเทศมีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียน โครงการพัฒนาชนบทซึ่งในนั้นการศึกษาก็มีความสำคัญในโครงการนั้น

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีความหายที่มีลักษะนะตัดสินต่อการพัฒนาประเทศชาติเพราะว่า การที่จะนำประเทศชาติก้าวสู่ความเจริญต้องอิงใส่คนผู้มีความรู้ความสามารถ ในระยะใหม่ รัฐบาลลาวก็ได้กำหนดความมุ้งหมายรวมในการพัฒนาโดยสร้างคนให้เป็นพลเมืองดีมีความรักชาติ รักระบอบใหม่สร้างให้คนมีระเบียบวิไน และเคารพระเบียบกฎหมาย สร้างคนให้มีความรู้ความสามารถ มีวิชาชีพ มีความดุมั่น มีหัวคิดประกิดสร้าง รู้ปริยัติ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ และมีความสีวิลัยทางด้านจิตใจ มีน้ำใจมนุษยธรรม ยุติธรรมรู้รักความสามัคคีเอื้อเฟื่อแพร่ และมีความชอบความนิยมถูกต้อง รู้จำแนกมิตร และศัตรู ในงานการสร้างสาพัฒนาคน รัฐบาลลาวได้หันเอาการศึกษาลงสู่ประชาชน ขยายระบบการศึกษาให้ทั่วถึงเพื่อให้เขาได้รับการศึกษาเรียนรู้ และมีหัวคิดประดิษฐ์สร้างเพื่อกายเป็นผู้สืบทอด หันเอาการศึกษาเคียงคู่กับการพัฒนาทางด้านจิตใจของเขาให้มีคุณค่าทางการเมือง

ดังนั้นการพัฒนาประเทศชาติรัฐบาลที่หันเอาการศึกษาเคียงคู่กับการพัฒนากับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไปก่อนก้าวหนึ่ง แน่นอนหากคนไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถมีมีความชำนาญ ไม่ได้รับการฝึกอบรม และไม่มีสุขภาพภาระมัยสมบูรณ์แล้ว ก็จะไม่สามารถสามารถดำเนินภารกิจของการพัฒนาประเทศชาติได้รับผล

 

3.2. บทบาทของผู้หญิงอยู่ในสังคมยังไม่ทันสูง

ผู้หญิงในสมัยก่อนก็มีสภาพไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงในประเทศอื่นๆโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตราวันออกเฉียงใต้ ที่ได้ถูกกฎขี่ทางเพศ (ทารุณทางเพศ) ถูกผูกมัดไม่ให้มีความก้าวหน้าหรือมีบทบาทในสังคมด้วยจารีตประเพณี โดยรวมแล้วอยู่ในฐานะต่ำต้อยที่สุดถ้าเทียบใส่เพศชาย การจำแนกต่อบทบาทหญิง-ชายลาวในสังคม แสดงออกในกำลังแรงงานผู้หญิงกวมเอาถึง 52% ของผู้ออกแรงงานทั้งหมดในทั่วประเทศ แต่ผู้หญิงพัดช้ำมีส่วนร่วมเพียงประมาณ 1/3 เท่านั้น อยู่ในงานที่มีลักษณะวิชาการมีเพียง 6% ของพนักงานวิชาการ และการนำขั้นสูง อีกปัญหาหนึ่งเมื่อผู้หญิงแต่งงานแล้วเขายังพบปัญหาเกี่ยวกับลูกเขา ถึงจะมีที่ฝากเด็กก็ตามพวกเขาก็ต้องได้ดูแลกับลูกเพื่อให้ผัวได้ไปการทันกับเวลา ดังนั้นพวกเขาจึงไปงานหล้าช้า หรือถ้าลูกป่วยไม่ได้ไปทำงานเลย และหลายครั้งก็กลายเป็นเหตุให้เขามีข้อบกผ่องแล้วเป็นหนึ่งสาเหตุที่ไม่มีเงื่อนไขถูกคัดเลือกเข้าเป็นการนำ ดังนั้นจึงมีไม่มีผู้หญิงหลายคนที่จะถูกเลือกเข้าเป็นการนำในขั้นต่างๆ


3.3. ผู้หญิงยังขาดโอกาสในทางเลือกวิชาชีพ

ถึงแม้ว่าไม่มีความรู้สูง ก็จะเป็นการยากในการหางานทำที่ดี โดยเฉพาะ ในการเข้าร่วมในเวทีการเมือง ตามตัวจริงสังเกตเห็นว่ามีจำนวนผู้หญิงน้อยที่สุดที่ได้รับหน้าที่ตำแหน่งเป็นประธาน หรือหัวหน้าในองค์การจัดตั้งใดหนึ่ง ก็ย้อนว่าพวกเขาได้ทิ้งการเรียนมาตั้งแต่ขั้นประถมศึกษา เนื่องมาจากการขาดทุนรอน จำต้องอยู่เรือนเป็นกำลังรับใช้ครอบครัวและสิ่งที่ยังครอบงำ พ่อ แม่บางคนคือการที่มีลูกชาย-หญิง พ่อ แม่ชอบที่จะส่งเสริมให้ลูกชายไปเรียน เพราะคงจะย้อนว่าการส่งลูกชายไปเรียนคงจะไม่เสียทุน ดังนั้นจึงมีแนวโน้มเอาลูกผู้หญิงอยู่เรือน หรือออกโรงเรียนช่วยงานของครอบครัวและเอา (ดูแล) น้อง จากเหตุผลดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่กีดขวางที่ทำให้พวกเขาไม่ได้รับการศึกษาขั้นวิชาชีพที่เขาต้องการ

ดังนั้น ก็เป็นการยากที่จะเข้าไปเคลื่อนไหวกิจกรรมใดหนึ่งในภาครัฐและเอกชน เพราะการที่จะรับบุคคลกรผู้หนึ่งเข้ามาทำงานในองค์การนั้น ก็ต้องมีเงื่อนไขครบถ้วนตามมาตรฐานขององค์การจัดตั้งนั้น

มติต่างๆของศูนย์กลางพรรค ก็ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับผู้หญิงแต่การปฏิบัตินโยบายต่างๆที่พักได้กำหนดต่อผู้หญิง -เด็กหญิงระหว่างแขนงการและท้องถิ่นมีระดับแตกต่างกันมีบางแขนงการและท้องถิ่นยังมีปรากฏการจำแนกไม่เอาใจใส่สตรี ไม่ทันเอาใจใส่สร้างทุกเงื่อนไขให้ผู้หญิงได้เคลื่อนไหวตามความสามารถของเขา อีกด้านหนึ่งการโยกย้ายพนักงานเพศหญิงไปทำงานอื่น ก็ไม่มีประสารสมทบกับองค์การผู้หญิง