อยากเห็นโลกนี้เป็นอย่างที่ฝัน

ประเดิมเปิดบล็อก...มีเรื่องอยากเล่าให้อ่านครับ

วันหนึ่ง...บ่ายมากแล้วล่ะ ผมขับรถออกมาเตรียมจะไปวิ่งออกกำลังที่สวนสาธารณะประจำอุดรธานี ซึ่งปกติจะต้องขับผ่าน 7-11 ข้างๆกัน และทุกครั้งผมจะต้องแวะซื้อน้ำที่สาขานี้ ซื้อบ่อยมากเสียจนสนิทกับพี่ๆพนักงานขายในร้านแล้วครับ

วันนั้นก็เช่นเดิม ปกติผมใช้เวลาไม่นานนักในการเข้าไปซื้อ จึงจอดรถไว้ข้างถนนแล้วไม่ดับเครื่อง พอซื้อเสร็จก็เดินมากำลังจะเปิดประตู รู้สึกมีลางสังหรณ์แปลกๆ พุ่งมาทางซ้าย ผมเลยหันไปมอง ปรากฏมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังวิ่งมาทางผม วิ่งเร็วมากเลยครับยังกับหนีใครมา ดูไกลๆเธอสวยดี ยิ่งเข้ามาใกล้ผมก็ยิ่งเห็นเธอชัดขึ้น

ให้ตายสิ! เธอสวยพอๆกับคุณอั้ม พัชราภาเลยครับ เสื้อขาวกับกางเกงยีนส์สีเข้ม ผมสีดำขลับยาวปรกลงมาข้างแก้ม ตัดกับผิวหน้ารูปวงรีเนียนขาว - เหมือนไข่หงส์สุกปอกในปากอีกาที่มาจากแคเมอรูน -

ผมสังเกต...ส่วนมากแล้วผู้หญิงเค้าจะห่วง ' Look ' กันมาก มักจะไม่แสดงกริยาโต๊กต๊ากในที่สาธารณะให้ใครเห็นบ่อยๆ แต่น้องคนนี้สวยไม่เว้นแม้ตอนวิ่ง ผมยิ้มชมเธอในใจ นึกเอาว่าได้แฟนสวยอย่างนี้คงจะน่าปลื้มดี ผมเปิดประตูรถ กำลังจะเข้าไปนั่ง...

" พี่คะ พี่คะ หนูไม่มีเวลาอธิบายอะไรมากในตอนนี้...คือ คือ หนูขอยืมรถพี่แป๊บนึงได้มั้ยคะ ผู้ชาย 3 คนนั้นกำลังวิ่งตามหนูค่ะ! "

น้องอั้มคนตะกี๊เองครับ เธอวิ่งมาถึงผมตอนไหนกันเนี่ย รู้สึกตัวอีกที เธอก็จับแขนผมเขย่าๆ พูดเสียงหอบร้องขอให้ผมช่วย เหงื่อไหลเป็นจุดทั่วหน้าผาก

เป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆครับ เส้นทางที่เธอเพิ่งวิ่งมานั้นมีชายร่างยักษ์ 3 คน กำลังวิ่งจ้ำมาทางเธอ คนกลางชี้นิ้วมาพลางตะโกนแต่ฟังไม่ได้ศัพท์ ผมเดาเอาเองว่าเธอคงมีเหตุผลซักอย่างที่จะต้องหนีพวกนั้น แล้วระแวกนั้นก็ดันมีรถผมอยู่คันเดียวซะด้วย ผมยืนงงอยู่ตรงนั้นแหละ น้องอั้มยังเกาะแขนผมแน่น เธอคงมีเวลาไม่มากแล้วจริงๆ สีหน้าเธอบอกว่ามีผมเป็นที่พึ่งสุดท้าย กดดันกันอย่างนี้ผมก็ไม่มีเวลาไตร่ตรองอะไรเช่นกัน จึงตัดสินใจตกลงยกรถให้เธอยืม เธอบอกขอบคุณเสียงดังถึง 2 ครั้ง แล้วแทรกตัวเข้าไปนั่งในรถทันที

ผมจึงถามน้องอั้มว่าจะคืนรถให้ผมด้วยวิธีไหน ระหว่างนั้นเจ้ายักษ์ 3 ตัวก็ยิ่งวิ่งใกล้เข้ามาทุกที ห่างเพียง 2 ช่วงเสาไฟฟ้าเท่านั้น

