วันนี้ รองฯ โสภณ มาเปิดประชุมค่ะ และบรรยายพิเศษ เรื่อง ยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ โดยสไลด์ที่ทางทีมเราเตรียมให้อย่างสุดๆ เพราะคัดสรรแล้ว ซึ่งภาพที่มีความหมาย ... อิอิ คุย
ความจริงวันนี้ท่านรองฯ จะต้องเดินทางไปสุพรรณฯ งานไร้พุง แต่ว่า ท่านมาทางเราก่อน เพื่อมาคุยกับชาวเรา ทันตฯ ละค่ะ ท่านคุยให้เราฟัง โดยจะเน้นในเรื่อง ประเด็นของผู้สูงอายุ ที่จะทำอย่างไรในการที่จะให้ผู้สูงอายุเราอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ในเรื่องของ Active Aging
ผู้สูงอายุของเรากำหนดที่ 60 ปีขึ้นไป แต่องค์การอนามัยโลกกำหนด 65 ปี เรามี พรบ. สุขภาพผู้สูงอายุไทยปี 2546 ที่กำหนดไว้ว่า คนที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ถือว่าเป็นผู้สูงอายุ ในขณะนี้เรามีผู้สูงอายุที่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และแบ่งเป็น 3 กลุ่ม วัยต้น วัยกลาง วัยปลาย หรือ Young old 60-69 ปี Medium old 70-79 ปี Old - old 80 ปี ขึ้นไป
องค์การอนามัยโลกกำหนด สังคมผู้สูงอายุ มี 2 คำ คือ Aging society กับ Aged society เขาใช้ที่อายุเกิน 65 ขึ้นไป ถ้าประเทศใดมี 65 ขึ้นไป เกิน 7% ขึ้นไป ถือเป็น Aging society = กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ถ้าอายุ 65 ปีขึ้นไปเกิน 14% คือ ประเทศที่เป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มตัว ... ประเทศไทย เป็น Aging society
แนวคิดเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ... เราไม่ได้ดูว่า มีโรคภัยไข้เจ็บหรือไม่ แต่ดูว่า เขาสามารถพึ่งตัวเองได้หรือไม่ ผู้สูงอายุ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 พึ่งตนเองได้ มีประมาณ 78% สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ ไปโน่นมานี่ได้ กลุ่มที่ 2 พึ่งตนเองได้บ้าง อยู่ในบ้านได้ ทำอะไรได้นิดหน่อย แต่ออกนอกบ้านต้องมีใครพาไป มีประมาณ 20% กลุ่มที่ 3 ต้องพึ่งคนอื่น อาจนอนติดเตียง อัมพาต มีประมาณ 2% ... กลุ่มพึ่งตนเอง ผมชอบใช้คำง่ายๆ ว่า "ติดสังคม" คือ ดูแลตัวเองได้ และช่วยเหลือคนอื่นได้ กลุ่มที่สอง "ติดบ้าน" ก็พอช่วยตนเองได้ แต่ออกข้างนอกลำบาก และกลุ่มที่สาม "ติดเตียง"
ถ้ากลุ่มผู้สูงอายุเป็นแบบนี้ เป้าหมาย เราคงอยากให้มีกลุ่มที่ 1 และพวกเราเองอยากเป็นกลุ่มไหนกันบ้าง ? ก็ต้องลงทุนกันตั้งแต่วันนี้ คือ ต้องลงทุนดูแลตัวเองด้วย
จะมีบอกว่า "คนที่มีอายุยืนยาว มีคุณสมบัติเป็นอย่างไรกันบ้าง ฟันเป็นข้อหนึ่งเลย ถ้ามีฟันดีฟันสมบูรณ์ จะทำให้อายุยืนยาว"
