ไม่มีอะไรที่ทำความชื่นใจแก่ผู้ฟังได้มากเท่าคำพูด เช่นเดียวกัน ไม่มีอะไรที่ทำความเจ็บช้ำน้ำใจแก่ผู้ฟังมากเท่าคำพูด สามีภรรยาอยู่ด้วยกันมาเกือบชั่วชีวิตต้องผิดใจกัน จนถึงขั้นเลิกร้างกันไปก็เพราะคำพูดไม่กี่คำ ปัญหาใหญ่โตที่ทำให้ทะเลาะกัน เจ็บแค้นกัน สาวไปสาวมาส่วนใหญ่สาเหตุ มาจากการมอบถ้อยคำที่ไม่ดีให้กัน การดำเนินชีวิตทุกวันนี้ มีความทุกข์เป็นปกติอยู่แล้ว เราไม่ควรที่จะเพิ่มความทุกข์ บางคนทำตัวเหมือนนักโบราณคดีชอบคุดคุ้ยเรื่องเก่า เรื่องเสีย ๆ มาด่า คนที่ตนเองไม่ชอบหน้า หรือมาซ้ำเติมคนในครอบครัวให้เกิดความร้าวฉาน ร้อนรุ่มลุกเป็นไฟ เกิดปัญหาครอบครัวแตกแยก สืบเนื่องมาจากวาจานั่นเอง 2. เรื่องที่จะพูดเป็นเรื่องจริง 3. เกิดคุณประโยชน์ 4. เหมาะสมกับกาลเทศะ ทุกอย่างที่คิด ทุกสิ่งที่ทำ "คนโง่ที่สุดยังดูฉลาดอยู่เสมอ ตราบใดที่ยังไม่ได้พูด"
เพื่อนสนิทคบกันมานับสิบปี มาเลิกคบกันเพราะคำพูดไม่กี่วินาที ก็มีมาก
สร้างปัญหาเพิ่มขึ้นอีก ด้วยการพูดในเรื่องไม่ควร ถ้าหมดเรื่องพูดควรหยุด ถ้าคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรก็ไม่ต้องพูด บางคนใช้เวลาว่างไปกับการสุมหัวนินทาคนโน้นคนนี้ ยิ่งพูดยิ่งมันส์ ติดลม เสียเวลาไปมากมาย
ใครคิดว่าคำพูดไม่สำคัญถือว่าคิดผิดมาก หลายคนมีความสามารถในการทำงานสูงแต่ ไม่ก้าวหน้า ไม่ได้รับความไว้วางใจ ให้เข้าประชุมสำคัญ ๆ ในแผนงานของบริษัท เพียงเพราะเขาพูดมากเกินไป เก็บความลับของบริษัทไม่อยู่ ชอบนำไปคุยโม้ โอ้อวดเจ้าตัวก็ได้แต่น้อยใจว่า ทำไมตนทำงานมาหลายปีแล้วยังไม่ก้าวหน้าสักที ตามเพื่อนฝูงไม่ทัน โดยไม่ได้ย้อนมองเลยว่าเพราะปากของตนเอง ก่อนที่จะพูดสิ่งใดออกไป มีหลักง่าย ๆ ดังนี้
1. มีจิตเมตตา
ทุกคำที่พูด ล้วนแต่ถูกบันทึกไว้ในกล้องที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ หัวใจของเรา บางคนอ้างว่า ถึงตนจะพูดจาไม่ดี แต่ตนก็ทำดี
อยากให้ดูที่การกระทำของตนมากกว่า ....คิดว่า แหมไหน ๆ ก็จะดี ก็ควรดีทั้งกาย วาจา ใจ เพราะทุกสิ่งที่ทำ ทุกคำที่พูดออกมา มันส่อถึงใจว่า เป็นอย่างไรด้วยนะคะ ยิ่งเวลาที่เรารู้สึกว่า ไม่รู้จะพูดอะไรดีให้สร้างสรรค์ ง่ายที่สุดคือไม่ต้องพูด เพราะ
พูดแต่เรื่องดี...ดีกว่า
พูดแต่เรื่องดี...ดีกว่า
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ภีรตา ; สบาย ๆ สไตล์คนกันเอง · 17 มี.ค. 2552
ศอนอแต๋ว · 17 มี.ค. 2552
Alis · 17 มี.ค. 2552
เพื่อนร่วมทาง · 17 มี.ค. 2552
ชุมชนKM คณะแพทย์ขอนแก่น · 17 มี.ค. 2552
ว้าววว...
