เลนส์เทเลซูมไวแสงของซิกม่าผลิตออกสู่ตลาดเป็นเวลาประมาณ 13 แล้ว โดยเลนส์ตัวแรกคือ AF 70-210 มม.f/2.8 APO ที่ใช้ขนาดฟิลเตอร์ถึง 82 มม.หลังจากนั้นไม่นานก็ปรับโฉมเล็กน้อย ลดขนาดฟิลเตอร์ลงมาเป็น 77 มม.เลนส์รุ่นนี้ของซิกม่านับว่าเป็นเลนส์ที่ขายดีมากรุ่นหนึ่งในช่วงทศวรรษก่อนแต่ก็ตามมาด้วยปัญหาในเรื่องฝ้าในชิ้นเลนส์คอมปาวน์ทำให้หลายคนแหยงเมื่อเอ่ยถึงเลนส์เทเลซูมรุ่นนี้

ซิกม่าแก้ปัญหาของเลนส์ 70-210 มม. ด้วยการใช้ออฟติคใหม่ปรับปรุงระบบคอมปาวน์ให้มีคุณภาพดีขึ้นเปลี่ยนระบบโคทผิวเลนส์ให้ควบคุมแสงฟุ้งและภาพหลอนได้ดีเปลี่ยนผิวภายนอกจากผิวเคลือบยาง (ZEN-FINISH) มาเป็นผิวดำด้านและที่สำคัญคือเปลี่ยนมาใช้มอร์เตอร์ในตัว เลนส์แบบไฮเปอร์โซนิค (Hyper Sonic Motor) ทำให้การโฟกัสทำได้เงียบและเร็ว รวมทั้งสามารถปรับโฟกัสแมนนวลได้ตลอดเวลาซิกม่าใช้รหัส EX สำหรับเลนส์รุ่นนี้ซึ่งเป็นรหัสสำหรับใช้กับเลนส์เกรดโปรของซิกม่า
เลนส์เทเลซูมรุ่นนี้จัดเป็นเลนส์ขายดีของซิกม่ารุ่นหนึ่งด้วยความที่มันมีราคาขายต่ำกว่าเลนส์เทเลซูมไวแสง f/2.8 ของผู้ผลิตกล้องประมาณ 40% อีกทั้งยังให้คุณภาพใกล้เคียงเลนส์ของผู้ผลิตกล้องแต่สิ่งที่เป็นข้อจำกัดของเลนส์รุ่นนี้ก็คือระยะโฟกัสทำได้ใกล้สุดเพียง 1.8 เมตร
ซิกม่าจึงได้พัฒนาเลนส์ซูม 70-200 มม. ตัวใหม่ออกมาแทนเลนส์ 70-200 f/2.8EX โดยปรับปรุงให้เลนส์สามารถโฟกัสได้ใกล้กว่าเดิมปรับระบบออฟติคและปรับโฉมภายนอกให้ดูทันสมัยกว่าเดิม
FIRST LOOK แรกทีเดียวที่เลนส์รุ่นนี้เปิดตัวในเว็ปไซต์ใครที่ได้เห็นอาจตกใจกับขนาดของคอลลาร์ที่ใหญ่โตและยื่นออกมาจากตัวเลนส์ราวกับคอลลาร์ของเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ขนาดของคอลลาร์ใหญ่จนน่าจะเป็นอุปสรรคต่อการวางเลนส์ลงในลงในช่องของกระเป๋ากล้องผมเองก็ยังนึกไม่ออกถึงข้อดีของการใช้คอลลาร์ใหญ่ขนาดนั้นจะว่าเพื่อความมั่นคงแข็งแรงก็อาจจะมีผลบ้าง แต่ถ้าออกแบบดีๆไม่จำเป็นต้องใหญ่ก็ได้ คอลลาร์ของเลนส์ PEXTEX FA 80-200 mmf/2.8 คือตัวอย่างที่ดี