คุณหมอวัชริน ได้สรุปแนวทางการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม โดยชุมชน เพื่อชุมชน ซึ่งการ Approach แบบนี้ เป็นวิธีการที่จะเข้าไปจัดการ กับตัวตนของผู้สุงอายุ คือ สิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการก็คือ มีศักดิ์ศรี มีอิสระ มีสมรรถภาพ ผมเชื่อว่า ผู้สูงอายุทุกคนต้องการเช่นนั้น แต่บางทีพวกเรามองผู้สูงอายุแบบ อายุมากแล้ว แต่เขาคงอยากให้มองเขาเป็น "แก่ลายคราม" เราจึงควรมองว่า "ผู้สูงอายุมีศักดิ์ศรี มีอิสระ และมีสมรรถภาพที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้"
-
ด้านร่างกาย ... ทำอย่างไรจึงจะชลอความเสื่อมสภาพให้ได้มากที่สุด
-
ด้านสังคมทำ ... อย่างไรให้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้
-
ด้านการเมือง หรือผลประโยชน์ต่างๆ ... ให้มองเขาด้วยภาพลักษณ์ที่มีในเชิงบวก อย่าคิดว่า เขาเป็นกาฝาก หรือเป็นกล้วยไม้ คงไม่ดี ไม่มีใครชอบ และเราก็คงไม่ชอบ ถ้าเราเป็นผู้สูงอายุ
ปัจจัยที่จะมาถึงตรงนี้ มี 3 ส่วน คือ
- พฤติกรรมในการบริโภค ที่จะดูแลสุขอนามัย คือ 3 อ. อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ ที่จะส่งผล ใครอ้วนก็เบาหวานมา ก็จะเป็นพวกติดเตียงในอนาคตได้
- สองก็คือ การจัดบริการทางการแพทย์ ถ้ามีการจัดบริการดี ช่วยตั้งแต่ check up ช่วยมี counseling ช่วยชี้อะไรบางอย่างให้ ทั้งในเรื่องสุขภาพทั่วไป สุขภาพช่องปาก ก็จะช่วย
- สาม บ้านและสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่จะส่งผลต่อสุขภาพของเรา
และ ปัจจัยอื่นๆ จะเป็นการอยู่ในสภาพแวดล้อม คือ บุตรหลานครอบครัว ผู้ดูแล เพื่อนบ้าน ชุมชน สถาบันต่างๆ เช่น วัด โรงเรียน หรือโรงพยาบาล ก็จะส่งผล
กลุ่มสูงอายุ 3 กลุ่มนี้ คือ กลุ่มติดสังคม ติดบ้าน ติดเตียง ต้องดูต่อว่า เขาอยู่กันอย่างไร อยู่กันสองคนตายาย หรืออยู่คนเดียว หรือ อยู่เป็นครอบครัวใหญ่ มีบุตรหลานดูแล ถ้าอยู่กันสองคนตายายก็เหงา นั่นคือสภาพสังคม และทางด้านเศรษฐกิจ มีเงินทองพอใช้หรือไม่ ตอนช่วงอายุมาก ก็ต้องมีการเตรียมตัว
ภารกิจกรมอนามัย ส่งเสริมให้คนไทยสุขภาพดี
"กรมอนามัย ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี" สิ่งที่จะส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีได้ ก็คือ Healthy People และ Healthy Environment ก็คือ พฤติกรรมตนเองดี และสภาพแวดล้อมดีด้วย
6 ยุทธศาสตร์ของกรมอนามัยที่เราขับเคลื่อน และเชื่อว่าจะส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี ก็คือ
-
แม่และเด็ก
-
วัยรุ่น เป็นการลดปัจจัยเสี่ยงในวัยรุ่น
-
วัยทำงานตอนนี้เราเน้นที่ ลดปัญหาโรคอ้วนในคนไทย เพราะพอปัญหาโรคอ้วน ก็จะมีเบาหวาน ความดันโลหิตสูงต่างๆ ตามมา ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตต่างๆ ได้
-
ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
และทางด้านสิ่งแวดล้อม เรามอง 2 เรื่อง คือ -
การทำให้ชุมชนและท้องถิ่นน่าอยู่ และ
-
การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ อันนี้เป็น 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ของกรมอนามัย
