1. สภาพทั่วไป

ในครอบครัวหนึ่งๆ พ่อแม่มีความเป็นห่วงต่อลูกทุกๆ คน แต่ในส่วนการไปหาความรู้ พ่อแม่วางใจได้แม่นลูกชาย เพราะเป็นเพศที่สามารถแก้ไขปัญหา และพึ่งตนเองได้ในเวลาคับขัน ส่วนลูกหญิง พ่อแม่จะมีความเป็นห่วงหลายกว่าเพราะเขายังขาดประสบการณ์ การแก้ไขปัญหา และพึ่งตนเองยังอ่อนกว่าเพศชายในบางปัญหา ฉะนั้น พ่อแม่จึ่งไม่อยากให้ลูกสาวย้ายออกไปจากบ้านช่องเรือนชาน และปัญหานี้เองมันได้ทำให้อัตราการศึกษาของผู้หญิงลาวต่ำ อัตราการออกโรงเรียนของเด็กหญิงสูง และประชาชนจำนวนหนึ่งยังไม่รู้หนังสือ สังเกตเห็นว่ามีสาเหตุแตกต่างกันไปตามจุดพิเศษที่ตั้ง ฐานะ และสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย และอีกอย่างหนึ่งพ่อแม่ยังคิดว่าถ้าส่งเสริมลูกสาวให้เรียนสูงก็ไม่สามารถส่งได้ เมื่อถึงเวลาก็แต่งงาน และคิดว่าเรียนไปก็ไม่ถึงไหน ดังนั้น ควรมีวิธีการศึกษาอบรมให้พ่อแม่นักเรียนในการส่งเสริมลูกสาวของพวกตนได้มีโอกาสเรียนสูงขึ้น ในตัวจริงยุคปัจจุบันผู้หญิงก็มีบทบาทอยู่ในสังคมไม่น้อยกว่าเพศชาย

สาเหตุทั่วไปที่ทำให้เด็กหญิงไม่มีโอกาสได้รับการศึกษา และออกโรงเรียนมีหลายสาเหตุดังนี้

- เศรษฐกิจ ไม่มีเงินส่งลูกไปเรียน

- ไม่ดีใจต่อคุณภาพของการเรียน

- โรงเรียนตั้งอยู่ไกลบ้าน ไม่มีพาหนะขนส่ง

- นักเรียนปฏิบัติตนไม่ดีอยู่ในโรงเรียน

- รู้สึกว่าการเรียนไม่ได้ช่วยเด็กเรียนจบแล้วไม่มีงานทำ

- รู้สึกว่าลูกสาวไม่จำเป็นต้องไปเรียน

- ควรให้เด็กได้ฝึกวิชาชีพดีกว่าเพราะหางานได้ง่าย

- ต้องการให้เด็กช่วยงานพ่อแม่

เด็กที่มีอายุ 7-15 ปี เป็นเด็กที่อยู่ในวัยเรียน แต่ก็เป็นที่เสียดายมีเด็กจำนวนหนึ่งไม่มีความสามารถเข้าโรงเรียนได้ ย้อนสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยให้แก่ครอบครัว โดยเฉพาะสภาพเศรษฐกิจของครอบครัว ไม่มีโรงเรียน หรือ โรงเรียนอยู่ไกล หนทางไม่สะดวก พ่อแม่ไม่ส่งเสริมลูกอย่างเต็มที่

สรุป ปัจจัย ต้นต่อที่ทำให้ผู้หญิงลาวไม่ได้รับการส่งเสริมการศึกษาในด้านการงานศึกษา เป็นปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของครอบครัวคือ ไม่มีเงินส่งลูกไปเรียนต่อชั้นสูงบวกใส่การขาดแรงงานเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว อันหนึ่งเป็นย้อนโรงเรียนอยู่ห่างไกลจากบ้าน

1.1. แนวความคิดของหนุ่มสาวต่อการศึกษา

การศึกษาเป็นบ่อเกิดแห่งความรู้ ความสามารถของมนุษย์ พ่อ แม่ทุกคนต่างก็มีความใฝ่ฝัน และมีความหวังยากให้ลูกของตนเองได้รับการศึกษาสูงเท่าที่ลูกจะมีความสามารถเรียนได้ โดยทั่วไปแล้วเห็นว่าเขาได้มีการส่งเสริม และให้โอกาสแก่ลูกได้รับการศึกษาตามความหวังที่พ่อแม่ได้คิดเอาไว้ อิงตามข้อมูลในการศึกษา ก็เห็นว่า 75% ของผู้ตอบที่อยู่ในครอบครัวทุกยากได้มีความสามารถที่จะส่งเสริมให้ลูกชายและประมาณ 75% มีความสามารถส่งเสริมลูกสาวเรียนจบในขั้นใดหนึ่ง

