หลังจากเปิดห้องเรียนครั้งแรกที่ลานโพธิ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2551 http://gotoknow.org/blog/poldejw/223357 ห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ก็ดำเนินมาถึงครั้งสุดท้าย ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2552 "ไม่มีงานเลี้ยงใด ที่ไม่เลิกรา" ห้องเรียนพุทธศาสนาก็เช่นกัน เป็นโครงการทดลองที่คุ้มค่าและมีความหมาย เมื่อถึงเวลาก็ต้องจบไปตามธรรมดา
ในวันปิดห้องเรียน ได้จัดพิธีเรียบง่ายใต้ลานโพธิ์ มีพระจากมหาวิทยาลัยเดลี ซึ่งเป็นพระวิทยากรมาร่วมพิธี 6 รูป นักศึกษามหาวิทยาลัยเดลีและจาก JNU 9 คนมาร่วมงานด้วย
พิธีเริ่มจากอุปทูตจุดเทียน ธูปบูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล 5
เด็กนักเรียนทั้ง 4 คน ขอขมาแด่พระสงฆ์ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ จากนั้นเยาวชนกราบครูและบิดามารดา
ประธานสงฆ์มอบวุฒิวัตรแก่เยาวชน
อุปทูตมอบวุฒิบัตรแก่คณะครู
ประธานสงฆ์ให้โอวาท
ตัวแทนฆราวาสกล่าวขอบคุณพระอาจารย์ จากนั้นเป็นการถวายเพลแด่พระสงฆ์และพระอาจารย์
พระสงฆ์อนุโมทนา ฆราวาสกรวดน้ำรับพร จากนั้นรับประทานอาหารร่วมกัน เ็้ป็นอันเสร็จพิธี

ไปดูภาพเพิ่มเติมที่นี่ครับ http://www.polpage.com/sd_last_page001.htm
สรุปว่าห้องเรียนพุทธศาสนาซึ่งเ็้ป็นห้องเรียนแรกและเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี จบลงด้วยดี เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการให้เด็กไทยในต่างแดนกล่าวคือในเดลีได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนา
ความสำเร็จอยู่ที่การเรียนการสอนแม้จำนวนเด็กจะไม่ได้มากมายคือจากวันแรก 16 คน ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา จนเหลือ 4 คนสุดท้ายยืนยงคงกระพันมาตลอดจนครบ 15 ครั้ง โดยมีปิดไปช่วงหนึ่งปลายปีที่โรงเรียนเด็กหลายคนปิดเทอมและกลับไปเมืองไทย แต่ก็เปิดอีกครั้งในเดือนมกราคม จนจบในเดือนมีนาคม ขาดไปเพียง 2 ครั้ง
การเรียนในทุกครั้งพระวิทยากรและคุณครูมีรูปแบบและสาระที่กำหนดเอาไว้แล้วเป็นหลักสูตร โดยเน้นสาระและความสนุก อาทิ การสอนคำศัพท์ที่ใช้กับพระสงฆ์ ให้เล่น เกมที่ให้ถามคำถามแล้ววิ่งแข่งกันไปหยิบกระดาษที่เขียนคำตอบ มีการฝึกการกราบพระ ที่เริ่มต้นด้วยอัญชลี วันทา อภิวาทและจบด้วยวันทา เด็กๆ หลายคนไม่เคยทำมาก่อนเลย ก็ได้เรียนกันและฝึกให้ทำจริงๆ จนทำได้ทุกคน
มีการนำภาพสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งมาอธิบายและให้เด็กทายว่าภาพใดคือสถานที่ใดจาก 1-4 วิธีการนำเอาภาพมาแสดงปรากฏว่าใช้ได้ผลดี เด็กๆ สนใจและแย่งกันตอบ มีการให้้เด็กๆ วาดภาพพระพุทธเจ้าในจินตนาการของเด็กมาส่ง มีการนำวีดีโอพระพุทธเจ้ามาเปิดให้เด็กชม มีการฝึกสวดมนต์ทุกครั้ง มีการสอนเรื่องเทศกาลสำคัญทางพุทธศาสนา มีการสอนแง่คิด นิทานชาดกจากพุทธศาสนา มีการสอนเรื่องศีล 5 ความดี บุญและปาป เป็นต้น
การเรียนการสอนเด็กดูเหมือนง่าย แต่เท่าที่ดูไม่ง่ายเลยทั้งคนสอนและเด็กผู้เรียน เนื่องจากเป็นเด็กเล็กจึงยังมีความเ็้ป็นเด็กที่ทำให้พระอาจารย์และครูต้องใช้ความสามารถและไหวพริบในการสอนมากมาย จนพระและครูบอกเองว่าได้เรียนรู้จากเด็กมากทีเีดียว