วิธีการที่จะทำในเรื่องนี้ หรือพันธกิจ เรามองว่า มี 6 ตัวสำคัญ
-
คือ surveillance ต้องเฝ้าระวัง มีข้อมูลต่างๆ เช่น เรื่องของทันตฯ ระบบเฝ้าระวังของเรา เรา survey ทุก 5 ปี เขามีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง และมีสถานะสุขภาพในเรื่องของช่องปากอย่างไรบ้าง ได้ข้อมูลมา ข้อมูลอันนี้ทำให้เกิดนโยบาย public action หรือบางครั้งต้องไปหาผลต่อไป
-
พอรู้ตรงนั้น ก็จะมี Research question จาก information ที่เราได้มาจากระบบเฝ้าระวัง เราก็ต้องมาทำ Research & Development ก็จะได้องค์ความรู้ขึ้นมา
... เช่น เรามีตัวเลขที่บอกว่า วัยทำงาน ไม่มีฟันเกณฑ์ 20 ซี่ หรือว่า 4 คู่สบนั้น 92% พอวัยสูงอายุ สถานะตรงนี้ลดลงมาเหลือ 45% หายไปครึ่งหนึ่ง เพราะว่าเปลี่ยนจากวัยทำงาน มาเป็นวัยสูงอายุ ถ้าเราไม่รู้ ก็ต้องไปหาสาเหตุ R&D และต้องไปดูว่า จะจัดการอย่างไร เพื่อแก้ปัญหาให้ผู้สูงอายุของเรามีฟันที่สมบูรณ์ เคี้ยวได้ ไม่งั้นก็ต้องใส่ฟันปลอมกัน คงไม่ไหว ฟันแท้ก็คงจะดีกว่า ถ้าเราเจอว่า เป็นเพราะว่ามี Root abscess หรือเป็นโรคปริทันต์ ก็ว่ากันไป
... และเรามี Intervention ใส่ ก็คงหนีไม้พ้นสามเรื่อง ก็คือ เรื่องพฤติกรรม แปรงฟันก่อนนอน เรื่องของระบบบริการ ต้องไปขูดหินน้ำลาย หรือต้องไปใช้ฟลูออไรด์วานิช แล้วแต่ว่าเราเจออะไร หรือเรื่องของการจัดการสภาพแวดล้อม -
และเมื่อใส่ Intervention เข้าไปแล้ว เราก็ต้องไปทำ M&E คอย Monitor และ Evaluate ดูว่า ที่เราใส่ไปนั้น ทำให้สถานะสุขภาพของผู้สูงอายุดีขึ้นหรือเปล่า ฟันเขาหายไปอีกไหม
... อย่างที่ผ่านมาต้องการฟันเทียม 300,000 คน ใส่ไปได้ 120,000 คน และพอมาสำรวจใหม่ พบว่า ต้องการใส่ฟันเทียม 250,000 คน ที่ต้องการใส่ฟันเทียมทั้งปาก
... แสดงว่า มีคนที่มีฟันหลุดไปเพิ่มขึ้นอีกแล้ว -
เป้าหมาย เราไปที่ 3 กลุ่ม คือ Consumer Protection ก็คือ ดูแลคุ้มครองประชาชน ผู้บริโภค
-
Provider support ช่วยสนับสนุนผู้ให้บริการ เช่น โรงพยาบาล หรือ สถานีอนามัย เรื่องการพัฒนาทักษะที่ และถ่ายทอดองค์ความรู้
-
Funder alliance ก็ต้องเป็นพันธมิตร กับหน่วยที่มีงบประมาณ ช่วยกันทำ ไม่ว่าจะเป็น สสส. หรือ สปสช.
หลักของการส่งเสริมสุขภาพ นานาชาติจะมี 2 เรื่อง คือ Ottawa charter และ Bangkok charter
Ottawa charter จะบอกว่า การที่จะส่งเสริมสุขภาพ
-
คุณต้องเพิ่มความสามารถของชุมชน คือ ชุมชนเข้มแข็ง ... ทันตฯ อยากให้มีสุขภาพช่องปากดี ถ้าเราใช้ความสามารถของชุมชน ให้มีชุมชนเข้มแข็ง อย่างเช่นเราพยายามจะทำชมรมผู้สูงอายุให้เข้มแข็ง และช่วยกันดูแล ... เพราะว่าเรื่องของชุมชนจะส่งผล เขาจะมีมาตรการสังคมขึ้นมาในชุมชนนั้นๆ เช่น มีมาตรการ ห้ามกินหมาก และมีการพูดคุยกัน และก็จะส่งผลให้ไม่มีการกินหมากได้หรือไม่
-
