พูดแต่เรื่องดี...ดีกว่า

ไม่มีอะไรที่ทำความชื่นใจแก่ผู้ฟังได้มากเท่าคำพูด เช่นเดียวกัน ไม่มีอะไรที่ทำความเจ็บช้ำน้ำใจแก่ผู้ฟังมากเท่าคำพูด

เพื่อนสนิทคบกันมานับสิบปี มาเลิกคบกันเพราะคำพูดไม่กี่วินาที ก็มีมาก

 สามีภรรยาอยู่ด้วยกันมาเกือบชั่วชีวิตต้องผิดใจกัน จนถึงขั้นเลิกร้างกันไปก็เพราะคำพูดไม่กี่คำ ปัญหาใหญ่โตที่ทำให้ทะเลาะกัน เจ็บแค้นกัน สาวไปสาวมาส่วนใหญ่สาเหตุ มาจากการมอบถ้อยคำที่ไม่ดีให้กัน

การดำเนินชีวิตทุกวันนี้ มีความทุกข์เป็นปกติอยู่แล้ว เราไม่ควรที่จะเพิ่มความทุกข์
สร้างปัญหาเพิ่มขึ้นอีก ด้วยการพูดในเรื่องไม่ควร ถ้าหมดเรื่องพูดควรหยุด ถ้าคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรก็ไม่ต้องพูด บางคนใช้เวลาว่างไปกับการสุมหัวนินทาคนโน้นคนนี้ ยิ่งพูดยิ่งมันส์ ติดลม เสียเวลาไปมากมาย

บางคนทำตัวเหมือนนักโบราณคดีชอบคุดคุ้ยเรื่องเก่า เรื่องเสีย ๆ มาด่า คนที่ตนเองไม่ชอบหน้า หรือมาซ้ำเติมคนในครอบครัวให้เกิดความร้าวฉาน ร้อนรุ่มลุกเป็นไฟ เกิดปัญหาครอบครัวแตกแยก สืบเนื่องมาจากวาจานั่นเอง

ใครคิดว่าคำพูดไม่สำคัญถือว่าคิดผิดมาก หลายคนมีความสามารถในการทำงานสูงแต่ ไม่ก้าวหน้า ไม่ได้รับความไว้วางใจ ให้เข้าประชุมสำคัญ ๆ ในแผนงานของบริษัท เพียงเพราะเขาพูดมากเกินไป เก็บความลับของบริษัทไม่อยู่ ชอบนำไปคุยโม้ โอ้อวดเจ้าตัวก็ได้แต่น้อยใจว่า ทำไมตนทำงานมาหลายปีแล้วยังไม่ก้าวหน้าสักที ตามเพื่อนฝูงไม่ทัน โดยไม่ได้ย้อนมองเลยว่าเพราะปากของตนเอง ก่อนที่จะพูดสิ่งใดออกไป มีหลักง่าย ๆ ดังนี้

1. มีจิตเมตตา

2. เรื่องที่จะพูดเป็นเรื่องจริง

 3. เกิดคุณประโยชน์

 4. เหมาะสมกับกาลเทศะ ทุกอย่างที่คิด ทุกสิ่งที่ทำ

ทุกคำที่พูด ล้วนแต่ถูกบันทึกไว้ในกล้องที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ หัวใจของเรา บางคนอ้างว่า ถึงตนจะพูดจาไม่ดี แต่ตนก็ทำดี

อยากให้ดูที่การกระทำของตนมากกว่า ....คิดว่า แหมไหน ๆ ก็จะดี ก็ควรดีทั้งกาย วาจา ใจ เพราะทุกสิ่งที่ทำ ทุกคำที่พูดออกมา มันส่อถึงใจว่า เป็นอย่างไรด้วยนะคะ ยิ่งเวลาที่เรารู้สึกว่า ไม่รู้จะพูดอะไรดีให้สร้างสรรค์ ง่ายที่สุดคือไม่ต้องพูด  เพราะ

"คนโง่ที่สุดยังดูฉลาดอยู่เสมอ ตราบใดที่ยังไม่ได้พูด"