สัปดาห์นี้ได้ทราบจากการรายงานของสื่อมวลชน ว่า รองผู้การกองปรามและคณะเดินทางมาพื้นที่ จ.น่าน เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการตามโครงการรับจำนำข้าวโพด
สืบเนื่องจากความปรากฎด้วยวาจา และการร้องเรียนว่า มีกลุ่มบุคคลแสวงหาประโยชน์จากโครงการ การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ส่วนกลางจะมีความสะดวกคล่องตัวและรวดเร็วกว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในจังหวัด
อันที่จริงหน้าที่ปกป้องดูแลประโยชน์ของรัฐ นอกจากเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าของรัฐทุกระดับแล้ว ที่ชอบมองข้ามกันเป็นหน้าที่หลักของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เรา เพียงภาคประชาชนไม่มีอำนาจการสืบสวนสอบสวนเท่านั้น สิ่งที่มีอยู่ของภาคประชาชน คือ การเฝ้าสังเกตให้ข้อมูลข่าวสารโดยเป็นส่วนหนึ่ง อาจมีประชาชนจำนวนหนึ่งอาจหาญไปยื่นหนังสือ หรือแสดงตนตามที่เห็นเป็นข่าวแบบนี้ก็สามารถทำได้ตามหน้าที่พลเมืองไทย
กองปรามฯ มาในครั้งนี้หากไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร ความร่วมมือจากหลายส่วนหลายฝ่าย การทำหน้าที่คงไร้ผล มีการให้สัมภาษณ์จากรองผู้การฯ ว่า จากเข้ามาในพื้นที่พบหลักฐานสำคัญ ไม่มีมวยล้มต้มคนดูเพราะเข้ามาทำงานหลายฝ่ายเป็นคณะทำงานว่ากันไปตามความเป็นจริง การตรวจสอบทุจริตต้องแยกแยะว่าเป็นโครงการฯ รอบที่เท่าใด ณ จุดไหน อย่างไร ใครเกี่ยวข้องกับมีพฤติการณ์อย่างไร แล้วไม่ควรเดา หรือไปเหมารวมว่า คนทั้งจังหวัดน่านได้สมรู้ร่วมคิดเอาเปรียบแผ่นดินเด็ดขาด คณะทำงานระดับจังหวัด และอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้แทนเกษตรกร ( สมาพันธ์ฯ ) ภาคประชาสังคมร่วมมือต้องการโครงการรับจำนำข้าวโพดฯ โปร่งใส่ เป็นธรรม รวดเร็ว รัดกุมทันต่อเหตุการณ์
5 กุมภาพันธ์ 2552
เวลา 09.59 น.ได้ทราบข้อมูลจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ที่ชุมนุนหน้าที่ว่าการ อ.บ้านหลวง ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวโพด จึงไปทำการชุมนุมเป็นวันที่สอง สอบถามเพื่อทราบข้อเท็จจริงได้ความ ดังนี้.-
ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามทราบว่า เป็นเรื่องการจัดสรรโควตารับจำนำข้าวโพดในพื้นที่ อ.บ้านหลวง ที่นำไปฝากแล้ว จำนวน 3,033 ตัน เป็นเงินอยู่ประมาณ 22 ล้านบาท เกษตรกร จำนวน 271 คน เกษตรกรบ้านหลวงที่ชุมชน ต้องการทราบว่า ทางราชการได้จัดสรรโควต้าสำหรับข้าวโพดงวดดังกล่าวไว้หรือไม่อย่างไร เพราะได้สอบถามด้วยวาจาแล้วไม่ชัดเจน
กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการหลักฐานที่แน่ชัดจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ว่า โดยยื่นข้อเสนอเป็นคำถามดังนี้.-
1. ขอหนังสือยินยืนการจัดสรรโควต้า จ.น่าน ที่ให้แก่ อ.บ้านหลวง จำนวนร่วม 3 พันตันที่ส่งไปยัง จ.แพร่ จ.พะเยา โดยด่วน
2. ขอสำเนาหนังสือแจ้งยอดจัดสรรไปที จ.แพร่ จ.พะเยาให้กับเกษตรกร อ.บ้านหลวงด้วย
3.การรับจำนำในรอบที่ 4 จัดสรรให้ อ.บ้านหลวงหรือไม่ ขอหนังสือยินยันให้แก่เกษตรกรด้วย ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไร
เวลา 10.15 น.วันที่ 5 ก.พ.2552
ข้อความในกรอบข้างล่าง สื่อมวลชนได้จากการถ่ายเอกสารที่ชาวบ้านตั้งหัวข้อร้องเรียนนายก อบต.ทุ่งศรีทอง มีชาวบ้านกว่า 100 คน ไม่พอใจการบริหารเสนอข้อร้องเรียนไว้
---------------------------------------------------------------------------------------
หัวข้อในการร้องเรียนนายก อบต.ทุ่งศรีทอง
1.สืบเนื่องจากการรับจำนำข้าวโพดของราษฏรตำบลทุ่งศรีทองไม่ได้รับความเป็นธรรมในการรับจำนำข้าวโพคของเดือนธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา
2.ใช้เวลาทำงานของตำแหน่งหน้าที่ไปทำงานส่วนตัวโดยไม่มีเวลาบริหารงานของตำบลทุ่งศรีทอง
3.ไม่บริหารงานตามนโยบายตามที่หาเสียงไว้ เช่น แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรโดยการผันน้ำจากแม่น้ำน่าน ลำน้ำปั้ว ลำน้ำยาง มาสู่ตำบลทุ่งศรีทอง เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดปี เมื่อราษฏรได้ทวงถามนโยบายต่าง ๆ แล้ว ได้คำตอบจากนายกว่า เป็นกลยุทธในการหาเสียง ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงไม่พอใจ
4.ในการเรียกร้องครั้งนี้ ชาวบ้านตำบลทุ่งศรีทองเห็นพ้องต้องกันว่า ให้นายกลาออก หรือให้ผู้ว่าสั่งปลดสถานเดียว จึงมีการสลายการชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ หลังจากได้คำตอบเป็นที่พอใจ
...............................................................................................................
หมายเหตุ หลักความเป็นธรรม คงต้องให้ความเป็นธรรมกับนายก อบต.ทุ่งศรีทอง ทุกส่วน ทุกฝ่าย ที่หยิบยกมาเพื่อให้ข้อความว่า ได้เกิดเรื่องเหตุต่าง ๆ กันนะครับ