2. ระบบการศึกษา

การศึกษาเป็นระบบหนึ่งที่มีลักษณะเอกราชแบบสัมพันธ์ โดยมีจุดประสงค์ฝึกฝนอบรม สร้างสมาชิกของสังคม ให้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ รับเอามูลค่าทางด้านสติปัญญา ความสามารถ มาตรฐาน และการประพฤติของคน ซึ่งเนื้อในของมันแม่นระบบสังคม ระบบเศรษฐกิจ การเมืองของสังคมนั้น ขึ้นกับพื้นฐานวัตถุ- เทคนิค การศึกษามีบทบาทในการก่อสร้างกำลังการผลิต มีหน้าที่พัฒนาคน พัฒนานักวิชาชีพ เพื่อชัพซ้อนเข้าในสังคม ระบบการศึกษาที่อยู่ภายในประเทศมีทั้งการศึกษาในระบบ และการศึกษานอกระบบ มีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้ และความสามารถของผู้หญิงและเด็กหญิง แต่ว่าสถานที่เรียน การศึกษาทั้งในและนอกระบบที่ผู้หญิงและเด็กหญิงสามารถเรียนได้ยังมีจำกัด และการศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เป็นกลแจที่ทำให้การพัฒนายั่งยืน มีสันติภาพ และความหมั้นคงอยู่ในประเทศ และระหว่างประเทศ เป็นพาหนะที่มีประสิทธิภาพในการประกอบส่วนในสังคม และเศรษฐกิจของสตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโลกาภิวัตน์อย่างรวดเร็ว การบรรลุจุดประสงค์ของการศึกษา เพื่อให้ทุกคนสนองความต้องการแห่งการเรียนรู้ของทุกคน ให้สามารถบรรลุได้อย่างเร็ว ระบบการศึกษาประกอบด้วยการศึกษาสามัญ วิชาชีพ และการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย

ระบบการศึกษา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดเข้าเป็น 3 ระบบ เด็กน้อย ผู้ใหญ่ สามารถเรียนรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย แต่ละระบบมีเป้าหมาย การจัดตั้ง หลักสูตร และวิธีสอนที่แตกต่างกันไปแต่ก็มีการเชื่อมโยงกัน [1]

 

การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาทั่วไปโดยใช้วิธีการปฏิบัติกันมาอยู่ในโรงเรียนหรือ ใช้ระบบการศึกษาอื่นๆ เคียงครู่กับระบบการศึกษาภาครัฐ ระบบการศึกษาภาคเอกชนยิ่งมีความสำคัญ และกำลังมีบทบาทในระบบการศึกษา โรงเรียนเด็ก หรือ โรงเรียนอานุบาล โรงเรียนปฐม มัธยมตอนต้น มัธยมตอนปลาย โรงเรียนวิชาชีพ และวิทยาลัยกำลังขยายเป็นจำนวนหลาย ส่วนมากที่ตัวเมืองใหญ่

การศึกษานอกระบบ แม่นเพื่อตอบสนองความรู้ และวิชาการให้ผู้ใหญ่ นโยบายการศึกษานอกระบบของกระทรวงศึกษา แม่นพัฒนาเด็กน้อยอายุ 6 หา 14 ปี ที่ไม่ได้เข้าโรงเรียน และเอาใจ

ใส่ผู้ใหญ่ ต้องการยกระดับการศึกษาของตน รวมทั้งการฝึกอบรมวิชาชีพ ลบล้างความไม่รู้หนังสือ

การศึกษาเทียบเท่าระดับปฐม และการเรียนตลอดชีวิต ถึงว่างานดังกล่าวยังปฏิบัติอยู่ การศึกษานอกระบบก่อสุ่มใสความเรียกร้องต้องการด้านการศึกษาอื่นๆ ที่นอกจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบควบเอางานต้านความไม่รู้หนังสือ และการศึกษาพื้นฐานสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ นอกนั้น ก็มีแผนการยกระดับการศึกษาให้พลเมืองทั่วไป โดยมีจุดสุ่มเฉพาะกลุ่มคนที่ตกอยู่ในความเสี่ยงสูงเช่น คนทุกยาก ผู้หญิง และชนเผ่าส่วนน้อย

