• ในงานประชุมนานาชาติเมื่อวานนี้ โชคดีเหมือนธรรมะจัดสรรให้ได้สุนทรียสนทนากับเหล่าบัณฑิต (นิสิตปริญญาเอก) ที่มีความสนใจพิเศษในธรรมะ แต่ละท่านนั้นไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ บางท่านบวชมา 13 พรรษาก็มีแล้วหันกับมาใช้ชีวิตทางโลก บางท่านพึ่งมาบวชตอนเรียน ป.เอก นี้ก็มี
  • ผมไม่รีรอที่จะนำประเด็นคำถามที่เกิดจากการทำวิจัยโยนเข้าสู่วงสนทนาอย่างไม่ขาดสาย
  • ท่านทั้งหลายเหล่านั้นยืนยันเป็นเสียงเดียวกันก็คือ "ธรรมะ" เป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตแน่นอน 
  • แต่ความยากประการหนึ่งคือ ปุถุชน คนธรรมดา หรือนิสิตที่เข้ามาเรียน 4 ปี ในรั้วมหาวิทยาลัยทั้งหลายจะหันมามอง เข้าถึง และเห็นความสำคัญตรงนี้ได้อย่างไร? หรือ จะเข้าถึงธรรมได้อย่างไร ?
  • ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ก็เสนอแนะแนวทางจากประสบการณ์และข้อคิดเห็นของท่านไว้อย่างหลากหลายและน่าสนใจยิ่ง ซึ่งผมก็จะนำเข้าบูรณาการในงานวิจัยต่อไป
  • -------------------------
  • นึกถึงงานเขียนของ ศ.นพ.ประเวส วะสี ที่เขียนไว้ในหนังสือ "พุทธธรรมกับสังคม" ท่านเขียนอธิบายประเด็นที่ว่า ฤๅว่าศาสนาเป็นยาเสพติดอย่างที่คนเขาว่ากัน ? ไว้อย่างน่าสนใจว่า

...ส่วนที่ว่า ศาสนาเป็นยาเสพติดนั้น ก็ขอให้พิจารณาเรื่องมอร์ฟีน มอร์ฟีนนั้นโดยสภาพของมันเป็นวัตถุ เมื่อเอาไปใช้ในฐานะยาเสพติดก็เป็นยาเสพติด แต่ขณะเดียวกันแพทย์ได้นำมอร์ฟีนไปใช้เป็นยาแก้ปวดที่บำบัดทุกข์และช่วยชีวิตผู้ป่วยได้เป็นจำนวนมาก...แสดงให้เห็นว่าของอย่างเดียวกันเป็นเครื่องเสพติดก็ได้ เป็นเครื่องแก้ปัญหาก็ได้...