น่าสนใจนะคะ
พูดดีเป็นสีแก่ปาก พูดมากปากจะมีสี 55!!
ชอบ ๆ มีสาระดีค่ะ
ให้ข้อคิดที่ดีมากๆเลย
ข้อคิดชีวิต...นำไปใช้คงดีแน่
สงสัยต้องนำความรู้นี้ไว้เตือนสติก่อนพูดซะแล้ว
เพราะพูดมากๆ ก็พากันทะเลาะทุกทีเลย
ให้แง่คิดดีค่ะ อ่านแล้วก้อรู้ว่า ตัวเองต้องรู้จักระมัดระวังคำพูดแค่ไหน
ควรคิดก่อนพูด กานที่เราจะอยู่รวมกันได้ควรพูดแต่สิ่งดีๆๆให้กัน
ดีจังเลย
ให้ข้อคิดที่ดี
เจ้าของบล็อกนี่นำทั้งสาระความรู้มาให้
แถมยังได้เห็นความน่ารักของเจ้าของบล็อกด้วย
ดูรูปเจ้าของบล็อกสิ สวยจังเลย แสงที่หน้าผากจ้าดีค่ะ
พูดมากก้อไม่ดีเนอะ
ไม่พูดเลยก้อไม่ดีอีกอ่ะ
ต่อไปจะพูดแต่เรื่องดีๆนะ
อย่างเช่น เจ้าของบล็อกสวยจัง
อุ๊ย! โกหกก้อเป็นเรื่องไม่ดีนี่นา
อิอิ
*__*
เราเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง...
บางทีก็พูดอะไรไม่เหมาะสม
ต่อไปเราต้องคิดให้มากกว่านี้แล้ว...
ว้าว...คมมากค่ะ...
ต่อไปจะไม่พูดมากแย้ว..
ปิยวาจา นี้ดีแน่
ชื่นชมผู้เขียนนะครับ
เป็นสิ่งที่ดีนะ
ควรนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ใช่เลย
เราก็รู้สึกว่าตัวเองปากไม่ค่อยดีอ่ะ
เด๋วชวงนี้ต้องระวังปากหน่อยแระ
อิอิ
เป็นเนื้อหาที่ดีมากคะ
มีสาระดี
แถมให้ข้อคิดดีด้วย
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วชอบมากค่ะ ยิ้มเลย...^_^...
"คนโง่ที่สุดยังดูฉลาดอยู่เสมอ ตราบใดที่ยังไม่ได้พูด"
เคยอ่านหนังสือท่านว่า....ความเงียบเป็นอาภรณ์ของคนโง่ นั่นคือถ้าไม่พูดออกมาก็จะไม่มีใครรู้ว่าเราโง่....
(^___^)
ปากเป็นเอก เลขเป็นโทค่ะ
คนพูดแต่สิ่งดีดี ย่อมมีแต่คนเอ็นดูค่ะ
ชอบทั้ง 4 ข้อเลย
เดี๋ยวจะนำไปปฎิบัติน่ะ
"คนโง่ที่สุดยังดูฉลาดอยู่เสมอ ตราบใดที่ยังไม่ได้พูด"
คนใบ้ฉลาดที่สุดในโลก
อืม...
สวัสดีค่ะ
คิดดี พูดดี ทำดี เป็นศรีเป็นพรสูงสุด
ไม่มีพรเทพพรมนุษย์ เปรียบประดุจความดีที่ทำเอง
(สมเด็จพระญาณสังวร)
* สุขกายสุขใจนะคะ