เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เราและพระผู้มากด้วยประสบการณ์ในการเผาศพ ได้ร่วมกันตรวจสอบความพร้อมของเตาเผาศพ ให้ทำการเผาศพได้อย่างไม่มี "มลพิษ..."

หลังจากประสบการณ์การเผาศพครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการใช้งานเตาครั้งแรกระบบต่าง ๆ นั้นยังเดินไม่สมบูรณ์เต็มที่

ในวันนี้เราเองจึงต้องวางแผนเพื่อทดสอบให้พร้อมมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่สิ่งที่น่าหนักใจมากที่สุดสำหรับการทดสอบวันนี้คือ ค่าความร้อนของห้องเผาควันที่อุณหภูมิขึ้นได้ช้ามาก คือ วันนี้เราเปิดหัวเผาด้านบน ซึ่งเป็นหัวเผาควันเพื่อวอร์มเตาเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วพบว่า อุณหภูมิขึ้นไปเพียง 275 องศาเซลเซียส ซึ่งนั่นไม่เพียงพอต่อการกำจัดมลพิษ คือ "กลิ่นและควัน..."

ซึ่งปกติแล้ว กลิ่นและควันจากการเผาศพนั้นจะถูกสลายไปด้วยเทคนิค "ไฟเผาไฟ" จะต้องมีอุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ถ้าหากอุณหภูมิห้องเผาควันไม่ถึง 500 องศาเซลเซียส หากจุดหัวเผาห้องเผาศพเมื่อใด ควันที่ออกมาจะไม่สามารถถูกกำจัดได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์

ซึ่งวันนี้หลังจากที่เราได้ลองเปิดหัวเผาห้องเผาควันเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงแล้วดูท่าจะไม่ได้ผล คือ อุณหภูมิขึ้นแค่นาทีละประมาณ 5-10 องศา และมีแนวโน้มที่จะขึ้นช้าลงทุกที

วันนี้เราจึงตัดสินใจเปิดหัวเผาห้องล่าง ซึ่งเรานำเศษไม้และผ้าชุบน้ำเป็นตัวทดลองในการเผาพบว่า มีควันสีขาวออกมาเล็กน้อย อยู่ในช่วงระยะเวลาประมาณ 10-15 วินาที

จากนั้นเมื่อหัวเผาห้องเผาศพถูกจุดขึ้น อุณหภูมิห้องเผาควันก็เริ่มวิ่งสูงขึ้น แต่ก็ยังสูงไม่ทันกับห้องเผาศพที่วิ่งขึ้น 1 องศา/หนึ่งวินาที

(หน้าจอแสดงผลการทำงานของการเผาศพครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2552)

การวิ่งขึ้นของอุณหภูมิในส่วนของห้องเผาที่ไม่เท่ากันนั้น ผู้เชี่ยวชาญแจ้งว่า เนื่องจากการตั้งค่าของหัวเผาทั้งสองตัวนั้นแตกต่างกัน คือ หัวเผาล่างคือหัวเผาที่ใช้จุดไฟเผาศพ ตั้งความดันระดับแก๊สไว้ที่ 40 Bar ส่วน ความดันแก๊สของหัวเผาในห้องเผาควันนั้น ตั้งไว้เพียง 13 Bar ถึงแม้ว่าหน้าจอจะแสดงว่าเราจุดหัวเผาในระดับ Hi แล้ว แต่กำลังของแก๊สไม่พอจึงทำให้อุณหภูมิวิ่งขึ้นได้ค่อนข้างช้า และไม่ทันกับอุณหภูมิของหัวเผาตัวล่าง

ตอนนั้นเราได้ทำการเปิดช่องมองดูเปลวไฟเป็นระยะ ๆ

ครั้นเมื่อสังเกตุว่าวัสดุที่เราใส่เข้าไปติดไฟและไหม้เกือบหมดแล้ว จึงเริ่มทำการปิดหัวเผาด้านล่าง จากนั้นอีกประมาณ 5 นาทีต่อมาจึงทำการปิดหัวเผาด้านบน โดยให้เตาทำหน้าที่ด้วยตัวของตัวเอง คือ รักษาเปลวไฟที่ติดอยู่นั้นให้ไหม้อยู่ด้วยอากาศที่ผ่านลงมาจากปล่องแต่เพียงอย่างเดียว

แต่สิ่งที่สำคัญวันนี้พบว่า เมื่ออุณหภูมิห้องเผาควันที่จากเดิมวิ่งขึ้นไปถึง 600 องศา จากการที่ปิดหัวเผาทั้งสองแล้วนั้น ครั้นเมื่ออุณหภูมิลดลงมาต่ำกว่า 300 องศา ก็เริ่มมีควันจาง ๆ โชยออกมาจากปล่องควัน

ดังนั้นจากการทดสอบวันนี้จึงพอสรุปได้ว่า

หากต้องการเผาศพให้ไร้กลิ่นไร้ควันนั้น อุณหภูมิของห้องเผาควันจะต้องไม่ต่ำกว่า 500 องศา จึงจะกำจัดมลพิษ คือ กลิ่นและควันได้

แต่ถ้าเป็นขยะหรือวัสดุอื่น เช่น ไม้ เศษผ้า หรือกระดาษ อุณหภูมิของห้องเผาควันสามารถอยู่ในระดับ 300 องศาก็สามารถกำจัดกลิ่นและควันได้อย่างสมบูรณ์