" เดี๋ยวหนูจะโทรหาพี่ละกัน รอรับนะคะ! " สีหน้าตระหนกของเธอส่งสายตาอ้อนวอน ขอเรื่องให้ผมเชื่อใจเธอสักครั้ง แววตาที่เธอมองมาที่ผมเวลานั้นแทนคำพูดอะไรๆได้หลายอย่าง

" เอางี้ละกัน เดี๋ยวพี่จะโทรหาน้องเองนะ "  ผมพูดพลางล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยื่นให้เธอ น้องอั้มคงตกใจมาก จะโทรหาผมโดยที่ยังไม่ได้แลกเบอร์กันเลย :)

" ขอบคุณพี่มากๆ...ขอบคุณจริงๆค่ะพี่ แล้วโทรมานะคะ " เธอพูดประมาณนี้แหละครับ เร็วมากจนผมเกือบฟังไม่รู้เรื่อง

แล้วเธอก็ขับรถผมจากเจ้าของมันไป

ในที่สุด น้องอั้มก็หนีเจ้ายักษ์นั่นได้ทัน (เย้!) ผมไม่รู้ว่าเธอหนีไปไหน และหนีทำไม

พนักงาน 7-11 คงเห็นเหตุการณ์ จึงเดินออกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็เล่าไปอย่างที่เล่าให้คุณๆอ่านนี่แหละครับ

เกือบครึ่งชั่วโมงถัดมาผมจึงโทรหาเธอ รอไม่นานน้องอั้มก็ขับรถกลับมาคืนอย่างที่ผมเชื่อจริงๆ ตอนนี้แหละครับที่เพิ่งได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว เธอขอบคุณผมซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมก็ครับๆๆๆ ไม่เป็นไรครับ

...จนทุกวันนี้ผมและน้องอั้มก็ยังคงคบหา เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอมา เรามักจะยกเอาเรื่องที่เธอยืมรถผมหนีในวันนั้นขึ้นมาพูดติดตลก ล้อกันเล่นอยู่เรื่อยๆ

                                ...................................................................

จะมีไหมหนอ...ที่เรื่องสมมุติเรื่องนี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงในสังคมปัจจุบัน ใครหนอจะกล้าเสี่ยง ยอมเอาทรัพย์สินสูงค่าของเราแลกกับความไว้เนื้อเชื่อใจจากคนที่เราไม่เคยรู้จัก ถึงแม้ในหลายๆกรณีมันจะไม่เกี่ยวกับเงินกับทองของเราก็เถอะ

ลองคิดดูเล่นๆนะครับว่าสังคมเราจะน่าอยู่ขึ้นเยอะมั้ย? หากมองไปที่ใครก็มีแต่คำว่า

มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะครับ/ค่ะ แป่ะอยู่บนใบหน้ายิ้มสยามของเราทุกคน

- " เดินเข้าซอยอีกตั้งไกล...ทางเดียวกันขึ้นรถไปด้วยกันมั้ยครับ "

......................................

- " โถ...ตัวคนเดียวเลี้ยงลูกตั้ง 5 คน คงลำบากแย่ ป้าให้อยู่ฟรีไปก่อนดีมั้ย? ไม่ต้องห่วงนะ...ไว้มีตังค์ค่าเช่าเมื่อไหร่ค่อยเอามาจ่ายก็ได้ "

......................................

- ลุง : " ลุงขอโทษจริงๆนะพ่อหนุ่ม ลุงปั่นสามล้อมาทั้งวันยังไม่ได้คนเลย ข้าวก็ไม่ได้กิน เลยหน้ามืด "

 ชายหนุ่ม : " ไม่เป็นไรครับลุง รอยเฉี่ยวนิดเดียวเอง ยังขับได้ครับ :) "  ชายหนุ่มพูดพรางหัวเราะ กำลังยืนลูบท้ายรถเก๋งคันงาม ที่เพิ่งถูกสามล้อถีบคันนั้นเฉี่ยวเป็นรอยยาว ขีดเป็นเส้นอยู่ใต้คำว่า KOMPRESSOR

 .....................................

ถ้าวันนั้นมาถึง หน้าตาอิ่มบุญคงจะบานระบาดไปทั่วประเทศว่ามั้ยครับ

คิดมาเล่าให้อ่านเพลินๆนะครับ แต่ไม่แนะนำให้ลองเอาไปปฏิบัติจริง

เพราะทุกวันนี้เรามีเรื่องให้ลุ้นให้ระทึกกันมากพอแล้ว...ใช่มั้ยครับ?