ระบบการศึกษาตามอัธยาศัย แม่นการถ่ายทอดความรู้ของท้องถิ่นให้แก่พลเมืองท้องถิ่น และเป็นระบบการเรียนแบบดั่งเดิมซึ่งมีมาแต่อดีตซึ่งการศึกษาภายในครอบครัว หรือพื้นฐานเพื่อรับประกันให้สมาชิกทั้งผู้หญิงและชายมีความสามารถในความร่วมมือกับสังคม เพื่อการศึกษาอยู่ในสังคมก่อคือการอยู่ลอดของชนเผ่าของตน


ถึงแม้ว่า จะมีปัญหายุ่งยากจำนวนหนึ่งก่อตาม สปป.ลาว ก่อได้มีความคืบหน้าสำคัญจำนวนหนึ่งในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะในขงเขตการศึกษา จำนวนนักเรียนเข้าโรงเรียนในการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เพิ่มขึ้นทุกปี จำนวนนักเรียนเข้าโรงเรียนในชั้นมัธยมตอนต้น และตอนปลายก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างเร็ว โครงการก่อสร้างโรงเรียนในเขตชนบทได้ปรับปรุงสภาพเข้าสู่การบริการด้านการศึกษา แต่ก็มีความไม่เสมอภาพหลายอย่างอยู่ในระบบทั้งในแง่แบ่งปันงบประมาณ และแง่ผลได้รับจากการศึกษา ยังมีสภาพแตกต่างกันหลายในต่างจังหวัด และเมืองในแต่ละระดับการศึกษาในแง่ผลได้รับจากการศึกษา และงบประมาณ ประจุบันจำนวนผู้หญิงชนเผ่าในโรงเรียนมีน้อย ย้อนผู้หญิงชนเผ่าส่วนน้อยมีข้อยุ้งยาก ซึ่งไม่เข้าโรงเรียน หรือไม่เรียนหนังสือ ดังนั้น จึ่งไม่มีจำนวนหลายเช่น ขั้นปฐมลาวเทิงมีจำนวน 35,739 คน ลาวสูงมีจำนวน 5,743 คน และลาวลุ่มมีจำนวน 211,903 คน ขั้นมัธยม ลาวเทิงมีจำนวน 1,409 คน ลาวสูงมีจำนวน 199 คน ลาวลุ่มมีจำนวน 12,238 คน [2]

 

ตัวเลขดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงใน 3 ชนเผ่าใหญ่ ไม่มีเงื่อนไขเข้าเรียนหลาย นอกนั้น ยังมีความแตกต่างกันระหว่าง 3 ชนเผ่าใหญ่ คือลาวลุ่มจะได้รับการศึกษาสูงกว่า 2 ชนเผ่าใหญ่ เมื่อสภาพเป็นดังนี้ นักวิจัยผู้หญิงลาวผู้หนึ่งได้กล่าวว่า ถึงจะไม่มีการจำแนกเกี่ยวกับการศึกแต่ผู้หญิงก็ทำงานหนัก เพราะความแตกต่างทางเพศ และบทบาทที่ถูกมอบหมายให้จากสังคม และกว้างออกไป แม่นจากครอบครัว

การปฏิรูปหลักสูตร ในระบบการศึกษาทั่วไปแม่นมีความสอดคล้อบางอย่าง โครงการศึกษานอกระบบ ได้รวมเกากิจจะกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ควบครู่กับการลบล้างความไม่รู้หนังสือ ซึ่งได้ลดลงในระดับหนึ่ง

 

2.1. ความสำคัญของการศึกษาของผู้หญิง

การศึกษามีความสำคัญมากในสังคมปัจจุบัน เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่มีการแข่งขันสูง คนที่ได้รับการศึกษาดีย่อมมีโอกาสในสังคมมากกว่าคนที่ไม่ได้รับการศึกษา และคนที่ไม่ได้รับการศึกษาอาจมีความเสี่ยงในการถูกละเมิดสิทธิต่างๆ เนื่องจากความไม่รู้ของพวกเขา และการที่ไม่ได้รับการศึกษานั้นยังทำให้พวกเขาขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่ ทำให้สังคมขาดคนที่มีคุณภาพที่จะพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าต่อไป นอกจากนั้นการศึกษายังเป็นการสร้างคุณค่า และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เป็นการสร้างความสำนึกของความเป็นพลเมือง และสำนึกของความเป็นสมาชิกของสังคม ดังนั้นนานาประเทศจึงให้การยอมรับ และส่งเสริมให้ประชาชนของ


ตนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ประชาชนของตนเป็นคนที่มีความรู้ มีคุณภาพ และมีศักยภาพ ในการที่จะนำความรู้นั้นมาพัฒนาประเทศให้สามรถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้ จึงเห็นได้ว่าการศึกษานั้นเป็นสิทธิที่สำคัญมากประการหนึ่ง เนื่องจากเป็นทั้งการสร้างคุณค่า และเป็นการให้ความสำคัญต่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และสิทธิที่จะได้รับการพัฒนา สิทธิในการศึกษานี้จึงได้ถูกนำไปบัญญัติรับรองไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศหลายฉบับด้วยกัน ทั้งในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (มาตรา26) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตร13) อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (28) และอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (5) ในฐานะที่เป็นสิทธิมนุษยชนประการหนึ่ง

เช่นเดียวกับนานาอารยประเทศ ประเทศลาวได้ให้ความสำคัญกับศึกษามาโดยตลอด โดยสิทธิในการศึกษานี้เป็นสิทธิที่ได้รับการยอมรับทั้งในรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวปีพ.. 2547 และในนโยบายต่างๆของรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้บุคคลได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน แต่เนื่องจากปัจจุบันประเทศลาวมีบางกลุ่มคนที่เรียกว่า คนไร้รัฐ คนไร้สัญชาติ

ซึ่งผลการศึกษาจากรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวปีพ.. 2547 (ฉบับดัดแก้) และกฎหมายต่างๆไม่มีข้อบัญญัติใดที่กำหนดถึงสิทธิในการศึกษาของบุคคลไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ดังนั้นจึ่งมีความจำเป็นที่ต้องศึกษาว่าการเป็นคนไร้รัฐ หรือเป็นคนไร้สัญชาติ มีสิทธิในการศึกษาในประเทศลาว หรือไม่ ซึ่งผู้เขียนจะได้วิเคราะห์ในบทต่อไป อย่างไร และสิทธิในการศึกษานี้ ฐานแห่งสิทธิเกิดจากอะไร สิทธินี้เกิดมีขึ้นเนื่องจากการที่เขาเป็น มนุษย์คนหนึ่ง หรือเพราะการที่เขาเป็นคนชาติของรัฐใดรัฐหนึ่งนอกจากนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิในการศึกษาของคนไร้สัญชาติ และคนไร้รัฐ จึ่งต้องทำการแสวงหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมที่สุดเพื่อจัดการปัญหานี้ต่อไป

2.2. ผู้หญิงกับการศึกษา

การศึกษาของผู้หญิง เป็นงานหนึ่งที่สำคัญของแขนงการศึกษาแห่งชาติด้วยเหตุนั้น เพื่อยากแก้ไขปัญหาการศึกษาของสตรีก็คือยกระดับการศึกษาของผู้หญิงให้สูงขึ้น เน้นใส่ให้ผู้หญิงสามารถประกอบส่วนเข้าในงานต่างๆของเศรษฐกิจและสังคมนั้น มันมีความจำเป็นต้องค้นคว้าถึงสภาพการศึกษาของผู้หญิง บทบาทของผู้หญิงในสังคม และกงจักอำนาจการปกครองของรัฐ การปฏิบัติความเสมอภาคระหว่างหญิง-ชาย การเปิดโอกาสให้เด็กหญิง ผู้หญิงเข้ารับการศึกษา โอกาสได้รับการศึกษาของผู้หญิงชนเผ่า และอื่นๆ พร้อมนั้นก็มีความจำเป็นต้องค้นคว้าหาสาเหตุต้นตอที่ผู้หญิงไม่ได้รับการศึกษา ปัจจัยที่จำกัดการนำใช้ความรู้ความสามารถของผู้หญิง และปัจจัยที่เป็นผลสะท้อนต่อผลสำเร็จของผู้หญิงอีก

