นี่คือจินตนาการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ทั้งสิ้นของผม แต่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับสังคมไทย จึงเอามา “คิดดังๆ” สู่กัน โดยไม่รับรองว่าจะเป็นความคิดที่ถูกต้องในบริบทไทย และเป้าหมายที่เอามาลงบันทึกไว้ ก็เพื่อกระตุ้น “การเรียนรู้ของสังคม” (social learning) ในเรื่องระบบอุดมศึกษา
ตอนที่ ๑
ตอนที่ ๒
ตอนที่ ๓
ตอนที่ ๔
ตอนที่ ๕
ตอนที่ ๖
ตอนที่ ๗
ในตอนที่ ๘ นี้ เป็นเรื่อง ระบบหรือกลไกเชื่อมโยงภาคอุดมศึกษากับภาคชีวิตจริง ซึ่งที่จริงชื่อนี้อาจสื่อความหมายผิด คือเราไม่ควรมองระบบอุดมศึกษาแยกออกจากระบบชีวิตจริง แล้วหาสะพานเชื่อมระหว่าง ๒ ระบบนี้ จริงๆ แล้ว ๒ ระบบนี้ต้องเป็นระบบเดียวกัน หรืออยู่ด้วยกัน ผสมเป็นเนื้อเดียวกันเหมือขนมเปียกปูน ไม่ใช่เหมือนขนมชั้น
พูดนั้นง่าย แต่ตอนทำนั่นสิ จะทำอย่างไร โปรดช่วยกันออกความเห็นครับ
หลักการก็คือ ในทุกย่างก้าวของกิจการอุดมศึกษา ให้หารือหรือขอความเห็น หรือทำร่วมกับ ภาคชีวิตจริงเสมอ
ยกตัวอย่าง การจัดการเรียนการสอน ต้องมีส่วนหนึ่งไปจัดในภาคชีวิตจริงหรือทำงานจริง ซึ่งตอนนี้เราเรียกว่า สหกิจศึกษา (cooperative learning) คือไปฝึกทำงานในสถานประกอบการ ซึ่งที่จริงน่าจะมีระบบให้ไปฝึกได้อีกหลายที่ เช่น ที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มูลนิธิที่ทำงานสาธารณะ ไปทำงานร่วมกับกลุ่มอาสาสมัคร เป็นต้น
สถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่ควรเอาภาคชีวิตจริงเป็นตัวตั้ง แล้วออกแบบหลักสูตรให้นักศึกษา (และอาจารย์) ทำงานกับภาคชีวิตจริง และเรียนรู้วิชาจากการทำงานนั้น ใช้ภาคชีวิตจริงเป็น “ห้องเรียน” ส่วนใหญ่ เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเป็นส่วนน้อย
โจทย์วิจัยมีอยู่ในภาคชีวิตจริงมากมาย หยิบเอามาทำวิจัยได้ไม่มีวันหมด และจริงๆ แล้ว นักศึกษานั่นแหละที่น่าจะเป็นแรงงานทำงานวิจัย ที่เป็นงานวิจัยเชิงพัฒนา ภายใต้การแนะนำดูแลของอาจารย์ แล้วนักศึกษาก็เรียนวิชาไปด้วย เรียนวัฒนธรรมไปด้วย เรียนฝึก AQ (ความอดทน) ไปด้วย เรียนทักษะสื่อสารสัมพันธ์ไปด้วย
ถ้าเอาภาคชีวิตจริงเป็นตัวตั้ง การปฏิบัติภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาก็จะมีลักษณะ “บูรณาการ” ไปในตัว คือไม่แยกทำหน้าที่สอน (ผลิตบัณฑิต) วิจัย บริการ ทำนุบำรุงวัฒนธรรมและศิลปะ แต่ทำหน้าที่เหล่านี้ทุกด้านไปในเวลาเดียวกัน และจริงๆ แล้ว ทั้งหมดนั้น คือการทำหน้าที่ “เรียนรู้” ของสถาบันอุดมศึกษา คือทั้งสร้างและใช้ความรู้ในเวลาเดียวกัน
โจทย์สำหรับ กกอ. ก็คือ ถ้าเราอยากให้สถาบันอุดมศึกษาเปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่ตามแนวทางข้างบน ระบบกำกับดูแลจะสร้างแรงจูงใจ (incentive) อย่างไร
ใครมีความเห็นดีๆ ช่วยตอบผมด้วย ผมมีความเชื่อว่า ต้องสร้างแรงจูงใจหลายๆ แบบ
วิจารณ์ พานิช
๘ ก.พ. ๕๒