ปลวกกินได้แต่หนังสือ หาได้กัดกินสมองของคนนี่น่า

ด้วยความคิดที่ว่าไหนๆ ก็จะไปสวนป่าทั้งที่ น่าจะมีอะไรติดสมองไปบ้าง เกี่ยวกับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องหลายด้าน น่าจะเป็นประโยชน์ต่อภูมิภาคอิสาน แต่อนิจจาฟ้าไม่ปราณีค่ะ จะว่าเป็นความโชคดีก็ได้ เจอปลวกเข้าไปทำลาย ทั้งเอกสารงานวิจัย เอกสารหนังสือสำคัญๆ เกี่ยวกับประเทศชาติ อีกทั้งหนังสือตำหรับตำรา ที่เก็บไว้ด้วยกัน นับว่าโชคดีทีกำจัดปลวกได้ทัน ก่อนที่จะ ลุกลามไปห้องอื่นๆ ค่ะ หลายคนคงแปลกใจว่า Lin Hui ไม่ให้บริษัทกำจัดปลวก มาดูแลให้หรือ ที่บ้านได้ทำสัญญาให้บริษัทกำจัดปลวกดูแลมาตลอด สัญญาครั้งแรก 3 ปี ต่อมา ก็ต่อสัญญา ที่ละ 2 ปีค่ะ นี่เป็นสัญญา ฉบับที่ 3 สามแล้ว จะหมดสัญญา ตุลาคม 2552 ค่ะ

มีหนังสือและวารสารต่างประเทศที่พอเหลือให้เห็นเป็นขวัญตา ดังภาพสุดท้ายค่ะ ที่โชคดีอีกอย่างคือแผ่นเสียงที่อุตส่าห์เก็บไว้ พอยังหลงเหลือให้ประทับใจไปอีกนานค่ะ มองในแง่ดี คือปลวกเตือนให้เรารู้ว่า จะต้องหมั่นดูแลรักษาบ้านให้ดีอยู่เสมอ

นับตั้งแต่ปลาทองป่วย เมื่อตุลาคม 2551-กุมภาพันธุ์ 2552 มัวแต่ให้ความเอาใจใส่ปลาทองเป็นพิเศษ จนปฏิเสธพนักงานกำจัดปลวก ไม่ให้เขาเข้ามาฉีดในบ้าน เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อปลาทอง เลยให้เขาฉีดยากำจัดปลวกแค่รอบๆ นอกบ้านเท่านั้น

เมื่อวานเข้าไปรื้อหาเอกสารงานวิจัยสำคัญๆ ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อภาคอีสาน จึงรู้ว่าเอกสาร งานวิจัย หนังสือสำคัญๆ ถูกปลวกทำลายหมด จึงโทรฯให้บริษัทกำจัดปลวกมาจัดการ วันนี้จัดการขนกล่องหนังสือเอกสารทั้งหมดออกจากห้องหนังสือ มาฉีดยาที่นอกบ้าน พรุ่งนี้จะมาทำการเจาะพื้นห้องอัดฉีดยาลงไปใต้พื้นห้อง พอดี อ.อรรณพ กลับมาตรวจสุขภาพตามที่หมอนัด ตอนแรกต้องรีบกลับมหาสารคามเพราะมีประชุมวันเสาร์ เลยต้องอยู่ช่วยดูแลการกำจัดปลวก แทน ทำให้ Lin Hui สามารถมาสวนป่าได้แลัวค่ะ

ปลวกกินได้แต่หนังสือ หาได้กัดกินสมองของคนนี่น่า ว่าแล้วก็ไม่ได้มีความเสียดายสิ่งของหนังสือเอกสารที่ถูกทำลายไป หลังจากกลับจากสวนป่าคงต้อง จัดบ้านเสียใหม่ค่ะ