เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ วาระสำคัญคือหาข้อสรุปในวิธีการจ่ายเงิน 2,000 บาทตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายหลังการประชุมนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าจะจ่ายเงินในรูปแบบของเช็ค โดยกระทรวงแรงงานเป็นผู้ออกเช็คขีดคร่อม ระบุชื่อเจ้าของผู้ได้รับสิทธิ เพื่อให้ผู้ได้รับเช็คนำไปใช้ซื้อสินค้าและบริการตามร้านค้าที่ร่วมโครงการ หรือนำไปเข้าบัญชีเพื่อเบิกเป็นเงินสดได้ โดยขั้นตอนการจัดส่งนั้น สำนักงานประกันสังคมจะจัดส่งเช็คผ่านนายจ้างหรือผู้ประกอบการ ส่วนผู้ประกันตนที่ไม่ได้อยู่ในระบบนายจ้างและลูกจ้างของกฎหมายประกันสังคม สามารถขอรับเช็คได้ด้วยตนเอง กระทรวงแรงงานจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ 26 มี.ค.-8 เม.ย. 52“สำหรับวิธีการนำไปใช้ ให้เจ้าของเซ็นชื่อสลักหลังเช็ค 2 ลายเซ็น พร้อมบัตรประชาชน ไปที่ร้านค้าหรือธนาคารที่จะนำไปเข้าบัญชี เพื่อป้องกันการรั่วไหล และจะพยายามหลีกเลี่ยงการจัดส่งทางไปรษณีย์ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญหาย และจะไม่กำหนดวันหมดอายุ ขณะเดียวกันไม่เชื่อว่าประชาชนจะนำเช็คไปขายลดราคา เพราะหากนำเช็คเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ วาระสำคัญคือหาข้อสรุปในวิธีการจ่ายเงิน 2,000 บาทตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายหลังการประชุมนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าจะจ่ายเงินในรูปแบบของเช็ค โดยกระทรวงแรงงานเป็นผู้ออกเช็คขีดคร่อม ระบุชื่อเจ้าของผู้ได้รับสิทธิ เพื่อให้ผู้ได้รับเช็คนำไปใช้ซื้อสินค้าและบริการตามร้านค้าที่ร่วมโครงการ หรือนำไปเข้าบัญชีเพื่อเบิกเป็นเงินสดได้ โดยขั้นตอนการจัดส่งนั้น สำนักงานประกันสังคมจะจัดส่งเช็คผ่านนายจ้างหรือผู้ประกอบการ ส่วนผู้ประกันตนที่ไม่ได้อยู่ในระบบนายจ้างและลูกจ้างของกฎหมายประกันสังคม สามารถขอรับเช็คได้ด้วยตนเอง กระทรวงแรงงานจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ 26 มี.ค.-8 เม.ย. 52 “สำหรับวิธีการนำไปใช้ ให้เจ้าของเซ็นชื่อสลักหลังเช็ค 2 ลายเซ็น พร้อมบัตรประชาชน ไปที่ร้านค้าหรือธนาคารที่จะนำไปเข้าบัญชี เพื่อป้องกันการรั่วไหล และจะพยายามหลีกเลี่ยงการจัดส่งทางไปรษณีย์ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญหาย และจะไม่กำหนดวันหมดอายุ ขณะเดียวกันไม่เชื่อว่าประชาชนจะนำเช็คไปขายลดราคา เพราะหากนำเช็ค
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ วาระสำคัญคือหาข้อสรุปในวิธีการจ่ายเงิน 2,000 บาทตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายหลังการประชุมนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าจะจ่ายเงินในรูปแบบของเช็ค โดยกระทรวงแรงงานเป็นผู้ออกเช็คขีดคร่อม ระบุชื่อเจ้าของผู้ได้รับสิทธิ เพื่อให้ผู้ได้รับเช็คนำไปใช้ซื้อสินค้าและบริการตามร้านค้าที่ร่วมโครงการ หรือนำไปเข้าบัญชีเพื่อเบิกเป็นเงินสดได้ โดยขั้นตอนการจัดส่งนั้น สำนักงานประกันสังคมจะจัดส่งเช็คผ่านนายจ้างหรือผู้ประกอบการ ส่วนผู้ประกันตนที่ไม่ได้อยู่ในระบบนายจ้างและลูกจ้างของกฎหมายประกันสังคม สามารถขอรับเช็คได้ด้วยตนเอง กระทรวงแรงงานจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ 26 มี.ค.-8 เม.ย. 52“สำหรับวิธีการนำไปใช้ ให้เจ้าของเซ็นชื่อสลักหลังเช็ค 2 ลายเซ็น พร้อมบัตรประชาชน ไปที่ร้านค้าหรือธนาคารที่จะนำไปเข้าบัญชี เพื่อป้องกันการรั่วไหล และจะพยายามหลีกเลี่ยงการจัดส่งทางไปรษณีย์ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญหาย และจะไม่กำหนดวันหมดอายุ ขณะเดียวกันไม่เชื่อว่าประชาชนจะนำเช็คไปขายลดราคา เพราะหากนำเช็ค