แต่เมื่อเลนส์รุ่นนี้ออกสู่ตลาดคอลลาร์ของมันลดขนาดลงเหลือเท่ารุ่นเก่าระบบการล๊อกและปลดล๊อกก็ยังคงเป็นแบบเดิมที่ถอดเข้าออกสะดวก
รูปทรงของเลนส์รุ่นนี้ยังคงใกล้เคียงกับรุ่นเดิมขนาดของกระบอกเลนส์เล็กกว่าเลนส์ของผู้ผลิตกล้องเล็กน้อย ออกแบบได้ลงตัวกว่าเดิมโดยใช้กระบอกที่มีสโลปไล่ระดับความกว้างของกระบอกเลนส์ขึ้นมาจากส่วนท้ายส่วนกลางของวงแหวนซูมและส่วนหน้าของวงแหวนโฟกัสดูสมส่วนและควบคุมวงแหวนซูมวงแหวนโฟกัสได้สะดวก ระบบซูมเป็นแบบ 2 วงแหวน วางวงแหวนซูมไว้ส่วนกลางของกระบอกขนาดของวงแหวนซูมค่อนข้างเล็กเมื่อเปรียบเทียบจากขนาดเลนส์แต่อยู่ในตำแหน่งที่ปรับได้ถนัดเรื่องขนาดจึงไม่ใช่ปัญหาเพียงแต่วงแหวนซูมของเลนส์รุ่นนี้ค่อนข้างหนืดซักหน่อยการปรับหมุนต้องออกแรงกว่าเลนส์รุ่นก่อนค่อนข้างมากข้อดีคือไม่ว่าจะก้มหรือเงยเลนส์กระบอกจะไม่ขยับเลื่อนแต่อาจจะทำให้การถ่ายภาพแบบระเบิดซูมทำได้ลำบากสักหน่อยระบบซูมเป็นแบบเลื่อนเฉพาะชุดเลนส์ภายใน (Intermal Zoom) ความยาวของเลนส์จะไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อซูมเข้าออก การปรับซูมจาก 70 มม.เป็นแบบหมุนทวนเข็มนาฬิกา มีรอยหมุน 85 องศา
วงแหวนโฟกัสออกแบบใหม่โดยลดขนาดวงแหวนลงจากเดิมส่วนของวงแหวนจะไม่ชิดกับส่วนหน้าของกระบอกเลนส์หมือนรุ่นเดิมขนาดวงแหวนโฟกัสแม้จะเล็กลงแต่ไม่มีต่อการใช้งานเพราะส่วนที่จะจับถือและปรับโฟกัสนั้นอยู่ค่อนเข้ามาจากส่วนหน้าของกระบอกเลนส์อยู่แล้วดังนั้นการออกแบบโดยไม่วางวงแหวนโฟกัสชนส่วนหน้ากระบอกจึงเป็นวิธีที่ดีกว่าเพราะเลนส์จะดูลงตัว สมส่วนกว่ากระบอกส่วนหน้าที่อาจเกิดการกระทบกระแทกได้นั้นก็จะแข็งแรงกว่าเดิม
วงแหวนโฟกัสของเลนส์รุ่นนี้เป็นลายเส้นนูนเล็กๆ รอบวงเหมือนกับยางหุ้มวงแหวนซูมแต่มีขนาดเส้นนูนเล็กกว่า ยางลายนี้ดูเรียบๆแต่สวยและเกาะนิ้วดีทำให้การปรับโฟกัสแบบแมนนวลได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องปรับสวิทซ์ AF/M ก่อน เพราะใช้มอร์เตอร์แบบไฮเปอร์โซนิคชุดกลไกของระบบโฟกัสจะตัดออกจากวงแหวนโฟกัสเมื่อใช้ระบบ AF และจะเชื่อมการทำงานทันทีที่หมุนวงแหวนโฟกัสระบบโฟกัสเป็นแบบเลื่อนเฉพาะกลุ่มเลนส์ภายใน (Intermal Focus)หน้าเลนส์จะไม่หมุนตามการโฟกัส และไม่ยืดออกเมื่อปรับโฟกัสใกล้สุดจุดเด่นของเลนส์รุ่นนี้ก็เป็นไปตามรหัสต่อท้ายคือ MACRO นั่นละครับโดยทั่วไปแล้วเลนส์ซูมช่วง 70-200 มม. หรือ 80-200มม.f/2.8 มักจะโฟกัสใกล้สุดได้ประมาณ 1.4-1.8 เมตร ให้อัตราขยายในระบบมาโครประมาณ 1:5 ถึง 1:8 แต่เลนส์ 70-200 มม. ใหม่ของซิกม่าปรับโฟกัสได้ใกล้ถึง 1เมตรให้อัตราขยายสูงถึง 1:4 พอใช้ถ่ายภาพดอกไม้ ผีเสื้อได้เมื่อเปรียบเทียบกับเลนส์รุ่นก่อนหน้าจะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน
วงแหวนโฟกัสออกแบบได้ดี ตั้งน้ำหนักในการปรับหมุนวงแหวนมากำลังดีไม่หนืดเกินไปไม่ลื่นเกินไป ปรับได้ราบเรียบนุ่มนวล ไม่สะดุดเมื่อย้ำตำแหน่งชัดทำให้ภาพในช่องมองไม่กระตุกเมื่อกล้องล็อกโฟกัสการปรับโฟกัสจากอินฟินิตี้ไปใกล้สุดเป็นแบบหมุนทวนเข็มนาฬิกามีรอบหมุน 140 องศาซึ่งยังไม่กว้างนักเมื่อพิจรณาช่วงเลนส์และระยะโฟกัสใกล้สุดแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน เพราะยังโฟกัสแบบแมนนวลได้ไม่ยาก
สเกลระยะโฟกัสวางอยู่ในช่องพลาสติกใสที่คั่นระหว่างวงแหวนซูมกับวงแหวนโฟกัสซิกม่าแสดงระยะโฟกัสทั้งค่าเมตรและฟุตด้วยสีขาว มีสเกลแสดงช่วงความชัดลึกด้วยแต่แสดงเฉพาะที่ช่วง 70 มม. ชื่อยี่ห้อและชื่อรุ่นยังใช้วิธีสกรีนสีลงบนผิวกระบอกส่วนป้ายแสดงรหัส EX เปลี่ยนเป็นป้ายสีดำด้าน ปั้มนูนตัวอักษรชุบทองดูดีกว่าป้ายเดิมๆ
คอลลาร์ของเลนส์รุ่นนี้ออกแบบเหมือนเดิมใช้ลูกบิดพร้อมสลักยึดวางอยู่ด้านซ้าย ถอดและใส่คอลลาร์ได้สะดวกความนุ่มนวลในการปรับหมุนคอลลาร์แก้ไขให้ดีขึ้นโดยเปลี่ยนผิวด้านในให้เรียบเป็นผิวกึ่งมันที่ลื่นกว่าเดิมเมื่อประกบกับแผ่นโลหะด้านในของคอลลาร์ ความนุ่มนวลจึงดีขึ้นไม่หงุดหงิดใจเหมือนคอลลาร์ของเลนส์รุ่นก่อนๆ
ส่วนท้ายของกระบอกเลนส์มีเพียงสวิทซ์ปรับเลือกโหมดโฟกัส AF/M ปรับเปลี่ยนได้สะดวกส่วนหน้าของกระบอกคาดด้วยเส้นสีทองแสดงความพิเศษของเลนส์รหัส EX ฮุดออกแบบเป็นทรงกลีบดอกไม้ ใช้ครีบยาวถึง 7 ซม.
