จากไปด้วยใจสงบ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบองค์รวมได้รับการตอบสนองความต้องการทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณอย่างเหมาะสมเพียงพอ
2. เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัว ปรับอารมณ์ ปรับความรู้สึกต่างๆ และยอมรับความตายได้
3. เพื่อช่วยให้ญาติและครอบครัวสามารถปรับตัว ปรับอารมณ์ ยอมรับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในครอบครัว
4. เพื่อช่วยลดสภาวะความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยและวิธีการรักษา
5. เพื่อให้ผู้ป่วยวาระสุดท้ายจากไปอย่างสงบ ที่ควรได้รับการดูแลบำบัดจนวินาทีสุดท้าย
การดูแลด้านจิตวิญญาณ
หลักการ
- ให้ปฏิบัติตามพิธีกรรมตามหลักศาสนาที่ตนเองนับถือ-ศรัทธา โดยไม่รบกวนผู้ป่วยคนอื่น และไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย
- ตอบสนองให้ผู้ป่วยได้มีสิ่งที่เป็นเครื่องยึดเหนียวจิตใจตามความต้องการ เช่น บุคคล สิ่งของ ธรรมชาติ หรือศาสนวัตถุ หากไม่เป็นการรบกวนสิทธิผู้ป่วยท่านอื่น
กิจกรรม
- ประเมินความต้องการด้านจิตวิญญาณความเชื่อ พื้นฐาน วัฒนธรรม ประเพณี ที่ผู้ป่วยและครอบครัวยึดถือปฏิบัติ
- สร้างสัมพันธภาพที่ดี คือ ความสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความไว้วางใจ
- ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ผู้ป่วยบอกเล่าพฤติกรรมที่ผู้ป่วยแสดงออกมา รวมทั้งข้อมูลจากญาติและครอบครัว เพื่อนำมาวางแผนการดูแล
- อนุญาติให้ปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี
- ส่งเสริมเรื่องการทำจิตใจสงบ โดยการทำสมาธิ การสวดมนต์ การฟังบทสวด หรือเทปธรรมะ ให้ญาติอ่านหนังสือธรรมะให้ผู้ป่วยฟัง
- อนุญาติให้นำสิ่งของที่เป็นเครื่องยึดเหนียวจิตใจมาไว้ให้ผู้ป่วยตามต้องการ หากไม่มีราคาสูง เสี่ยงต่อการชำรุด หรือสูญหาย
- ส่งเสริมการประกอบพิธีกรรม โดยไม่รบกวนผู้ป่วยท่านอื่น และไม่เกิดความเสียหาย
- ให้ผู้ป่วยได้รับการปรนนิบัติในช่วงสุดท้ายก่อนสิ้นใจ ตามความเชื่อ ความศรัทธาทางศาสนาของแต่ละบุคคล
- คริสต์ มีพระเจ้าอยู่ในใจ ปฏิบัติตามคำสอนของพระเจ้าเตือนสติ ไม่ปฏิเสธพระเจ้า การสวดอ้อนวอน การมอบกายถวายชีวิตให้พระเจ้า
- อิสลามเปิดโอกาสให้ครอบครัวประกอบพิธีก่อนสิ้นลมหายใจ ญาติจะกระซิบข้างหูว่า “กาลิมะห์” หมายความว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลเลาะห์จะเป็นที่พึ่งปรารถนาสำหรับมุสลิม
- พุทธ พระปัญญาและคุณธรรม การฝึก การพัฒนาจิต ช่วยให้จิตสว่าง ปราศจากกิเลสให้ยอมรับการเจ็บป่วย ปรับตัวต่อการเจ็บป่วย ช่วยให้สวดมนต์ เจริญสติ ฝึกสมาธิ ในขณะที่ผู้ป่วยกำลังจะเสียชีวิตให้ญาติ-พี่น้องหรือพยาบาลชี้นำทาง อาจทำโดยจูงใจให้ภาวนาในใจว่า พุทโธ-พุทธัง-ธัมมัง-สังฆัง สัมมาอะระหัง