15 อาทิตย์ที่ผ่านไป ไม่ใช่ง่ายเลย สำหรับผม ต้องมีความตั้งใจมากทีเีดียวที่จะดำเนินให้ห้องเรียนนี้ผ่านไปได้ ที่ผมใช้คำว่าห้องเรียนเพราะต้องการสื่อว่ายังเ็ป็นห้องเรียนไม่ใช่โรงเรียน เพราะที่เดลียังไม่มีวัดไทย ผมจะทำได้ก็เพียงห้องเรียนพุทธศาสนาเท่านั้น หากวันใด เดลีมีวัดไทย ณ วันนั้นก็คงเป็นหน้าที่ของวัดที่จะจัดให้มีโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ต่อไป
ผมก็ถือว่าได้ทดลองและตั้งจิตอธิษฐานแล้วว่าปรารถนาจะให้มีวัดไทยที่เดลี โดยขอเปิดห้องเรียนพุทธศาสนาเป็นการตั้งฐานบุญไว้ วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ ณ วันนี้ ได้ทำแล้ว
โครงการนี้ผ่านพ้นไป ด้วยแรงกายและแรงใจที่ทุ่มเทให้ ต่อสู้กับอุปสรรคที่เกิดขึ้น ทั้งจากธรรมชาติและจากจิตใจของหลายๆ คน ไม่สามารถจะบรรยายได้หมด..............ไม่ง่ายที่จะให้เข้าใจ แต่ในที่สุดก็ผ่านไปได้ี ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เี่กี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นพระนักศึกษามหาวิทยาลัยเดลี โดยเฉพาะพระมหาวิเชียร ประธาน กพ.ด. ที่ได้เมตตา ตั้งใจให้ความร่วมมือด้วยดียิ่ง นักศึกษาทั้งจากเดลีและ JNU ที่เสียสละเวลา แรงกายมาสอนเด็กๆ อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ขอบคุณผู้ปกครองโดยเฉพาะคุณพอล คุณจ๊อบและน้องศลิษา ที่ตั้งใจ อุตสาหะพาน้องศลิษามาเรียนทุกอาทิตย์จนจบหลักสูตร นับเ็้ป็นผู้ปกครองที่ยอดเยี่ยมมาก ขอนับถือ ต้องขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วม โดยเฉพาะหน่อยและคุณจ๊อบที่ช่วยกันดูแลเรื่องอาหาร ประสานให้มีอาหารและซองทำบุญทุกครั้ง รวมทั้งการดูแลความเรียบร้อยทั่วไป ขอขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้อง แม้ไม่ได้เอ่ยนามหรือเอ่ยถึงในที่นี้
ขอให้บุญกุศลนั้นจงส่งผลต่อทุกท่าน ให้ท่านมีความสุขความเจริญตลอดไป
เจริญสุขแด่ทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ
วันที่ 25 มีนาคม 2552
สวัสดีค่ะ
ขอร่วมอนุโมทนาบุญกับทุกท่าน
และความเป็นหนึ่งตลอดกาลของทุกคน
การบรรลุผลสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่เมื่อสำเร็จลงแล้ว ก็เป็นบุญ
ที่จะให้ผู้ตามมาได้เห็นทางสว่างชัดแจ้ง
และต่อยอดบุญ ยอดปัญญากันต่อไปอีก
ขอกราบอนุโมทนาบุญ และปรบมือให้ดังก้อง
ทั่วอนันตจักรวาล เพื่อผู้ที่ได้รู้ ได้ยิน จะได้ร่วมอนุโมทนา สาธุการต่อไป
หนึ่งในร้อย
คำว่าหนึ่งพึ่งนับเหมือนกลับน้อย
แต่ว่าหนึ่งในร้อยใช่ด้อยค่า
ยิ่งเป็นหนึ่งทั่วอนันต์ อจินตา
ย่อมสูงค่าเลิศลอยกว่าร้อยเอย...
ขอมอบให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกท่านค่ะ
สาธุ สาธุ สาธุ
โยคีน้อย ตันติราพันธ์
อนุโมทนาสาธุในอนุโมทนาจิตเช่นกัน
ผู้ที่ลงมือทำ สู้ เท่านั้นที่จะรู้ว่า เป็นเช่นไร
ยากลำบากเพียงใด
และยิ่งใหญ่เพียงใด
แม้เพียงยืนหยัดและอยู่รอด ก็คือความสำเร็จ
แต่เมื่อผ่านไปแล้ว ก็ผ่านไปเลย
หนอ
เจริญสุขหนอ