3-4-52
ดิฉันขอนำจดหมายคุณหมอหวาที่ช่วยเขียนถึงน้องๆแพทย์ใช้ทุนและเราแจกที่จังหวัดนครนายกค่ะ
ถึง น้องๆ แพทย์ที่กำลังตัดสินใจเลือกที่ใช้ทุน
พอเรียนจบผ่านการเป็น Extern ออกมา สิ่งที่ทุกคนกังวลกันมากที่สุด คือ แล้วเราจะเลือกใช้ทุนที่ไหนดี ไปกับใคร แล้วจังหวัดนั้นเจริญรึป่าว? ในวันที่พี่ต้องตัดสินใจเลือกที่ใช้ทุนคัดเลือกตาม Set Index ของตลาดหุ้น และดูเทียบกับรหัสบัตรประจำตัวประชาชน ตอนนั้นคิดแค่ว่าไปที่ไหนก็ได้ใกล้ๆ กรุงเทพฯ และขอให้ได้ไปกับเพื่อนๆ แต่สุดท้ายด้วย Set Index ของตลาดหุ้น ร่วมกับความไม่มีดวงในการจับลูกปิงปองในรอบที่ 2 ทำให้พี่ได้มาอยู่ที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี หรือที่เรียกย่อๆว่า สคร.7 หน่วยงานนี้สังกัดกรมควบคุมโรคซึ่งเป็นกรมใหญ่กรมหนึ่งในกระทรวงสาธารณสุข ตอนแรกก็งงเล็กน้อยว่ากรมควบคุมโรคนี้เค้าทำอะไรกันบ้างเหรอ แล้วทำไมเราถึงมาอยู่คนเดียวล่ะ? พอไปถึงที่จังหวัดอุบลราชธานีก็ทำงานเป็น Intern อยู่ 1 ปี ที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ได้ทำทุกอย่างที่อยากจะทำ เจ้าหน้าที่ (Staff) ก็ดี เพื่อนๆ ที่อยู่ด้วยกันก็ดูแลกันอย่างดีทุกคน ทำงานหนักพอประมาณ แต่สนุกมาก ระหว่างนั้นก็ยังไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับหน่วยงาน สคร.7 ที่ต้องไปอยู่
พอขึ้นปีที่ 2 ก็ต้องไปทำงานที่ สคร.7 พอมาถึงพบว่าพี่ๆทุกคนที่นี่น่ารักมากๆ ให้การดูแลเป็นอย่างดี มีบ้านพักริมแม่น้ำมูลสวยมากๆ น้องๆอยู่ได้แน่นอน ถ้าน้องๆเลือกมาอยู่ที่ สคร.7 เพราะมีพี่ที่สามารถให้คำปรึกษาปัญหาได้ทุกเรื่อง กรมควบคุมโรคมี 12 สคร.กระจายอยู่ทั่วประเทศ และสคร.ทุกๆที่จะอยู่ในเมืองทั้งหมด เราสามารถไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจตอนเย็นได้สะดวก หรือจะรับเวรโรงพยาบาลรัฐที่อยู่ใกล้ๆได้ ถ้าหากน้องต้องการเพิ่ม Clinical Skill หรือถ้าน้องๆกลัวเหงาว่าต้องอยู่คนเดียวเนื่องจากสคร.รับได้แห่งละ 1 คน ก็ไม่ต้องกลัวนะเพราะที่ตั้งของเราจะอยู่ในเมือง อย่างไรเพื่อนๆที่อยู่ตามโรงพยาบาลชุมชน ก็ต้องเข้ามาหาเราอยู่แล้ว
ช่วงแรกๆที่เริ่มทำงานใน สคร.7 พี่ถูกส่งไปรับการฝึกอบรมหลายหลักสูตรทั้งวัณโรค โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคเรื้อน จากอาจารย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญมากๆในโรคนั้นๆ วัตถุประสงค์ก็เพื่อที่เราจะได้เป็นที่ปรึกษาให้กับเพื่อนๆและพี่ๆของเราที่อยู่ในโรงพยาบาลชุมชนได้ ถ้าน้องตอบไม่ได้น้องก็สามารถโทรปรึกษาพี่อาวุโสและอาจารย์ได้ตลอดเวลา อาจารย์ที่นี่ใจดีมาก และเป็นกันเองทุกคน สคร.เป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมการดูแลกันเหมือนพี่น้อง น้องๆจะรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์มาก ช่วงที่ทำงานใช้ทุนน้องจะมีโอกาสถูกส่งไปอบรมตามที่ต่างๆบ่อยๆ ทั้งในและต่างประเทศ การทำงานในกรมควบคุมโรคจะได้โอกาสในเดินทางไปที่ต่างๆมากกว่าแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชน เหมาะกับน้องที่ชอบการเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ใหม่ๆ หน้าที่ของแพทย์ในสคร. บางทีต้องออกไปแนะนำและแก้ไขปัญหาต่างๆตามโรงพยาบาลชุมชน ที่อยู่ในเขตรับผิดชอบทำให้เราก็มักจะได้เที่ยวด้วยหลังงานเสร็จแล้ว