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีภาคเอกชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคหรือธุรกิจท่องเที่ยว เพราะการจ่ายเป็นเช็คจะทำให้มีการใช้จ่ายมากขึ้น และจะเป็นการเพิ่มมูลค่า เนื่องจากภาคเอกชนยืนยันว่าคนที่เอาเช็คมาใช้จะมีส่วนลดให้ตั้งแต่ร้อยละ 10-50 เท่ากับเป็นการช่วยเพิ่มยอดเงินที่จะไปถึงมือประชาชนได้ ทั้งนี้กระทรวงแรงงานตั้งเป้าว่าจะจ่ายเช็ควันที่ 8 เม.ย. ได้ทั้งหมดในรอบเดียว โดยจำนวนคนที่ต้องจ่ายมี 8 ล้านคน และเจ้าหน้าที่ภาครัฐอีก 1 ล้านคนที่อยู่ในระบบราชการจะได้รับพร้อมเงินเดือน สำหรับผลจากมาตรการนี้จะพิจารณาได้จากบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นช่วงเดือน เม.ย.เป็นต้นไป
นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวว่า การจ่ายเช็คจะผ่านทาง 3 ช่องทางคือ 1. เจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงานจะนำเช็คไปให้ถึงมือผู้ประกันตน ในกรณีสถานประกอบการขนาดเล็กหรือสถานที่ใกล้เคียงกับสำนักงานแรงงานทั่วประเทศ 2. นำเช็คไปให้กับนายจ้างหรือสถานประกอบการไปแจกจ่ายลูกจ้างในกรณีสถานประกอบการขนาดใหญ่ 3. สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะจัดรถโมบายเคลื่อนที่ไปตามจังหวัดที่มีสถานประกอบการหรือที่อยู่ของลูกจ้างผู้ประกันตนห่างไกลกัน อย่างไรก็ตามขอให้ผู้ประกันตนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท ตรวจสอบสิทธิและแจ้งสิทธิกับ สปส.ภายในวันที่ 1 มี.ค. เพื่อจะนำรายชื่อทั้งหมดให้กับธนาคารในวันที่ 11 มี.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกลุ่มคนที่จะได้รับการช่วยเหลือค่าครองชีพจากรัฐบาล 2,000 บาท ประกอบด้วย 1. ประชาชนในระบบประกันสังคมจำนวน 8,138,815 คน 2. บุคลากรภาครัฐ จำนวน 1,324,973 คน ประกอบด้วยข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการตำรวจ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ข้าราชการทหาร ข้าราชการบำนาญ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐคือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ อาสาสมัครทหารพราน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน 3. กลุ่มที่ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบสิทธิตามกรอบนโยบายของรัฐบาล 132,604 คน ได้แก่ 1. ครูโรงเรียนเอกชนที่อยู่ในระบบกองทุนสงเคราะห์ที่มีสิทธิรับเงิน 2. กลุ่มที่ต้องตรวจสอบสิทธิที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนเอกชนอีก 2 กลุ่มคือ กลุ่มครูที่อยู่นอกระบบกองทุนสงเคราะห์ที่ต้องตรวจสอบสาเหตุ ที่อยู่นอกระบบกองทุนสงเคราะห์ และกลุ่มบุคลากรอื่นในโรงเรียนเอกชนเช่น พนักงานขับรถยนต์ นักการภารโรง พี่เลี้ยงเด็ก ที่ต้องตรวจสอบว่าบางส่วนอาจจะควรอยู่ในระบบประกันสังคม แต่โรงเรียนไม่จัดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม
ไทยรัฐ ASTVผู้จัดการออนไลน์ เดลินิวส์ ไทยโพสต์
แนวหน้า โพสต์ทูเดย์ กรุงเทพธุรกิจ คม ชัด ลึก มติชน ข่าวสด 19 กุมภาพันธ์ 2552