การฝึกตั้งคำถาม จึงเป็นการฝึกสมอง ฝึกตนฝนปัญญา ยิ่งกว่าการหาคำตอบหรือความรู้

          ผมเชื่อว่าในชีวิตของคนเรา การตั้งคำถามสำคัญกว่าการให้คำตอบ    การตั้งคำถามต้องใช้ความสามารถ ต้องใช้ศิลปะ ต้องใช้ความรู้ความสร้างสรรค์มากกว่าการให้คำตอบ    แต่คนเรามักโดนสอนจากวงการศึกษาว่า คนเก่งคือคนที่ถามอะไรตอบได้หมด   ถือเป็นคนมีความรู้มาก   แต่ผมกลับมองว่าคนที่ความรู้มากจริงคือคนที่ถามเก่ง  

          คนมักคิดว่าคนที่ถามเก่งคือคนที่ตั้งคำถามให้คนอื่นจน ตอบไม่ได้   แต่ผมคิดต่าง   ผมเชื่อว่าคนที่ถามเก่งคือถามแล้วคนอื่นเกิดความสนุก รู้สึกท้าทาย และเกิดความสร้างสรรค์   การถามแบบนี้ต้องสร้างบรรยากาศของการหาคำตอบที่แตกต่างหลากหลาย   ไม่มีคำตอบเดียว   ไม่มีถูก-ผิด  

          ภาษาวิชาการเขาเรียกว่า provokative question   คือถามแบบยั่วความคิด ให้คิด  ต่าง คิดแย้ง มองต่างมุม

          เป็นการตั้งคำถามที่เจือความเป็นอิสระทางความคิด   เจือบรรยากาศท้าทาย   เจือความสนุกสนานเป็นกันเอง   เจือความสัมพันธ์แนวราบ   เจือความเคารพความคิดเห็นของทุกคนในวง ลปรร.   ใช้การพูดคุยแบบ dialogue mode ไม่ใช่ discussion mode

          เห็นไหมครับ    ว่าการตั้งคำถามที่ดีต้องใช้ความรู้สารพัดด้าน   การตั้งคำถามเด็ด ต้องใช้ความรู้มากกว่าการให้คำตอบเด็ด   นี่คือความเชื่อของผม  

          การฝึกตั้งคำถาม จึงเป็นการฝึกสมอง ฝึกตนฝนปัญญา ยิ่งกว่าการหาคำตอบหรือความรู้

          ที่กล่าวมานั้นเป็นทฤษฎี   เวลาปฏิบัติเราต้องการทักษะ ซึ่งมาจากการฝึกฝน   ผมจึงเป็นนักเรียนที่สนใจฝึกฝนศิลปศาสตร์ชิ้นนี้

          ใครมีเทคนิคดีๆ เอามา ลปรร. กันบ้างนะครับ

 

วิจารณ์ พานิช
๑ มี.ค. ๕๒