วันที่ 9 เมษายน 2549 นัดพบกันที่อาคาร 1 สนามบินดอนเมือง เวลาประมาณ 16.30 น. รอ Check-in ที่เคาน์เตอร์ 6 และได้รับ Boarding Pass เวลาประมาณ 18.00 น. เครื่องออกจากกรุงเทพฯ เวลา 20.30 น.  สายการบินที่ใช้เป็นสายการบินที่ไม่เคยใช้มาก่อน ตอนที่รู้ว่าเป็นสายการบินศรีลังกันแอร์ไลน์ส ในใจก็คิดต่อไปว่าเครื่องบินคงจะเก่าและไม่ทันสมัย (นี่คือตัวอย่างความคิดของคนเราที่มักเต็มไปด้วย "อคติ" และการ "ตัดสิน")

       แต่พอเข้าไปนั่งในเครื่องแล้วก็ต้องแปลกใจ เพราะว่าเครื่องไม่ได้แตกต่างอะไรจากการบินไทย แถมในแต่ละที่นั่งยังจะมี TV ส่วนตัว (ของใครของมัน) ให้ดูอีกด้วย TV ที่ว่านี้ นอกจากจะปรับฟังเพลง (Audio) หรือ ดูหนัง (Video) ได้แล้ว ยังมีเกมส์คอมพิวเตอร์ให้เล่นอีกด้วย มีกล้องถ่ายทอดให้เห็นวิวด้านหน้า (เหมือนกับที่กัปตันเห็น) และเห็นวิวด้านล่าง (มองลงมาจากข้างบน) สำหรับภาพยนต์ที่ให้บริการก็มีหลายเรื่อง เรื่องที่ผมเลือกดูชื่อเรื่อง "Derailed" ไม่รู้เหมือนกันว่าชื่อภาษาไทยว่าอะไร เป็นหนังที่สนุกใช้ได้ และไม่เคยดูมาก่อน ลูกชายคนเล็กของผมเลือกดูเรื่อง "นาร์เนีย" และเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์เกือบตลอดทาง

       แอร์โฮสเตสใส่ชุดเครื่องแบบที่เป็น "ส่าหรี" สีเขียวปนน้ำเงินและแดง มีลวดลายเป็นขนนกยูง ภาษาที่แอร์โฮสเตสใช้ประกาศบนเครื่องมี 3 ภาษา คือ ภาษาสิงหล ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนกลาง เวลาที่ใช้บิน (จากกรุงเทพฯถึงโคลัมโบ) ประมาณ 3 ชั่วโมง พอไปถึงสนามบินที่โคลัมโบ รับกระเป๋าเสร็จในขณะที่กำลังรอผู้ร่วมเดินทางท่านอื่นในคณะ ปรากฎว่ามีเจ้าหน้าที่สนามบินตรงรี่เข้ามาจะขอตรวจป้ายติดกระเป๋า (Tag) ผมต้องชี้ไปทางคุณดนุช (Tour Leader) เพราะป้ายกระเป๋าทั้งหมดอยู่ที่นั่น แต่พวกเราก็พูดกันว่าสงสัยเห็นกรุ๊ปใหญ่คงต้องการจะได้เงิน (นี่ก็เป็นความคิด แบบผิดๆ ถูกๆ อีกแล้วครับ!)

       พอผ่านด่านออกมา คุณดนุชก็แนะว่าควรจะแลกเงินรูปีศรีลังกาไว้เลย อัตราที่ได้ก็คือ 1 ยูเอสดอลลาร์ แลกได้ 100.97 รูปี ... มีเรื่องสำคัญที่ผมลืมบอกไว้ก็คือคนไทยเข้าศรีลังกาได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่าครับ (อยู่ได้ 30 วัน แต่ถ้าเกินนั้น ก็ต้องขออนุญาต ซึ่งก็ไม่ได้ยากลำบากอะไร) ตอนที่ถึงเมืองโคลัมโบ นาฬิกาที่ใส่บอกว่าเป็นเวลา 23.30 น. แต่เวลาที่ศรีลังกาช้ากว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง จึงต้องปรับนาฬิกามาเป็น 22.30 น. หลังจากแลกเงินเสร็จแล้ว พวกเราก็ลากกระเป๋ากันมาที่รถบัสซึ่งจอดรออยู่ตรงบริเวณลานจอด ต้องเดินมาประมาณ 200 เมตร เอากระเป๋ามาวางรวมกัน และคอยยืนอยู่ใกล้ๆ เพื่อชี้ให้คนยกขึ้นรถบัส ตอนยกเสร็จคนยกกระเป๋าตามมาขอทิปแต่ทางคณะบอกว่าได้จัดให้ทิปรวมไว้แล้ว

       รถบัสออกจากสนามบินขับตรงไปยังโรงแรมที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก ที่นี่ขับรถชิดซ้ายเช่นเดียวกับของไทย มัคคุเทศก์ท้องถิ่นชาวศรีลังกาชื่อนิวตั้น ได้กล่าวต้อนรับและแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ วันแรกนี้พักที่โรงแรมชื่อ Airport Garden Hotel วันนี้กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่งครับ