ระบบออฟติคออกแบบใหม่หมดด้วยการใช้ชิ้นเลนส์ 18 ชิ้น จัดเป็น15 กลุ่มมีการใช้ชิ้นเลนส์พิเศษ 2 รูปแบบคือชิ้นเลนส์ที่มีการกระจายแสงต่ำพิเศษรหัส ELD จำนวน 2 ชิ้นออกแบบให้ลดความคลาดสีให้เหลือน้อยที่สุด ระบบการโค้ทผิวเลนส์เป็นแบบ Super Multicoated ลดแสงสะท้อนได้ดีขึ้น สีโค้ทดูแตกต่างจากเลนส์รุ่นเดิมชิ้นดูใสแสงสะท้อนน้อย
โครงสร้างของเลนส์รุ่นนี้อยู่ในระดับดีหากเทียบกับเลนส์เทเลซูมไวแสงของผู้ผลิตกล้องแล้ว ทำได้ใกล้เคียงในเรื่องวัตถุในส่วนของกระบอกเลนส์และระบบกลไกเลนส์ของซิกม่ารุ่นนี้ทำได้อย่างน่าพอใจแต่กระบอกเลนส์ส่วนหน้าสุดซึ่งเป็นเกลียวฟิลเตอร์นั้นทำจากพลาสติกประเภทโพลีคาร์บอเนตทำให้ความแข็งแรงของโครงสร้างด้านหน้าลดลงบ้าง หากใช้เกลียวฟิลเตอร์ที่ทำจากโลหะเลนส์จะแข็งแรงขึ้น โครงสร้างหลักยังคงเป็นโลหะทั้งภายนอกและภายในระบบกลไกของชุดซูมแข็งแรงแน่นหนา วงแหวนโฟกัสก็เช่นกันแข็งแรงระบบกลไกดี กระบอกเลนส์ไม่มีอาการคลอนแม้เขย่ากระบอกเลนส์แรงๆ งานการผลิตอยู่ในระดับดีการขึ้นรูปชิ้นงานประณีต
ผลการใช้งาน ผมเคยใช้เลนส์ 70-200 มม. ของซิกม่ามาตั้งแต่เวอร์ชั่นแรกเมื่อ11 ปีก่อนจนมาถึงรุ่น EX และ EX DG ให้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับของเลนส์เทเลซูมไวแสงจากผู้ผลิตรายนี้จนมาถึงเวอร์ชั่นล่าสุดที่ปรับปรุงทั้งในส่วนของออฟติคและรูปลักษณ์ภายนอกโดยใช้รหัสว่า EX DG MACRO
หลายคนมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบไมเนอร์เซนจ์แต่สำหรับผมแล้วนี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของซิกม่าด้วยการใช้ระบบออฟติคใหม่เปลี่ยนมาใช้ชิ้นเลนส์พิเศษเกรดสูงขึ้นรหัส ELD (มีใช้ในเลนส์ไม่กี่รุ่น) จำนวน 2 ชิ้น และชิ้นเลนส์ SLR เดิมๆ อีก 2 ชิ้น ระบบโค้ทผิวเลนส์ก็เปลี่ยนใหม่ทำให้เลนส์รุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นเดิมค่อนข้างมาก
ระยะโฟกัสใกล้สุด 1 เมตร ของเลนส์รุ่นนี้ให้อัตราขยาย 1:4 เพียงพอสำหรับการถ่ายภาพโคลสอัพเช่น ดอกไม้แมลง ผีเสื้อ หรือวัตถุที่มีขนาดไม่เล็กนัก หากใช้กับกล้อง D-SLR ที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C จะได้ขนาดวัตถุใหญ่ขึ้น (อัตราขยายเมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์ยังเป็น 1:4 เท่าเดิม) หากจะถามว่าถ่ายได้ 1 เมตรแล้วดีกว่าเดิมตรงไหน ก็ต้องตอบว่าคุณจะใช้งานได้สนุกกว่าเดิมแน่นอนแม้กระทั่งภาพบุคคลที่ช่วง 70 มม.ก็สามารถโคลสอัพแบบเต็มหน้าได้ในขณะที่รุ่นเดิมจะต้องใช้ที่ช่วง 135 มม.ขึ้นไป