ต้องพัฒนาทักษะของบุคคล ... เช่น ผู้สูงอายุ เขาแปรงฟันได้ดีไหม แปรงฟันแล้ว สามารถทำความสะอาดฟันได้ดีจริงหรือเปล่า
-
การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ ... เช่น โรงเรียน หรือ ชมรม ชุมชนนั้นไม่มีน้ำอัดลม ถ้ามีน้ำอัดลม นมเปรี้ยวที่หวาน เด็กกินแล้วก็ยังฟันผุ ก็จะส่งผล
-
ปรับระบบบริการ ... เช่น การทำ sealant หรือ ฟลูออไรด์วาร์นิชในผู้สูงอายุ หรือขูดหินน้ำลาย
-
สร้างนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ... มีเรื่องอะไรบ้างในชุมชนนี้
สำหรับทางเดินที่จะไปให้ถึง เราใช้ Bangkok charter ตั้งแต่เรื่องของ
-
Partner คือ ร่วมกันทำ ตอนนี้ทำคนเดียวไม่ไหว ต้องมีทุนทางสังคมมาช่วยกัน ก็คือ มีพวกเยอะ เช่น กรมอนามัยต้องชวนพวกเรามาช่วยกันทำ ไม่มีทางที่กรมอนามัยทำอยู่พวกเดียว เราเอง ชุมชนก็ต้องไปอาศัยชมรมผู้สูงอายุ ท้องถิ่น อบต. ต่างๆ
-
ต้องมีเรื่องของ Building capacity พัฒนาศักยภาพ ทำอย่างไรให้เขามีความสามารถ รู้ว่า ต้องแปรงฟันอย่างไร ต้องดูแลอย่างไร หรือถ้าต้องใช้ไหมขัดฟัน ทำอย่างไรที่ให้มีทักษะ เราก็ต้องมีการไปพัฒนา
-
เรื่องของ Advocate เรื่องของไหมขัดฟัน อนาคตอาจจะได้ เพราะว่าตอนนี้ที่อีสานมีการใช้ไหมทำเป็นเส้น และเคลือบด้วย wax ออกมาได้ดี ก็อาจจะดีกว่าพลาสติกที่เขาทำ จะนุ่มกว่า เพราะว่าทำด้วยใยไหมจริงๆ ถ้าทำตรงนี้ขึ้นมาได้ ก็เชื่อว่าราคาจะถูก และก็เป็นไปได้ที่จะให้ชาวบ้าน และนักเรียนได้ใช้ อนาคตคงจะเกิดขึ้น ถ้าเราพิสูจน์ได้ว่า อันนี้เป็นพฤติกรรมหลักที่จำเป็นต้องมี เพื่อที่จะป้องกันการสูยเสียฟัน
... ต้องรณรงค์เรื่องของการสร้างกระแสให้เขาสนใจได้อย่างไร advocate ให้ผู้บริหารในทุกระดับ มีนโยบาย มีแผนงาน สนับสนุนงบประมาณ ได้อย่างไร สร้างกระแสให้ประชาชนเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ได้อย่างไร -
เรื่องของ Regulate การออกกฎหมายควบคุมต่างๆ อย่างของเราอาจไม่ชัด แต่มีเรื่องที่พยายามออกกฎหมายควบคุมเรื่องอาหาร ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือ โรงเรียนปลอดน้ำอัดลม ต่างๆ
-
Invest ก็คือ ต้องลงทุน เช่น ระบบบริการของเราต้องลงทุน ให้มีเครื่องมือต่างๆ หรือลงทุนให้มีระบบเฝ้าระวังต่างๆ
นี่ก็คือ ทางที่เราต้องไปให้ถึง
ช่องปาก เป็นประตูสู่สุขภาพ
คุณหมอเอกชัยไปญี่ปุ่น บอกให้ฟังว่า ญี่ปุ่นเขาเอาคนอายุเกิน 100 มาดู ว่า อะไรเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องในคนญี่ปุ่นที่อายุเกิน 100 (1) คือ มีฟันเต็มปาก และใช้เคี้ยวอาหารได้ เป็นหนึ่งในห้าข้อที่สำคัญ (2) เป็นคนที่ไม่เคยหกล้ม เพราะหกล้มก็นอนแล้ว ก็จะไม่ Mobilize ไม่เคลื่อนไหว จะมีปัญหาอื่นตามมาเยอะ (3) พวกที่อยู่กับบ้าน คือมีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ระเหเร่ร่อน (4) ไปช่วยเหลือสังคม ออกไปปฏิสัมพันธ์กันคนอื่น อย่างเรามีชมรมผู้สูงอายุ เข้าไปช่วยเหลือคนอื่น ก็เหมือนกับตัวเองมีค่า (5) คือ นอนหัวค่ำ และตื่นเช้า ถ้าตื่นสาย แล้วอ้วน ฟันก็ไม่มี ก็คงอายุไม่ถึงร้อยแน่ ... เพราะฉะนั้น ฟันก็เป็นตัวที่สำคัญ เขาบอกว่า ฟันไม่ได้เป็นเรื่องจำเป็นของชีวิต แต่ความจริงก็คือ ไม่ใช่เลย อีกด้านหนึ่ง การมีฟันก็เป็นเหมือน passport เข้าสังคม เราไม่มีฟัน และผิวหนังมีสิวเต็ม ก็เข้าสังคมไม่มั่นใจ เข้าสังคมไม่ได้ ก็คงลำบาก
เรื่องผู้สูงอายุ เราทำตั้งแต่ ปี 2548-2551
-
ใส่ฟันเทียมมาแล้ว 120,000 คน
-
พัฒนาศักยภาพทำงานกับชมรมผู้สูงอายุ 37 จังหวัด 120 ชมรมฯ ... ตรงนี้อยากให้มีทุกจังหวัด และเป็นศูนย์เรียนรู้
-
และเรื่องของระบบบริการที่เราให้เขา
-
สามด้านที่ทำมาแล้ว ปรากฎว่า สามารถเพิ่มฟันที่ใช้เคี้ยวอาหาร 4 คู่สบ จาก 44.1% ในปี 2548 เป็น 49.2% ในปี 2551
-
เพราะฉะนั้น โครงการหลักก็จะมี 3 เรื่อง คือ ใส่ฟันเทียมพระราชทาน ชมรมผู้สูงอายุส่งเสริมสุขภาพช่องปาก และระบบบริการส่งเสริมป้องกัน ซึ่งมีเป้าหมายที่ร้อยไปด้วยกัน ก็คือ ทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุมีฟัน จาก 49% เราจะเอาสักเท่าไร ก็ไปดูตัวเลขที่จังหวัดของเราเอง ไปดูว่า จังหวัดของเรามีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ของประเทศหรือเปล่า
-
3 โครงการหลักๆ ที่ดำเนินการ ก็เพื่อจะทำให้ผู้สุงอายุเคี้ยวอาหารได้อย่างเหมาะสม กลุ่มที่สูญเสียฟันไปแล้วก็ใส่ฟันเทียม กลุ่มเสี่ยงก็ต้องมีการป้องกัน คือ การให้บริการ ... พวกเราต้องรู้ว่ากลุ่มไหนเสี่ยง จะต้องไปจัดการได้ถูกต้อง ... เราต้องรู้ว่า อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะได้ไปจัดการได้ และเพิ่มศักยภาพในการดูแลตนเอง ก็คือ เรื่องของชมรมผู้สูงอายุ
jigsaw ที่เราพยายามทำ คือ
-
เรื่อง service ใส่ฟันเทียม ทันตกรรมป้องกัน
-
พัฒนาภาคีเครือข่าย
-
เรื่อง surveillence
-
ลดการสูญเสียฟันก่อนเข้าวัยสูงอายุ ถ้ารู้ปัจจัยเสี่ยง
...เรื่องที่สำคัญคือ ถ้าเรารู้ว่าทำอย่างไร หาพฤติกรรมหลักให้ได้ ที่จะลดการสูญเสียฟัน จะมีเรื่องพฤติกรรม สิ่งแวดล้อม เรื่องของระบบบริการ ถ้าพฤติกรรมหลักที่สำคัญ คือ เรื่องแปรงฟันก่อนนอน แล้วฟันจะดี ผู้สูงอายุทุกคนก็ต้องแปรงฟันก่อนนอน วัยทำงานก็ต้องแปรงฟันก่อนนอนทุกคน
... ถ้าเราพิสูจน์ออกมาได้ ว่า การแปรงฟันก่อนนอน ช่วยลดการสูญเสียฟัน เราก็ต้องทำให้เขามีพฤติกรรมที่ดี
... หรือว่าพฤติกรรมการกินผักผลไม้ ทำให้ลดการสูญเสียฟัน ก็ต้องไปส่งเสริมพฤติกรรมนั้น
... ถามว่า ทำอย่างไรจะให้เกิดเช่นนี้ ก็ไปให้ชมรมผู้สูงอายุเขาได้ช่วยกันทำ สมมติต้องแปรงฟันก่อนนอน เราอยู่คนละบ้านกับเขา เราก็ให้ชุมชน ชมรม หามาตรการในการทำ -
การสร้างกระแส รณรงค์ต่างๆ
สถานการณ์สุขภาพ และสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ
-
