นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน

แนวคิดในการการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการทางกายฯ ได้แก่

1.         จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคล โดยจัดทำแผนจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ( Individualized Education Program = IEP )

2.         จัดทำแผนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

3.         จัดให้ผู้เรียน และผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน

               

แนวทางจัดการศึกษาให้แก่คนพิการทางกาย การเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ

            แนวทางจัดการศึกษาให้แก่คนพิการทางกาย คือ  จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับศักยภาพ และความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน เช่น

1. คนพิการทางกายฯ ที่การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายอยู่ในระดับสูงสุดแล้ว และไม่มีปัญหาด้านการสื่อสาร หรือสติปัญญา ต้องการจัดให้ศึกษาในระบบการศึกษาเช่นเดียวกับคนปกติ หรือศึกษารูปแบบเรียนร่วมในโรงเรียนปกติทั่วไป เพียงแต่อาจต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างที่จำเป็นให้ และจัดฝึกอบรมบุคลากรของสถานศึกษาให้มีเจตคติต่อคนพิการทางกายฯ ในเชิงสร้างสรรค์  และสามารถช่วยเหลือดูแลคนพิการทางกายฯ ได้

2. คนพิการทางกายฯ ที่การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายอยู่ในระดับสูงสุดแล้ว แต่มีปัญหาด้านการสื่อสาร หรือสติปัญญา ต้องการจัดให้ศึกษาในรูปแบบโรงเรียนเรียนร่วมซึ่งสามารถให้บริการพัฒนาทักษะการสื่อสาร หรืออรรถบำบัด หรือแก้ไขการพูดโดยบุคลากรในโรงเรียน หรือ โดยการประสานงานขอรับบริการจากหน่วยงานอื่น  ที่สำคัญ คือ โรงเรียนต้องมีครูที่ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการซึ่งสามารถจัดการเรียนการสอนคนพิการที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาพูด หรือคนพิการที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา   นอกจากนั้น โรงเรียนต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้ด้วย

                 โดยที่ ครูในโรงเรียนปกติจำนวนหนึ่งที่มีประสบการณ์ด้านการสอนคนปัญญาอ่อนแล้ว จึงสามารถสอนคนพิการทางกายฯ ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาได้  แต่ถ้าคนพิการทางกายฯมีความบกพร่องทางการสื่อสาร หรือมีความบกพร่องทั้งด้านสติปัญญา และการสื่อสาร จำเป็นอย่างยิ่งที่ครูจะต้องผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการให้สามารถสอนได้ ในการกำหนดแผนปฏิบัติงานของการจัดการศึกษาจึงต้องพิจารณาว่า จะสามารถจัดอบรมครูในโรงเรียนปกติให้มีความสามารถดังกล่าวได้เมื่อไร และจะจัดอบรมได้กว้างขวาง ทั่วถึง เพียงพอกับความต้องการของคนพิการทางกายฯอย่างไร

3. คนพิการทางกายฯ ที่อยู่ในระหว่างรักษา พักฟื้นหลังผ่าตัด หรือฟื้นฟูสมรรถภาพเต็มเวลา หรือไม่สามารถไปสถานศึกษาได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ต้องการจัดการศึกษาให้ในลักษณะที่หลากหลาย เช่น

3.1 จัดในรูปแบบศูนย์การเรียน ที่ โรงพยาบาล หรือสถานศึกษา ที่คนพิการพักอยู่เพื่อรับบริการรักษา ผ่าตัด หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ- ปัจจุบันได้จัดอยู่ในบางโรงพยาบาล โดยกองการศึกษาเพื่อคนพิการ กรมสามัญศึกษา จัดครูไปสอนที่โรงพยาบาลเป็นประจำ

3.2 จัดในสถานที่คนพิการอยู่อาศัย หรือสถานพักฟื้นโดยในระหว่างขาดเรียน โรงเรียนเฉพาะความพิการ หรือโรงเรียนเรียนร่วมที่คนพิการกำลังเรียนอยู่จัดส่งครูไปสอนเสริม - ปัจจุบันมีการดำเนินงานลักษณะนี้ที่โรงเรียนศรีสังวาลย์      โดยจัดครูสอนเสริมที่ศูนย์บริการเด็กพิการ ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ  และโรงพยาบาล  แต่ยังไม่มีการให้บริการสอนที่บ้าน ซึ่งในความเป็นจริงนั้น คนพิการในชนบท มักต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลังการรักษาผ่าตัด  ดังนั้น ในการจัดการศึกษา จึงต้องพิจารณาจัดบริการในรูปแบบสอนเสริมหรือจัดครูเดินสอนคนพิการทางกายฯด้วย