ถ้าน้องเลือกมาอยู่กรมควบคุมโรคครบ 3 ปี ก็จะมีโอกาสให้เลือกสายงานต่อมากมาย เช่น ถ้าเราอยากทำงานเป็น Clinician ต่อ เราอาจเลือกไปอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งมีแพทย์ Specialist ทุกสาขา และยังได้ทำงานวิชาการเพื่อไปนำเสนอตามที่ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ หรือถ้าใครอยากเรียนผิวหนัง (Skin) ก็สามารถขอทุนจากสถาบันราชประชาสมาสัย (โรคเรื้อน) ได้
ส่วนคนไหนอยากทำงานสาธารณสุขด้านป้องกันควบคุมโรคเป็นหลัก ก็อาจจะขอไปอยู่ที่สำนักวิชาการต่างๆในกรมควบคุมโรค ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี เช่น สำนักระบาดวิทยา, สำนักโรคไม่ติดต่อ, สำนักโรคติดต่อทั่วไป, สำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยเราสามารถตรวจรักษาผู้ป่วยควบคู่ไปด้วยได้ตามความต้องการของเรา และยังขอทุนไปศึกษาสาขานั้นๆ ต่อที่ต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ เป็นต้น
และถ้าใครสนใจเรียนเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านระบาดวิทยา ทางกรมควบคุมโรคจะส่งเรียนต่อทันทีเมื่อน้องใช้ทุนปีแรกครบเรียบร้อย
นอกเหนือจากนี้แพทย์ที่ทำงานในกรมควบคุมโรค สามารถออกไปทำงานระดับนานาชาติได้ เช่น WHO, UN และ CDC เป็นต้น จากการสนับสนุนและพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะและความสามารถเพิ่มขึ้น โดยกรมควบคุมโรคจะมีโครงการต่างๆ เช่นโครงการ High Performance and Potential Systems (HiPPS) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), โครงการบริหารจัดการผู้มีสมรรถนะสูง (Talent Management) เพื่อพัฒนาแพทย์ให้มีสามารถไปเข้าร่วมประชุมกับองค์การอนามัยโลก เพื่อกำหนดนโยบายสาธารณสุขร่วมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ช่วงเวลาเกือบปี ที่ได้ทำงานด้านนี้ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้มาทำงานที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ทำให้มีโอกาสทำโครงการที่มีประโยชน์ต่างๆให้แก่ประชาชน เน้นการป้องกันโรคเข้าหาประชาชนในพื้นที่มากกว่าตั้งรับที่โรงพยาบาลแล้วรักษาผู้ป่วยเป็นรายๆไป มีโอกาสสัมผัสกับประชาชนทุกระดับ เพราะการป้องกันควบคุมโรคต้องทำทั้ง Primary, Secondary, Tertiary prevention ได้ลงไปสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, โรงพยาบาลชุมชน, สถานีอนามัยและบ้านผู้ป่วย เพื่อพัฒนาเครือข่ายการป้องกันควบคุมโรคตลอดจนการ เฝ้าระวังโรคกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรท้องถิ่น
เรายังต้องทำหน้าที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนทางด้านวิชาการ เช่น จัดประชุมและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการป้องกันควบคุมโรค หาความรู้ใหม่ๆให้แก่บุคลากรในเครือข่าย เหล่านี้ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา นอกเหนือไปจากที่ได้ตรวจรักษาผู้ป่วยนอกที่มีปัญหาด้านวัณโรค วัณโรคดื้อยา โรคผิวหนัง และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตลอด ทำให้เรามีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ที่พี่เล่าให้น้องๆฟัง เพราะพี่อยากชวนให้เรามาทำงานร่วมกัน ถึงแม้ว่าที่นี่อาจจะได้ค่าตอบแทนไม่สูงนัก และไม่ได้มีโรคให้เราตรวจได้หลากหลายเหมือนโรงพยาบาลชุมชน แต่ประสบการณ์และโอกาสต่างๆที่น้องได้รับ คุ้มค่าสำหรับอนาคตของน้องๆ แน่นอน
ถ้าน้องคนใดต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการปรึกษาเป็นการส่วนตัว สามารถโทรมาหาพี่ได้ที่เบอร์ 08 1808 0963 นะ ยินดีคุยกับทุกคน จากพี่หวา (แพทย์หญิงเกวลี สุนทรมน) แพทย์ใช้ทุนปีที่2 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่7 จังหวัดอุบลราชธานี