ผู้สูงอายุมีการสูญเสียฟัน 8.2% สูญเสียฟันทั้งปาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 96% ผู้สูงอายุมีฟันผุ 62% มีปริทันต์ 20% มีรากฟันผุ และพฤติกรรมมี 31% เท่านั้นที่แปรงฟันตอนเช้าและก่อนนอน
-
สุขภาพของผู้สูงอายุ ครึ่งหนึ่งมีโรคเรื้อรัง และสาเหตุการตาย ส่วนใหญ่จะตายจากหัวใจ มะเร็ง และหลอดเลือดสมอง ความเสื่อมก็จะมี ความจำเสื่อม ตาเสื่อม หูตึง เพราะว่า เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับฟันของผู้สูงอายุ ก็คือ คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ฟันส่งผลเช่นกัน
-
สุขภาพช่องปากส่งผลต่อเบาหวาน พอฟันไม่มี เคี้ยวผักผลไม้คงยาก ก็จะเคี้ยวอะไรง่ายๆ ก็คือ น้ำๆ และส่วนใหญ่น้ำก็หวาน ก็จะมีผล เรื่องของสุขภาพช่องปาก สัมพันธ์กับความสุข และมีผลกับเรื่องการเคี้ยวอาหาร และเป็น passport เข้าสังคม
-
การสูญเสียฟันมีผลต่อการเคี้ยวอาหาร พวกไฟเบอร์ก็เคี้ยวไม่ได้แล้ว อาหารก็คงไม่ครบ 5 หมู่แน่นอน ก็จะส่งผล ทำให้อายุไม่ยืน และตัวเลขผอม underweight 3 เท่า
จึงจำเป็นที่จะต้องมาช่วยกัน และ approach เข้าไป
... สิ่งที่เราต้องบอกเขา คือ พฤติกรรมหลักที่จำเป็นคืออะไร ระบบบริการที่จำเป็นคืออะไร สภาพแวดล้อมที่ควรมีคืออะไร นี่ก็คือวิชาการทางด้านทันตสาธารณสุข
... แต่มาตรการทางสังคมที่จะไปทำอะไร เป็นเรื่องที่ทางชุมชม ชมรม มาช่วยกัน
... พฤติกรรมหลัก ถ้าออกมาว่า ต้องแปรงฟันก่อนนอน เราก็จะต้องไปบอกเขา ว่า เริ่มเข้าวัยสูงอายุนี่ ตั้งแต่วัยทำงาน หรือทุกคน จะต้องแปรงฟันก่อนนอน ไปช่วยกันคิดมาตรการในชุมชน ในชมรม ในบ้านจะทำอย่างไร หรือเรื่องที่ต้องใช้ไหมขัดฟัน ทุกครั้งก่อนแปรงฟัน ถ้าออกมาว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำเพื่อป้องกันไม่ให้สูญสเสียฟัน ก็ต้องไประดม และร่วมด้วยช่วยกัน
บทบาทในฐานะสาธารณสุข เราก็บอกส่วนนี้ที่เป็นพฤติกรรมจำเป็น ตั้งแต่ อปท. ไป ในชุมชนต้องช่วยกันอย่างไร ระบบบริการที่ต้องมี คืออะไร ในเรื่องของส่งเสริมป้องกัน ไม่ใช่การรักษา หรืออุดฟัน แต่เป็นส่งเสริมป้องกันคืออะไร สภาพแวดล้อมที่จำเป็นต้องมีสำหรับเรื่องนี้ คือ อะไร ตอนนี้มีแน่ๆ คือ เอาน้ำอัดลมออกจากโรงเรียน ต่อไปจะเอานมเปรี้ยวออกจากศูนย์เด็กเล็ก ทำได้หรือเปล่า? นั่นก็คือ เราต้องเห็นเป้าฯ และต้องช่วยกัน โดยอาศัยจากภาคีเครือข่าย พวกเราจำเป็นต้องมีทุนทางสังคม คุณมีพวกมาก คุณก็มีทุนทางสังคมมาก OK เงิน กับทุนทางบุคคลจำเป็น แต่ตอนนี้ อีกทุนหนึ่งที่จำเป็น คือ เรื่องของ partnership ในสังคม ตั้งแต่ระดับชุมชน ในจังหวัด ในระดับชาติ ระดับนานาชาติ พวกเราต้องคอยมองในประเด็นเหล่านี้ด้วย
รวมเรื่อง สุขภาพช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคทางระบบ
เรื่องดีดี มีมาเล่าอีกนะคะ
สุดยอดนักสรุปและรวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบระเบียบ