คลังแจงฐานะการคลัง 4 เดือนแรก ขาดดุลเงินสดรวม 251,062 ล้านบาท มาจากขาดดุลเงินงบประมาณ 229,348 ล้านบาท และดุลเงินนอกงบประมาณขาดดุล 21,714 ล้านบาท ชี้รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลัง 367,409 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 13.9% เหตุนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจลด และการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะลดลง
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึง ฐานะการคลังในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 (ตุลาคม 2551-มกราคม 2552) ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 367,409 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วจำนวน 59,231 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.9% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะลดลง รวมทั้งการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ลดลง ในขณะที่การคืนภาษีของกรมสรรพากรเพิ่มขึ้นมาก
ในส่วนของรายจ่ายรัฐบาล การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลมีจำนวนทั้งสิ้น 596,757 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วจำนวน 45,081 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.2% โดยแบ่งเป็นรายจ่ายปีปัจจุบัน 540,320 ล้านบาทคิดเป็นอัตราการเบิกจ่าย 29.4 %ของวงเงินงบประมาณ (1,835,000 ล้านบาท) และรายจ่ายปีก่อน 56,437 ล้านบาท
ทั้งนี้ ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสด ในเดือนมกราคม 2552 ซึ่งขาดดุลเงินงบประมาณจำนวน 101,665 ล้านบาท ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณรวม 229,348 ล้านบาท และเมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณซึ่งขาดดุล 21,714 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวมทั้งสิ้น 251,062 ล้านบาท
สำหรับดุลการคลังรัฐบาลตามกระแสเงินสด จากรายได้นำส่งคลังและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาล ส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุล 229,348 ล้านบาท และเมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุลจำนวน21,714 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการชำระคืนตั๋วเงินคลังสุทธิจำนวน 9,000 ล้านบาท ทำให้ดุลการคลัง (ดุลเงินสด) ของรัฐบาลขาดดุล 251,062 ล้านบาท ทั้งนี้ รัฐบาลชดเชยการขาดดุลดังกล่าวโดยการออกพันธบัตรจำนวน 59,000 ล้านบาท และใช้เงินคงคลัง 192,062 ล้านบาท
สำหรับเดือนมกราคม 2552 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลัง 90,752 ล้านบาท ต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว9,215 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.2% เนื่องจากการจัดเก็บภาษีของ 3 กรมหลักในสังกัดกระทรวงการคลังจัดเก็บได้ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมสรรพสามิตจัดเก็บลดลง 8,012 ล้านบาท คิดเป็น 32.6 % ที่สำคัญ คือ ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน (ผลของนโยบาย 6 มาตรการ 6 เดือน) นอกจากนี้การคืนภาษีของกรมสรรพากรที่อยู่ในระดับสูงกว่าปีที่แล้วมากส่งผลให้รายได้สุทธิของรัฐบาลลดลง
ขณะที่รัฐบาลมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น 192,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วจำนวน 34,015 ล้านบาท คิดเป็น 21.5 % โดยมีการเบิกจ่ายที่สำคัญ ได้แก่ รายจ่ายเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรายจ่ายให้แก่กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น ทั้งนี้ การเบิกจ่ายงบประมาณดังกล่าวเป็นรายจ่ายประจำจำนวน 125,971 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว และรายจ่ายลงทุนจำนวน 52,029 ล้านบาท ลดลง1.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว
ฐานเศรษฐกิจ 19 กุมภาพันธ์ 2552