การดูแลทางด้านจิตใจ
หลักการ
1. ให้ความรัก
- ใช้หลักเมตตาในการดูแลให้ ผู้ป่วย ได้ระบายความในใจ
- สนับสนุนให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแล ตัดสินใจ ตอบสนองความต้องการของผู้ป่วย
- ให้กำลังใจกับผู้ป่วยและญาติไม่ทำลายความหวัง
- แนะนำเรื่องการใช้คำพูด การสื่อสาร การแสดงออกที่เหมาะสมแก่ญาติในรายที่ไม่มีประสบการณ์ ในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายมาก่อน
2. ช่วยให้จิตใจผู้ป่วยจดจ่อในสิ่งที่ดีงาม
- จะทำให้จิตใจเป็นศีลและสงบ ทำให้ความกลัว ความคิดถูกคุกคามจิตให้น้อยลง สามารถเผชิญความเจ็บปวดได้ดีขึ้น อาจนำพระพุทธรูปที่ผู้ป่วยนับถือมาไว้ให้
3. ช่วยปลดเปลื้องสิ่งที่ค้างคาใจ
- ชักชวนให้ทำบุญ ถวายสังฆทาน สอบถามถึงภาระกิจที่ยังคั่งค้าง สิ่งที่ผู้ป่วยต้องการทำ ช่วยเหลือให้สิ่งนั้นเสร็จสิ้น หากมีความโกรธแค้นใคร แนะนำให้อภัย ไม่ถือโทษ โกรธเคืองอีกต่อไป หรือขออโหสิกรรม ช่วยปลดเปลืองความรู้สึกผิดออกไป
4. ช่วยให้ผู้ป่วยยอมรับความตายที่จะมาถึง
- ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนการรักษาพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยยอมรับความจริง โดยพิจารณาเมื่อหากการให้ข้อมูลตามสภาพการยอมรับของผู้ป่วยและญาติในการดูแลทางจิต
5. ช่วยให้ผู้ป่วยปล่อยวางสิ่งต่างๆ
- สร้างบรรยากาศแห่งความสงบ เตือนสติให้ทราบว่า ทรัพย์สินเป็นเพียงชั่วคราว เมื่อถึงเวลาก็ต้องให้ผู้อื่นดูแลต่อไป
- งดในการพูดคุย ถกเถียง หรือร้องไห้ที่เป็นการรบกวนผู้ป่วย เพราะจะเพิ่มความวิตกกังวล และขุ่นเคืองใจให้ผู้ป่วยได้
ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก พี่ต้อย ของเราค่ะ
ref : น.ส.สายัญ รักแผน อาสาสมัครโรงพยาบาล
แวะมาเยี่ยมชม ^^
สวัสดีคะ
มาให้กำลังใจในเรื่องดีดี คะ
...ในขณะที่ผู้ป่วยกำลังจะเสียชีวิตให้ญาติ-พี่น้องหรือพยาบาลชี้นำทาง อาจทำโดยจูงใจให้ภาวนาในใจว่า พุทโธ-พุทธัง-ธัมมัง-สังฆัง สัมมาอะระหัง
ทางพุทธ การจูงใจบอกจิต ถ้าได้รู้ว่า ผู้ป่วยเคย คุ้นเคย กับบทสวดมนต์ หรือ คาถา บทใด ให้ใช้บทนั้นในการภาวนาบอกทาง จะช่วยได้มากกว่า ~_~
ขอบคุณ แม่ต้อยมากเลยค่ะ ทางเราเพิ่งจะมาเริ่มหัดทำ blog ยังมือใหม่เลยไม่รู้ว่า จะเขียนอย่างใร แต่อยากแลกเปลี่ยนสิ่งดีๆที่เราทำกันน่ะค่ะ
ได้แม่ต้อยมาเจิมให้ นับว่า good start เลยค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะ
ขอบคุณ สำหรับผู้ไม่แสดงตน สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมด้วยค่ะ