ก่อนนอนคืนนี้ 11-02-2552 นั้น ได้ดูทีวีอย่างน้อย 4 ช่อง ได้แก่ช่องปกติหรือที่เรียกว่า ฟรีทีวี เป็นช่องที่ 1 จากนั้นได้ดู เอเอสทีวี เป็นช่องที่2 ช่องที่ 3 คือ ดีทีวี และช่องที่ 4 คือ เนชั่นแชแนล
ครับที่หยิบยกมาเพื่อบอกเล่าไว้ในร่วมเรียนรู้ว่า ผมถูกสอบมาตั้งแต่เด็กว่า เมื่อเติบโตมาอย่าเป็นนักปฏิวัติหนังสือเล่มเดียว ครูพงษ์ ตนานนท์ ให้สติศิษย์ไม่ให้ติดที่หนังสือเล่มเดียว ผมจดจำและไม่ลืมเรื่องนี้
กับการดูทีวีหลายช่องนั้น หากพวกเราติดที่ช่องใดช่องหนึ่งก็ไม่แตกต่างจากการคำที่ครูพงษ์ฯ ได้สอบไว้เมื่อก่อนปี พ.ศ.2520 ผู้รับสื่อสารมวลชนนั้น ๆ คงติดยึดถือ เหมารวมว่าที่คิดเห็นเป็นเหมือนที่ปรากฏในสื่อที่บริโภคอยู่
สังคมประชาธิปไตย หรือสังคมพุทธศาสนา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคิดพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะไปอย่างไร การใช้สิทธิเลือกตั้งเขาให้ลงคะแนนลับ แต่ที่เห็น ๆ อยู่พูดจากันจนเป็นเหตุทะเลาะเบาะแวง
การแสดงข้อคิดความเห็นในระบบเสรีประชาธิปไตย เป็นเรื่องสำคัญ แต่การไปเที่ยวพูดว่า เราเลือกคนนี้ พรรคนั้น ดูเหมือนจะไม่รักษากฎ กติกา มารยาทเลยว่า สิ่งที่เขาให้ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งนั้น เป็นการลงคะแนนลับ คนในยุคนี้ได้เรียนรู้จากการดูทีวีกว่า 4 ช่องด้วยซ้ำ การเรียนรู้ไม่ควรติดยึดจนเกินเหตุว่า สิ่งที่เราเห็น ไม่รับรู้มานั้นจะใช่ หรือไม่ใช่ เพราะการเรียนรู้ที่แท้จริงนั้นควรให้เกียรติแก่ทุกส่วนทุกฝ่ายทุกสถานะ
เรียนรู้จากการดูทีวี 4 ช่อง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Nsurasak · 11 ก.พ. 2552
วิศรุต · 11 ก.พ. 2552
Mr. ธนู ผลบุญ · 11 ก.พ. 2552
นางอำภา พี่หลี ทิพย์บุรี · 11 ก.พ. 2552
ใช่ค่ะ
หัวใจยังมีสี่ห้อง ดูทีวีก็ต้อง สี่ช่อง ใช่ไหมคะ :)
มาแอบแซว ให้เข้าเทศกาลแห่งรัก ค่ะ :)
มีความสุข สมหวัง อบอุ่นกับรักที่เลือกค่ะ :)