การศึกษาของผู้หญิงมีความสะหรับชัพช้อนซึ่งพัวพันถึงปัญหาเศรษฐกิจ ประวัติทิศาสตร์ และสังคม วัฒนธรรม และกามเมือง การศึกษาผู้หญิงมีต้นกำเนิดมาจากการลุกรื้อขึ้นของประชาชนอยู่ในบางประเทศ เพราะฉะนั้นอยู่ในลาวสหพันธ์ผู้หญิงได้ยกเอาประเด็นของผู้หญิงมาศึกษา บรรดาผู้หญิงเหล่านี้เห็นได้ว่า ความเสมอภาคของผู้หญิงในสังคมของเขายังไม่ทันเหมาะกับตัวจริง ถึงแม้ว่าจะถูกกล่าวว่าพวกเขามีสิทธิเสมอภาคทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมต่อหน้ากฎหมายแต่ความเป็นจริงแล้วพวกเขาไม่มีสิทธิความเสมอภาคเลย และมันก็ยังมีช่องว่างระหว่างเพศหญิง และเพศชาย และระหว่างข่าวกับความเป็นจริง และผู้หญิงในปัจจุบันนี้ไม่มีโอกาสหนุนใช้ความสามารถที่เขาได้เรียนมาอย่างเต็มส่วน เพราะฉะนั้น ความสามารถ และการศึกษาของพวกเขาจึงไม่มีประโยชน์ สังคมไม่ได้รับผลสำเร็จในการใช้ทรัพยากรอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอยู่ในประเทศที่ด้อยพัฒนานั้นก็เหมือนกัน ขวนการพัฒนาผู้หญิงผู้หญิงยังถูกปล่อยทิ้ง เมื่อพวกเขาหันมามองผู้หญิงและการศึกษาอยู่ในประเทศลาวแล้ว พวกเขาเห็นได้ว่า ปัญหาทางด้านฐานะของสตรีเป็นจุดที่กระทรวงศึกษาได้เอาใจใส่ ตามตัวเลขของการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่ามีมีผู้หญิงจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าศึกษาเล่าเรียนเลีย ความต้องการในการศึกษา และการให้โอกาสในการประกอบส่วนเข้าในการพัฒนาประเทศในระยะใหม่นี้ ไม่ได้กล่าวถึงผู้หญิงเหล่านี้เลย

ผ่านจากการศึกษาค้นคว้าและอ่านบรรดาเอกสารต่างๆแล้วผู้เขียนเห็นได้ว่าการประกอบส่วนของผู้หญิงอยู่ในการศึกษาได้ลดลง โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเข้าศึกษาเล่าเรียนอยู่ในการศึกษาในระบบ ตัวเลขผู้หญิงที่ลงทะเบียนเข้าเรียนชั้นมัธยมตอนต้นมีเพียง 39% มัธยมปลายมี 37% และมีเพียงแต่หลายกว่า1/4 ของจำนวนนักศึกษา ทั้งหมดได้ลงทะเบียนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย และการศึกษาเทคนิควิชาชีพชั้นสูง

ฉะนั้นตามทัศนะของผู้เขียนสามารถสังเกตเห็นได้ว่า ผู้หญิงยังพบความยุ้งยากหลายประการในหน้าที่การงาน นอกนี้ยังเห็นได้ว่าผู้หญิงผู้ที่มีความสามารถได้พบเห็นปัญหายุ้งยากในการประกอบอาชีพ สิ่งที่กล่าวมานี้มันแสดงให้เห็นความไม่ยุติธรรมต่อผู้หญิงในการประกอบอาชีพ เว้าเฉพาะและเว้ารวมได้สูนเสียทรัพยากรของชาติและความสามารถของมนุษย์

 

