หากคุมพลังแห่งอารมณ์ได้ก็คือพลังธรรมชาติที่ผลักดันเกื้อหนุนให้ทำอะไรเพื่อผู้อื่น เพื่อสังคม เพื่อความสำเร็จ

พูดถึงเรื่องหลงใหลไปบ้างแล้ว ขอมาทำความเข้าใจกับคำว่าการสร้างภาพ (ลักษณ์) หน่อยนะคะ 

 

หากมีใครสักคนพูดถึงเราไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมว่าเราสร้างภาพ เราจะโกรธกันไหมคะลองสมมติฐานดูซิคะ

 

ตอบคำถามนี้ในใจตัวเองดู เพราะแต่ละคนมีมุมมองและโลกทัศน์ในเรื่องนี้แตกต่างกันค่ะ….และศิลาเคารพอย่างจริงใจและไม่รู้สึกประหลาดใจอะไรหากจะมีคนตอบว่าโกรธ ไม่พอใจ จะทำตัวห่างเหินกัน  หรือถึงขั้นเลิกคบกันได้เลย

 

ทีนี้ ถามว่าทำไมนำเรื่อง sensitive point นี้มาเขียน  บันทึกนี้ ศิลาไม่หวังว่าจะมีใครมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เท่าไหร่ เพราะอาจจะมีคนกลัวหรือหลีกเลี่ยงที่จะแชร์ประเด็นอ่อนไหวง่าย  หรืออีกนัยหนึ่งอาจจะไม่ใช่ประเด็นที่น่าสนใจเพียงพอ

 

จะด้วยเหตุผลความรู้สึกอะไรก็แล้วแต่ ขอทำความเข้าใจก่อนนะคะว่าถ้าเรามองว่าการสร้างภาพลักษณ์เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ตามหลักจิตวิทยา ก็ไม่ควรจะรู้สึกสะเทือนอารมณ์แต่อย่างใด  แต่สาเหตุที่อาจจะสร้างความไม่พอใจกันได้  นั่นเป็นเพราะผู้ฟังรู้สึกสัมผัสถึงเจตนาแอบแฝงของผู้พูดมากกว่าจะใส่ใจกับการทำความเข้าใจในธรรมชาติของการสร้างภาพ 

 

 

เป็นเรื่องปกติที่คนเราอยากจะให้ใครเห็นในสิ่งที่เราอยากให้มอง  บางคนอาจมี Self Image หรือแบบฉบับที่อยากให้ใครเห็น  ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

 

ในมิติหนึ่งการสร้างภาพเป็นการกำหนดมาตรฐาน Super ego  ว่าเราอยากอิงกับอัตลักษณ์หรือ model อะไร   โดยที่แบบอย่างนั้น  อาจเป็นสิ่งดี ๆ ตัวอย่างบุคคลสำคัญ  ๆ คนดี ๆ ที่เราอยากจะทำตาม แล้วเราก็ทำให้คนอื่นเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น….และเราก็เพียรพยายามที่จะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ มันเหมือนกับว่าเรากำลังพยายามที่จะเป็นคนดีคนหนึ่งและก็อยากให้คนทั่วไปมองเห็นแต่สิ่งดีๆ ของเรา

 

ในเมื่อการสร้างภาพลักษณ์นั้นเป็นภาพที่สวยงามและเขาก็พยายามที่จะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ก็ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องหลอกลวงหวังผลอะไรกัน หากว่าเขารู้ตัวว่าสิ่งที่ "เขาเป็นและทำอยู่นั้น" เป็นกระบวนการพัฒนาตนเองไปสู่ภาพลักษณ์ที่เป็นอุดมคติ   เราก็ควรส่งเสริมซึ่งกันและกันมิใช่หรือ?

 

ศิลาเข้าใจธรรมชาติของการสร้างภาพของคนศูนย์หัวใจผ่านการฟัง Panel ของ Enneagram จิตวิทยาบุคลิกภาพ 9 ลักษณ์

 

เมื่อฟังแล้วก็เกิดความเข้าใจและมีเมตตาอย่างยิ่ง เพราะเขาเน้นความสัมพันธ์และมิตรภาพอันเป็นสาระสำคัญของชีวิตเขามองเรื่อง ...

“ความรัก”   หรือ 

“การยอมรับ”   หรือ 

“การซื่อตรงต่ออารมณ์” คือแก่นของชีวิต 

หากมีปริมาณมากไปก็คือกลุ่มคนประเภทหลงใหลที่เคยกล่าวไว้ในบันทึกก่อน ๆ  

 

หากคุมพลังแห่งอารมณ์ได้ก็คือพลังธรรมชาติที่ผลักดันเกื้อหนุนให้ทำอะไรเพื่อผู้อื่น เพื่อสังคม เพื่อความสำเร็จ และเพื่อคุณค่าของอะไรสักอย่างที่เขาให้ความสำคัญและสิ่งนั้นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ หรือคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อตัวเองเป็นหลัก

 

เวลามีน้องมาเล่าให้ศิลาฟังว่า “พี่ พี่  คนนั้นเขาสร้างภาพจังเลยเน๊อะ  พูดจาดูดี และพูดคุยแต่เรื่องดี ๆ ความสำเร็จ เป้าหมาย สิ่งที่ทำเพื่อสังคม ….มัน fake  มันเว่อร์  จริงเหรอที่คนเราจะดีขนาดนั้น”

 

ศิลาอยากบอกว่าต่อให้สิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องหลอกลวง แต่ก็ต้องถามว่าเขาหลอกแบบไหน  หากไม่ได้หลอกเอาเงิน หลอกเอาทอง ฉ้อโกงก็ไม่เป็นไรถ้าไม่ใช่เรื่องผิดศิลธรรม การหลอกลวง หรือสร้างภาพว่าเป็นคนดี แล้วเขาพยายามที่จะเป็น  และสามารถเป็นได้จริง ๆ เราควรจะชื่นชมในภาพที่เขาสร้าง

 

อย่าสงสัยในภาพความดีที่เขาสร้างเลย  เพราะภาพนั้นจริง ๆ แล้วไม่ได้ทำร้ายใคร   แต่ใจของเราเอง (ที่ไปมองเขาเช่นนั้น) ทำร้ายใจตัวเรา

 

คนมองว่าการสร้างภาพเป็นเรื่องไม่ดีก็ควรเข้าใจในมิติใหม่

คนถูกกล่าวหาก็ควรยึดมั่นในการสร้างภาพความดีต่อไป ไม่ควรหวั่นไหวต่อแรงลมปะทะเสียดทาน  เมื่อต้องบินขึ้นสู่ที่สูงค่ะ 

 

หากเราขาดคนที่พยายามสร้างภาพความดีก็จะไม่มีใครพยายามที่จะเป็นคนดีและไม่มีใครแคร์ซึ่งกันและกัน   จริงไหมคะ

 

ไม่ทราบว่าบันทึกนี้โยนอารมณ์ที่ละเอียดอ่อนออกมาตีแผ่มากเกินไปหรือเปล่า?  

 

หากภาพที่สร้างเป็นสิ่งที่ดี   ศิลาขอส่งเสริมค่ะ

 

 

เพราะเขารัก และเชื่อมั่นในความดี ก็เลยอยากสร้างภาพความดีให้คุณรักเขาด้วยเช่นกัน จริงไหมคะ            

 

                       ลดอัตตา ลดอคติก็จะมีแต่เมตตาธรรมค่ะ

 

 ------------------------------------------------------------------------

หลังจากเปิดประเด็นบันทึกนี้ไปได้ 1 วัน 1 คืน มีความคิดเห็นหลากหลายมากมาย ซึ่งศิลาก็ได้ตอบความเห็นของทุกท่านตามการมองเห็นของตนเองไปเรียบร้อยแล้ว 

 

ขอแสดงความขอบพระคุณคุณ Mr. Direct ที่ได้แวะมาเยี่ยมและแสดงความเห็น...ในความเป็นจริง ศิลาได้ตอบความเห็นของท่านไปแล้ว  แต่หลังจากทบทวนดูใหม่ ขออนุญาตลบความคิดเห็นของตนเองออก และคงความคิดเห็นของท่าน Mr. Direct ไว้เท่านั้นเพื่อเป็นวิทยาทานความรู้ด้านจิตวิทยาต่อไป

 

ส่วนการตอบตามแนวศิลา..ขอละไว้...เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องของการ "มองเห็น"..การเปิดใจและการปฏิบัติ...หากมองเห็นเรื่องเดียวกันโดยเริ่มจาก concept ที่แตกต่างก็จะไปเป็นคู่ขนานค่ะ...เหมือนการเดินทางไปจุดหมายเดียวกัน...แต่เริ่มออก start คนละจุด...ทั้งที่เราตั้งใจที่จะไปในที่เดียวกัน

 

ดังนั้น หากเป็น concept แนวจิตวิทยา สิ่งที่คุณ Mr. Direct อธิบายมา ชัดเจน น่าสนใจดีแล้วค่ะ

ส่วนท่านใดสนใจจะแลกเปลี่ยนในแนวอื่นก็ยินดีค่ะ ขอเพียงเราไม่สรุปว่าอะไรถูกผิดก็จะเป็นการต่อยอดทางความคิดและการพัฒนาทางจิตวิญญาณค่ะ

ส่วนแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น ศิลารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่มาฝากรอย และเพิ่มเติมความหมายมากมาย...สุดท้าย ขอเน้นย้ำว่า ...ไม่มีข้อสรุป...อยากให้เข้าใจจากการมองเห็นตามภูมิธรรมของแต่ละท่านเองค่ะ