ตามแนวความคิดของผู้เขียนเห็นได้ว่าการศึกษาก็เป็นหนึ่งในบรรดางานที่สำคัญที่รัฐบาลต้องได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษ ในโขงเขตชุมชน ระดับการศึกษาที่ถือว่าเหมาะสมสำหรับสตรียังต่ำ ส่วนมากอยู่ในระดับประถม มัธยม หรือ โรงเรียนบำรุง โรงเรียนการศึกษานอกระบบ ผู้ให้สัมภาษณ์ที่มีระดับการศึกษาอันแน่นอนอย่างไรอย่างหนึ่งได้เห็นว่า สตรีมีระดับการศึกษาเท่าเทียมกับเพศชาย ผู้ให้สัมภาษณ์ที่มีระดับการศึกษาสูง ได้เสนอว่าควรมีโครงการเรียนวิชาชีพหลายกว่าสำหรับสตรี

1.1.1. ผู้มีโอกาส

โอกาสที่จะได้รับการศึกษาของสตรีมีความแตกต่างกันระหว่างผู้ที่อาศัยอยู่เขตตัวเมือง และเขตชนบทก็มีโอกาสแตกต่างกันโดยเฉพาะอยู่ในประเทศลาว ผู้หญิงในเขตตัวเมืองมีโอกาสได้รับการศึกษาหลายกว่าผู้หญิงในเขตชนบท ดังนั้น จึงทำให้ระดับการศึกษาของสตรีที่อยู่ในเขตตัวเมืองสูงกว่าระดับการศึกษาของผู้หญิงที่อยู่ในเขตชนบท ทั้งนี้ก็เพราะว่าอยู่เขตชนบท และเขตห่างไกลบางแห่งยังด้อยการพัฒนาอยู่ และขาดความรับรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการศึกษาถึงแม้ว่า พ่อ แม่ของเขาจะมีทุนในการส่งเสริมก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่แสวงหา ส่วนผู้หญิงอยู่ในเขตตัวเมืองถึงว่าพวกเขามีโอกาสมากกว่าก็ตาม แต่ก็มีผู้หญิงจำนวนหนึ่งไม่ยอมรับเอาโอกาสนั้น ย้อนว่าพวกเขามีแนวคิดไพสังคม ลิ้นกินฟูมเฟือย ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา แต่ผู้เห็นว่าการศึกษามีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อผู้หญิง ทั้งนี้ก็เพราะว่า ความทุกยากที่นับวันเป็นไพคุกครามชีวิตของมวนมนุษย์ทั่วโลกในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งย้อนผู้หญิงส่วนหลายไม่ได้รับการศึกษา หรือมีระดับการศึกษาต่ำ กกเค้าของปัญหาย้อนแนวคิดดังเดิมหลายร้อยปีของครอบครัว ของสังคมโดยเฉพาะอยู่ชนบทเขตห่างไกล ที่ไม่ส่งเสริมให้เด็กเด็กได้รับการศึกษานั้นเป็นอุปสรรค กีดกั้นความก้าวหน้าของผู้หญิงในด้านการศึกษา ถึงแม้ว่าการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคนิคนับมีอิทธิพลสูงต่อชีวิตการเป็นอยู่ของคน มันไม่ได้หันเปลี่ยนแนวความคิดของคนทั้งหลายให้ยอมรับความสำคัญของการศึกษาได้

 

1.1.2. ผู้ด้อยโอกาส

ในโขงเขตชนเผ่าห่างไกลสตรีและชนเผ่าส่วนน้อยได้มีโอกาสเข้าโรงเรียนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเด็กชาย เนื่องจากว่า ส่วนมากเด็กหญิงได้ทำงานช่วยและหาเลี้ยงชีพช่วยพ่อแม่อยู่ในครอบครัว ปัญหาหนึ่งอีกส่วนหลายเด็กหญิงไม่มีสิทธิเป็นของตัวเองย้อนเงื่อนไข โอกาส และข้อจำกัดต่างๆ สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาดังนี้