เลนส์รุ่นนี้ยังคงใช้มอร์เตอร์ไฮเปอร์โซนิค (HSM) เช่นเดิมแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ประสิทธิภาพของมอร์เตอร์ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจนของมูลจากผู้ผลิตก็ไม่ได้แจ้งในส่วนนี้ไว้ แต่จากการลองแม้จะใช้กับบอดีรุ่นเล็กอย่าง CANON EOS 350D เลนส์ก็ยังโฟกัสได้เร็วมาก เร็วแบบไม่เป็นรองแคนนอน EF 70-200 มม. f/2.8 L USM เลยด้วยซ้ำโดยเฉพาะการออกตัวตอบสนองดีกว่ารุ่นเดิมมากการวิ่งของชุดโฟกัสก็เร็วขึ้นและล๊อกได้แน่นอนระบบกลไกที่ดีทำให้การสั่นสะเทือนมีน้อย แม้จะยังทำได้ไม่เท่าเลนส์ USM ของแคนนอนแต่ก็นับว่าน่าพอใจมาก การล๊อกที่จุดชัดทำได้เร็วและแม่นยำใช้ได้จากการลองเปลี่ยนตำแหน่งวัตถุไปเรื่อยๆ พบว่าเลนส์แทรคตามได้เร็วและล๊อกได้แน่นอนเป็นเลนส์ซิกม่าที่โฟกัสได้เร็วที่สุดที่เคยลองมาเลยครับสำหรับ 70-200 EX DG MACRO ระบบโฟกัสเป็นแบบ IF หน้าเลนส์จะไม่หมุนตามทำให้การใช้ฟิลเตอร์ทำได้สะดวก
วงแหวนโฟกัสมีขนาดเล็กลงจากรุ่นเดิมแต่ปรับได้ถนัดและตั้งน้ำหนักมากำลังดีปรับโฟกัสแมนนวลได้ดีและด้วยการใช้มอร์เตอร์แบบ HSM ทำให้สามารถปรับโฟกัสแบบแมนนวลได้ตลอดเวลา ทำได้เหมือนเลนส์ USM ของแคนนอนและเลนส์ Silent Wave ของนิคอน
วงแหวนซูมตั้งน้ำหนักมาหนืดไปหน่อยต้องออกแรงสักหน่อยในการปรับหมุนวงแหวนซูม ระบบซูมเป็นแบบภายใน กระบอกจะไม่ยืดออกข้อดีคือโครงสร้างจะแข็งแรง
หลายคนคงสงสัยในเรื่องคุณภาพว่าเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับเลนส์ 70-200 มม. EX DG รุ่นก่อนหน้า ในตอนแรกผมดูจากชาร์ต MTF ของซิกม่าแล้วผลไม่ได้ดีขึ้นจากรุ่นเดิมแต่อย่างไดก็เลยต้องลองด้วยตนเองดูก่อน
ความคมชัดของเลนส์รุ่นนี้แทบไม่ต่างจากรุ่นเดิมจริงๆครับ ที่ช่วง 70-135 มม.มันให้ความคมชัดได้ดีเยี่ยมโดยเฉพาะเมื่อใช้ที่ f/5.6 และ f/8 ความคมเข้มอยู่ในระดับดีมากภาพที่ได้คมชัดจากขอบถึงขอบ โดยกลางภาพจะดีกว่าขอบภาพเล็กน้อย ที่ f/4 ถึง f/11 เมื่อลองถ่ายภาพมาโครที่ระยะ 1 เมตรภาพที่ได้จะค่อนข้างซอฟท์เมื่อเปิดรูรับแสง f2.8 และจะคมชัดน่าพอใจเมื่อใช้ที่ f/5.6 เป็นต้นไป
การถ่ายทอดสีทำได้ดีครับด้วยการโค้ทผิวสีและการออกแบบออฟติคอย่างพิถีพิถันทำให้ภาพที่ได้จากเลนส์รุ่นนี้ใสเคลียร์ให้ความอิ่มตัวของสีดี จากการลองกับชาร์ตสี KODAK COLOR CONTROL พบว่าการถ่ายทอดสีทำได้ใกล้เคียงกับต้นฉบับส่วนการแยกแยะระดับสีเทาบนชาร์ต GRAY SCALE ของโกดักทำได้อย่างค่อนข้างดีแยกระดับสีเทาได้ถึงช่องที่ 17 เป็นเลนส์ที่ให้คอนทราสต์ปานกลางถึงสูง
ดิสทอร์ชันของเลนส์มีค่อนข้างน้อยโดยจะเกิดดิสทอร์ชั่นแบบโค้งออก (Barrel)
แล้วมัน ................ ส่องทะลุเสื้อผ้าป่าวอ่ะ