3.3 จัดการศึกษาโดยบุคคลครอบครัวหรือชุมชน - นับเป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่สำคัญ และควรจัดอย่างยิ่ง เพราะจะสามารถจัดการศึกษาให้แก่คนพิการทางกายฯ ในชนบทที่ไม่สามารถไปสถานศึกษาได้อย่างรวดเร็ว  ทั่วถึง  และมีคุณภาพ   หากแต่ต้องกำหนดนโยบาย วางแผนการบริหาร และดำเนินงาน  จัดงบประมาณสนับสนุน จัดทำหลักสูตร และจัดระบบการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

                                                อนึ่ง การจัดการศึกษาให้แก่คนพิการทางกายฯที่บ้าน ควรใช้วิธีการสอนที่หลากหลาย และเปิดโอกาสให้ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในการสอนมากที่สุด พร้อมทั้งจัดครูสอนเสริมไปช่วย และติดตามผล ส่วนการใช้ระบบการสอนทางไกล น่าจะเป็นเพียงรูปแบบการจัดการศึกษาที่เป็นทางเลือกหนึ่งเท่านั้น และควรจัดเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เพราะ สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง  ต่อการดำรงชีวิตของคนพิการอย่างเป็นอิสระ และมีคุณค่า ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการศึกษา คือ การยอมรับของชุมชน  และสังคม  การฝึกช่วยเหลือตนเอง การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี  ความเชื่อมั่นในตนเอง  และการรู้สึกถึงความมีคุณค่าของตนเอง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เกิดจากการที่คนพิการเรียนรู้โดยการมีปฏิสัมพัทธกับคนอื่น ถ้าคนพิการศึกษาโดยระบบการสอนทางไกลเท่านั้น คนพิการจะขาดประสบการณ์ดังกล่าวไป

3.4 จัดการศึกษาในรูปแบบบริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม - นับเป็นบริการทางการศึกษาที่สำคัญอย่างมากในการช่วยเหลือฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยเร็วตั้งแต่แรกพบ  และเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ให้คำปรึกษา  แนะนำรวมทั้งจัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่ครอบครัว หรือผู้ปกครองคนพิการ เพื่อให้ครอบครัวสามารถมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพแก่คนพิการ ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการแพทย์ ศึกษา สังคม และอาชีพ เพื่อให้การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการมีประสิทธิภาพ ครบวงจร และบรรลุเป้าหมายที่จะให้คนพิการสามารถพึ่งตนเอง  และดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข และศักดิ์ศรี

3.5 จัดการศึกษาในรูปแบบโรงเรียนเฉพาะคนพิการทางกายฯ - โดยที่ลักษณะของคนพิการทางกายฯ แตกต่างจากคนพิการประเภทอื่น คือ คนพิการทางกายฯส่วนใหญ่สามารถรับการรักษา ผ่าตัด หรือฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ให้พัฒนาการใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ช่วยเหลือตนเอง เคลื่อนไหว เดินทาง และสื่อสารด้วยภาษาพูด เป็นต้น ในระดับหนึ่ง บางคนอาจพัฒนาถึงระดับใกล้เคียงกับคนปกติ แต่การรักษา ผ่าตัด หรือฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายต้องใช้เวลานานเป็นปี หรือหลายๆ ปี ดังนั้น คนพิการทางกายฯ จึงต้องการจัดการศึกษาให้ในแบบ โรงเรียนเฉพาะความพิการทางกายฯ เพื่อทำหน้าที่ซึ่งโรงเรียนปกติ หรือโรงเรียนเรียนร่วมไม่สามารถรับภาระได้ นั่นคือ รับผิดชอบเตรียมความพร้อมคนพิการ ซึ่งยังไม่สามารถศึกษาในสถานศึกษาทั่วไปได้ ให้สามารถเข้าสู่การศึกษาในรูปแบบเรียนร่วมโดยเร็วที่สุด โดยโรงเรียนเฉพาะความพิการทางกายต้องจัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของแต่ละคน ทั้งนี้บางคนอาจเรียนในระบบในระบบหนึ่ง แต่บางคนอาจะเรียนมากกว่า 1 ระบบพร้อมกัน เช่น คนที่มีสติปัญญาดี  แต่เข้าเรียนช้า หรือพักการเรียนนาน จนอายุมากกว่าคนในชั้นเรียนเดียวกัน เพื่อปรับสถานภาพการเรียนให้ใกล้เคียงกับวุฒิภาวะ และคนวัยเดียวกันให้มากที่สุด