การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดราชบพิธ

การศึกษาครั้งนี้ มีความมุ่งหมาย

  1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี 3 (งานธุรกิจ) ของนักเรียนที่เรียนด้วยวิธีสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือ
  2. เพื่อศึกษาความรับผิดชอบของนักเรียนที่เรียนด้วยวิธีสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือ

ประชากรในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  โรงเรียนวัดราชบพิธ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร  เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2550 จำนวน 10 ห้องเรียน รวมนักเรียน 447 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  โรงเรียนวัดราชบพิธ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 2 ห้องเรียน  รวม 50 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน(Multistage sampling) สุ่มห้องเรียนจำนวน 2 ห้องจาก 10 ห้องเรียน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม(Cluster Random Sampling) จำแนกนักเรียนในแต่ละห้องเป็นชั้นภูมิ(Stratified) เป็น 5 กลุ่ม คือ

  • กลุ่มเก่ง
  • กลุ่มปานกลางค่อนข้างเก่ง
  • กลุ่มปานกลาง
  • กลุ่มปานกลางค่อนข้างอ่อน
  • กลุ่มอ่อน 

สุ่มตัวอย่างนักเรียนจาก 5 กลุ่มด้วยการจับฉลากโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย(Simple Random Sampling)  โดยกำหนดอัตรา 1 : 3 : 1  เพื่อจัดเข้าเป็นกลุ่มเล็กๆ กลุ่มละ 5 คน ได้กลุ่มเพื่อศึกษาจำนวน 10 กลุ่ม เข้าสู่กระบวนการวิจัยเชิงทดลองวิธีสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือ                   

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า

  1. แผนการจัดการเรียนรู้ วิธีสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือตามวิธี เอส ที เอ ดี (STAD : Student Teams Achievement Division)
  2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
  3. แบบวัดความรับผิดชอบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที(Dependent t-test) และการทดสอบไคสแควร์(Chi – square test)

ผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า

  1. นักเรียนที่เรียนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 3 (งานธุรกิจ) ด้วยวิธีสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือตามวิธี เอส ที เอ ดี (STAD) จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของนักเรียนทั้งหมด มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม
  2. นักเรียนที่เรียนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 3 (งานธุรกิจ)ด้วยวิธีสอน โดยการเรียนแบบร่วมมือตามวิธี เอส ที เอ ดี (STAD) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  (t = 41.18)
  3. นักเรียนที่เรียนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 3 (งานธุรกิจ) ด้วยวิธีสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือตามวิธี เอส ที เอ ดี (STAD) มีความรับผิดชอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  (t = 13.01)