- เด็กหญิงทำงานในบ้านเรือน และดูแลน้อง

- โรงเรียนตั้งอยู่ไกลบ้าน ผู้ปกครองมีความกังวนต่อความปลอดภัยของลูกสาวในการเดินไปรงเรียน

- ผู้หญิงในตัวเมืองยังไม่เห็นความจำเป็นของการศึกษาต่อโอกาสในการทำงาน

- จารีตประเพณียังเป็นอุปสรรคต้นตอ สำหรับการศึกษาของเด็กหญิงในบรรดาชาวม้ง และ ย้าว

- มีหลายชนเผ่าส่วนน้อย สตรีแต่งงานตั้งแต่อายุยังเล็ก

ในเมื่อ พ่อ แม่จำเป็นต้องมีการคัดเลือก เด็กหญิงส่วนมาก ได้ถูกให้ออกโรงเรียนย้อนขาดการให้ความสำคัญ จากพ่อแม่ต่อกับการศึกษาของเขา เขาเลยกลายเป็นผู้ที่ต้องได้ให้ดูแลน้องอยู่เรือน ทำงานในเรือนต่างๆ และ จึงเป็นสิ่งที่ขาดการค้นคิดที่จะลงทุนในระยะยาวในเรื่องการศึกษาของของเจ้า โอกาสที่จะได้เข้าเรียนอย่างปกติมีน้อย พ่อแม่มักทีจะให้ลูกเหินห่างโรงเรียนย้อนกลัวว่าโรงเรียน และสถานที่เปิดเผยต่างๆในสภาพแวดล้อมนอกบ้าน จะทำให้เด็กมีนิสัยโลเล และไม่เหมาะสมในการวางตัวสำหรับการแต่งงานในข้างหน้า ในด้านอื่นพ่อ แม่เห็นว่าโรเรียนเป็นสิ่งหนึ่งที่แก่ยาว เวลาการแต่งงานของลูกสาว

 

1.2. ด้านเศรษฐกิจ

ตลอดระยะ30 ปีที่ผ่านมา พรรคและรัฐบาลได้ทุ่มเทสติปัญญาเพื่อแก้ไขชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนบรรดาเผ่าให้พ้นจากความยากจน ปัญหาเศรษฐกิจก็เป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญที่จะสามารถให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง รัฐบาลยังมีทุนการศึกษาจำนวนหนึ่งให้สำหรับผู้ยากจน แต่มันก็ไม่สามารถที่ตอบสนองได้ทั้งหมด ฉะนั้นจึงมีบางครอบครัวที่ไม่สามารถส่งลูกหลานของตนเองเข้าโรงเรียนเหมือนกับคนอื่นๆได้ เพราะสภาพทางเศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งเขาคิดว่าถ้าส่งลูกเข้าเรียนค่าใช้จ่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นสูงเพราะว่าค่าใช้จ่ายในการเข้าเรียนโดยเฉลี่ยในปีหนึ่งต้องใช้จ่ายสำหรับเด็กประมาณ 95.132 กีบต่อหนึ่งคน ซึ่งประมาน 10$ การใช้จ่ายเหล่านี้รวมทั้งการซื้อเสื้อผ้าและอุปกรณ์ทางการเรียนด้วย ถ้าดูแล้วมันก็ไม่สูงเท่าใดแต่มันกลายเป็นปัญหาสำหรับบางครอบครัวที่ไม่มี
รายรับ
[1]

 

1.3. ด้านสังคม-วัฒนธรรม

ย้อนประเทศลาวมีหลายชนเผ่า ดังนั้นจึงมีความแตกต่างทางด้านเงื่อนไข สถานภาพ และความต้องการของทั้งหญิงและชาย คือดังที่ได้ปรากฏให้เห็นในสภาพของสตรีลาวที่ได้กล่าวมาข้างบนเกี่ยวกับการศึกษา การมีงานทำ และการเข้าร่วมทางทางด้านการเมือง ความแตกต่างส่วนหลายมีรากเหง้ามาจากฟื้นฐานวัฒนธรรม และจารีตประเพณีที่ได้กำหนดทัศนะคติ แบบแผนของแต่ละชนเผ่าเกี่ยวกับบทบาทของเพศหญิงและเพศชาย กำหนดติกรรมที่เหมาะสมของเขา การให้สิทธิ หรือสิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และทรัพยากรอื่นๆ



[1] การประเมินผลทางด้านสังคมสำหรับโครงการพัฒนาศึกษาครั้งที่สองของธนาคารโลกที่ สปป.ลาวปี2003 (หน้า 29)