2.3. การศึกษาในระยะผ่านมาถึงปัจจุบัน

ภายหลังประเทศได้รับการปดปล่อยเป็นอิสระออกจากการปกครองของพวกที่ล่าอาณานิคม และศักดินาแล้ว พรรครัฐได้วางแผนนโยบายในการศึกษาเป็นอันดับแรก เพื่อทำให้ประชาชนทุกคน ทุกเผ่าขอบเขตทั่วประเทศได้นำใช้การศึกษาใหม่ วัฒนาธรรมใหม่ และทำให้พ่อแม่ประชาชนเข้าใจว่างานการศึกษาเป็นวิธีหนึ่งเพื่อเปิดช่องทางให้แก่การปรับปรุง สร้างสังคมนิยม แต่ความจริงแล้ว บางคนยังเข้าใจการศึกษาตามความสำนึกเก่าว่า การศึกษาเป็นเพียงสวัสดิการทางสังคม การศึกษา ขึ้นกับมาตรฐานเกณฑ์ วัฒนธรรมด้านเดียวเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นบางเห็นถือว่า การศึกษาเป็นแขนงการหนึ่งที่สิ้นเปลืองจากความสำนึกที่ผิดเพี้ยนไป จึ่งไม่เอาใจใส่ต่อภารกิจการศึกษา และอีกอย่างหนึ่งก็มีหลายท้องถิ่นไม่เอาใจใสต่อการดำเนินชีวิตเท่าที่ควร การเปิกจ่ายเงินเดือนให้พวกเขาก็ล่าช้า การปฏิบัตินโยบายต่างๆที่มีแล้วต่อครูก็ไม่คบถ้วน และไม่ทันเวลาอันเป็นการส่งผลสะท้อนให้แก่การดำรงชีวิตของครู อาจารย์ การเอาใจใส่อย่างจริงจั๋งต่อครู ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคนรุ่นหลังที่เป็นอนาคตของประเทศชาติให้มีความรู้ ความสามารถ มีคุณสมบัติครบถ้วน เพื่อสืบทอดภารกิจปฏิวัติของพรรค พร้อมกันนั้นสร้างศักยภาพของพนักงานให้มีความรู้ความสามารถทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการป้องกันชาติ

ตามการรายงานกระทรวงศึกษาในปี 1990 ได้ยืนยันว่าหมดทั่วประเทศพลเมือง อายุ 15-45 ปี ยังไม่รู้หนังสือ นอกจากนั้นยังมีสภาพการไม่เรียนไม่สนใจ เช่น ทั้งหมดทั่วประเทศ ปี 1988-1989 ได้มีนักเรียนชั้นปฐม 1 ถึง 22 % ไม่สนใจการเรียนการศึกษา ภายหลัง 1 หรือ 2 ปี พร้อมกันนั้น จำนวนที่ตกชั้นก็สูง ปัญหาดังกล่าว จะเป็นผลสะท้อนในอนาคตเพราะเป็นการเสียเวลา และในการสร้างทรัพยากรบุคคลหนึ่งที่จะมีความรู้ พร้อมความดี เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา สำหรับประชาชนบันดาเผ่าที่อย่างไกลยิ่งมีความล้ำบาก เพราะการคมนาคมบริการไม่ทั่วถึง ทั้งบวกใส่เงินเดือนของครุ อาจารย์ต่ำยิ่งมีผลกระทบในการศึกษา เหตุผลอื่นๆ อีก เช่น โรงเรียนขาดอุปกรณ์ ครูสอนมีคุณภาพต่ำเพราะขาดทางด้านวิชาการ การสอน และหลักสูตร ถึงว่าจะมีความพยายามปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดแต่คุณภาพการศึกษาก็ต่ำอยู่ ดังนั้น มันจึงทำให้การศึกษาไม่ได้รับผลเท่าที่ควร

