สารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
มี 4 ระบบ ได้แก่

1. ระบบสารสนเทศพื้นฐานของสถานศึกษา ได้แก่
1. ข้อมูลสถานศึกษา เป็นข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา เช่น
ชื่อสถานศึกษา , สังกัด , ประวัติการก่อตั้ง , ข้อมูลสภาพภูมิประเทศ ,ข้อมูลชุมชน ,รายได้ผู้ปกครอง ภูมิปัญญาท้องถิ่น , เกียรติประวัติ ของโรงเรียน , จุดเด่น จุดด้อย ฯลฯ
2. ข้อมูลนักเรียน เป็นข้อมูล
ข้อมูลเกี่ยวกับเขตบริการ , ข้อมูลเกี่ยวกับสำมะโนนักเรียน , ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนและประเภทการบริการด้านสุขภาพอนามัย , ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการแนะแนว , ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมเสริมหลักสูตรและพัฒนาเยาวชน ข้อมูลเกี่ยวกับทุนการศึกษา , ฯลฯ
3. ข้อมูลบุคลากร เป็นข้อมูลเกี่ยวกับ เช่น ข้อมูลรายละเอียดใน ก.พ. 7 และแฟ้มประวัติข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ,ชั่วคราว,ข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะเชิงคุณภาพทางการศึกษา เช่น วุฒิการศึกษา ความถนัความสามารถพิเศษ สถานที่พักอาศัย การเดินทาง การศึกษา และประสบการณ์ สถานภาพครอบครัว ,ข้อมูลพื้นฐานของบุคลากร เช่น ภูมิลำเนาเดิม วิทยฐานะ เงินเดือน อายุราชการ ความดีความชอบ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประวัติทางวินัย , การประชุม , การลาของบุคลากร , การพัฒนาตนเองของบุคลากร , การเผยแพร่และแสดงผลงานของบุคลากร เป็นต้น
4. ข้อมูลอาคารสถานที่ เช่น จำนวนอาคารเรียนและอาคารประกอบ ,รูปแบบ ขนาด อายุ งบประมาณการก่อสร้าง สภาพของอาคาร ,ครุภัณฑ์โรงเรียน , จำนวนห้องเรียน, พื้นที่โรงเรียนและพื้นที่ใช้ประโยชน์สภาพพื้นที่ กรรมสิทธิ์ที่ดินอัตราพื้นที่กับนักเรียน ,ข้อมูลด้านสาธารณูปโภค , บริเวณข้างเคียงกับโรงเรียน เป็นต้น
2. ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียน เป็นระบบสารสนเทศที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียนทั้งหมด
เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ผลงานและการแสดงออกของผู้เรียน รูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียน ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน รายงานผลความก้าวหน้าของผู้เรียน รายงานความประพฤติ
3. ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารวิชาการ เป็นผลพัฒนากิจกรรม เช่น การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน/กิจกรรมแนะ แนว การวิจัยในชั้นเรียน สถิตินักเรียน สถิติครู สถิติห้องเรียน มีข้อมูลที่จำเป็น เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แยกเป็นรายชั้นกลุ่มสาระ , ยอดรวมของผลการสอบรายปีจำแนกตามระดับชั้น , สื่อการเรียนการสอนประจำห้องเรียน ประจำโรงเรียน , จำนวนและประเภทสื่อในห้องสมุด , ลักษณะการสอนงานเลือก , ลักษณะและประเภทของการสอนซ่อมเสริม , ลักษณะและประเภทการนิเทศภายใน,โครงการต่างๆ ที่ส่งเสริมทางวิชาการ,โครงการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ,ข้อมูลตารางสอน แผนการสอน หลักสูตร,ข้อมูลเกี่ยวกับวิทยากรพิเศษ,ข้อมูลเกี่ยวกับห้องสมุด , รวมถึงการใช้ห้องสมุด , อื่นๆ
4. ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ เป็นระบบสารสนเทศที่ต้องมีการประมวลผลรวม มีการเปรียบเทียบข้อมูลอย่างถูกต้องและทันสมัยจึงมีความหมายต่อการจัดการและการบริหารงานเต็มที่และมีประสิทธิภาพ โดยมีตัวอย่างรายงานของระบบสารสนเทศ เช่น สภาพการบริหารและการจัดการ ความสอดคล้องระหว่างวิสัยทัศน์ ภารกิจและเป้าหมายการพัฒนา สภาพและบรรยากาศการเรียนรู้ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวก การพัฒนาวิชาชีพ ความสัมพันธ์ระหว่างสถานศึกษากับผู้ปกครองและชุมชน อัตราส่วนระหว่างจำนวนนักเรียนต่อครู อัตราส่วนระหว่างจำนวนนักเรียนต่อห้อง และอื่นๆ เช่น ยอดงบประมาณแผ่นดินตามหมวดเงินงบประมาณและแผนงานวงเงินงบประมาณในปีที่ผ่านมา , เงินนอกงบประมาณจำนวนและแหล่งที่มา , เงินรายได้สถานศึกษา , ทรัพย์สินของโรงเรียน ,จำนวนหนังสือเข้า-ออก รับ-ส่ง,ระบบระเบียนและสถิติต่างๆ ที่จัดทำในโรงเรียน , งานบัญชีประเภทต่างๆ,แบบฟอร์มที่ใช้ จำแนกตามประเภทต่างๆ , เงินสวัสดิการ จำแนกตามประเภท/จำนวน , วัสดุอุปกรณ์และแหล่งบริจาคจำนวน/มวลค่า , ข้อมูลเกี่ยวกับงานสารบรรณ , ข้อมูลเกี่ยวกับทะเบียนพัสดุ/ครุภัณฑ์และการเงิน , ข้อมูลการอยู่เวรรักษาการณ์ , จำนวนชั่วโมงผู้บริหารสถานศึกษาไปราชการ , ข้อมูลเอกสารเกี่ยวกับนิเทศ เยี่ยมเยียน เป็นต้น
การนำระบบสารสนเทศไปใช้ในการพัฒนาการศึกษา
การทำระบบสารสนเทศมาใช้ในการศึกษา ควรให้ครอบคลุมกับการศึกษาทั้ง 3 รูปแบบ คือการศึกษาในระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย ที่จะทำให้เปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่นอกระบบโรงเรียน ประชาชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์จากสารสนเทศด้านการศึกษา อย่างทั่วถึง
ครูอ้อย มาอ่านรับความรู้ แล้วนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
เป็นประโยชน์มากครับ ขอบคุณ