ในปัจจุบันนี้ วอทยาศาสตร์มีความก้าวหน้า ได้เปลี่ยนแปลงกำลังการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ประกอบการ ลดระยะเวลาลง เทคนิคเป็นส่วนประกอบการของขบวนการวิวัฒนากาลแห่งการผลิต ปริมาณความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ระบบการศึกษานโยบายเป็นผู้สนองให้ จึงเห็นได้ว่าการศึกษาเป็นภาคส่วนที่จำเป็นของการปฏิบัติวิทยาศาสตร์ เทคนิค และการปฏิบัติทางด้านแนวคิดวัฒนธรรม การศึกษาเป็นภาคส่วนสำคัญที่จะต้องพัฒนาก่อน เพราะระบบเศรษฐกิจเกี่ยวเนื่องกับระบบการศึกษา หมายความว่า มีความจำเป็นในขบวนวิวัฒนาการ การผลิต ยกระดับสภาพของแรงงานในสังคมให้สูงขึ้น นอกจากนั้นพัฒนาบุคคลให้มีความรู้เฉพาะด้านในวิชาชีพ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ เพื่อสืบต่อพัฒนากาลการศึกษาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้ขยายตัวทางด้านปริมาณที่มีคุณภาพ โดยสอดคล้องกับกองประชุมโลกเกี่ยวกับการศึกษา เพื่อให้ทุกคนได้รับความสำเร็จของแผนงานได้พัฒนาหลักสูตร หนังสือเรียน และหนังสือครู่มือปฐม และมัธยม วิธีการสอนแบบใหม่ ส่งเสริมแนวคิดที่สร้างสรรค์ของนักเรียน เพื่อให้การสอน การศึกษาแบบใหม่ได้รับผลดี ในการฝึกอบรมให้ครูปฐมได้ผ่านโรงเรียนสร้างครู และครูมัธยมตอนต้น และตอนปลาย พร้อมกันนั้นในการช่วยเหลื่อครูแต่ละชั้นดังกล่าวในการแต่งบทการสอน วิธีการสอน การประเมินผล การผลิต การนำใช้สื่อสร้างครู วิทยาลัยครู เช่น ห้องเรียน ห้องสมุด ห้องอทดลอง สะโมสอน หอพักนักเรียน ห้องอาหาร และวัสดุอุปกรณ์อันจำเป็นเพื่อใช้การสอน การเรียน สำเร็จแผนการ แต่การก่อสร้าง และการตอบแทนครูตามความรู้ความสามารถ ตามสภาพความเป็นจริง ได้เอาใจใส่ศึกษาอบรมการเมืองแนวคิดด้วยหลายรูปอันประกอบส่วนทำให้พนักงานศึกษา ครู อาจารย์ และนักเรียน นักศึกษามีความเชื่อมั่นต่อแนวทางนโยบายของพรรค-รัฐ ในช่วงระยะที่มารัฐได้กู้ยืมเงินเพื่อพัฒนาการศึกษา และขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศให้แก่การศึกษา ซึงในนั้นสุ่มใส่การก็สร้างพื้นฐานโครงร่าง เช่น ได้สร้างโรงเรียนประถม 235 หลัง โรงเรียนมัธยม 24 หลัง ห้องการศึกษาแขวง 18 หลัง และห้องการศึกษาเมือง 18 หลัง ในปีที่ผ่านมาสภาพแนวคิดของพนักงาน ครู อาจารย์ และนักเรียน นักศึกษามีการจัดตั้งขั้นศูนย์กลางลงสู่ท้องถิ่น รากฐานได้รับการปรับปรุงให้มีความเป็นเอกภาพ พร้อมทั้งยกระดับการบริหาร คุ้มคล้องการศึกษา และมีระเบียบแบบแผนที่ดี พรรค-รัฐได้พัฒนาครู พัฒนาหลักสูตรหนังสือแบบเรียน สื่อการเรียน การสอน และวิธีการสอน การเรียน พัฒนาโครงสร้างอันได้ทำให้การศึกษาในทุดชั้น ทุกสายล้วนแต่มีการขยายด้านปริมาณ และคุณภาพ ซึ่งได้สร้างปฐมปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาการศึกษาในเฉพาะหน้า และระยะยาว ต้องให้สอดคล้อง กับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ทั้งสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของแต่ละท้องถิ่น พร้อมทั้งรับประกันให้คนได้รับการขยายตัวอย่างรอบด้าน และมีโอกาสได้เรียนรู้ตลอดชีวิต พรรค-รัฐ ได้แลเห็นมาตรฐานสากล ทำไห้ระดับการศึกษาของลาวเท่าเทียมกับมาตรฐานสากลในระดับขั้นตอนที่ละก้าว นอกนี้ยังส่งเสริมให้ทั่วสังคมเข้าร่วมในการงานศึกษา นับวันขยายมากขึ้น การขยายโรงเรียนเอกชน และถือว่าโรงเรียนดังกล่าวเป็นภาคส่วนหนึ่งที่สำคัญของระบบการศึกษาแห่งชาติ [3]



[1] อ้างแล้ว. อ้างอีก

[2] อ้างแล้ว.อ้างอีก

[3] แผนพัฒนาการศึกษา 2001-2005 หน้า 6- 13.