อารมณ์ของคน

วันวาเลนไทน์มีประวัติและที่มา.........................................

เล่าขาน ต่อกันมาว่า กำเนิดวัน วาเลนไทน์ นั้น..................

จริงๆ แล้ว วันวาเลนไทน์คือ วันที่ระลึกถึง "เซนต์วาเลนไทน์"บุรุษผู้มีหัวใจเปี่ยมด้วยความรัก และความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์แต่ต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270
ความเป็นมาของเรื่องเกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 3 มีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ "วาเลนตินัส"เขาเป็นคนที่มีความรักและความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ ทุก ๆวันเขาจะแอบนำอาหารและของใช้ที่จำเป็นไปวางไว้ที่ประตูบ้านของคนยากจนโดยไม่ให้คนเหล่านั้นรู้
ในสมัยนั้นศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับในจักรวรรดิ์ โรมันใครที่นับถือคริสต์จึงถือว่ามีความผิดร้ายแรงพวกคริสเตียนจึงถูกข่มเหงและทารุณกรรมอย่างหนักเพื่อ บังคับให้เลิกนับถือคริสต์ใครไม่ยอมเลิกจะถูกทรมานและฆ่าทิ้ง วาเลนตินัสก็รวมอยู่ในขบวนการถูกทรมานและขู่เข็ญบังคับให้เลิกนับถือคริสต์แต่เขาไม่ยอมจึงถูกจับเข้าคุกในข้อหาเป็นคริสเตียน
ขณะที่เขาถูกขังอยู่ในคุกก็พบรักกับลูกสาวของผู้คุมซึ่งตาบอด ด้วยความรักและคำอธิษฐาน ของเขาพระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของลูกสาวผู้คุมหายเป็นปกติ ผู้คุมและครอบครัวของเขาจึงหันมานับถือศาสนาคริสต์ เมื่อความรู้ถึงจักรพรรดิ์คลอดิอุสที่ 2 ของโรมพระองค์ทรงกริ้วมาก สั่งให้ลงโทษ วาเลนตินัสอย่างหนักด้วยการโบยแล้วนำไปตัดศีรษะคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารเขาได้เขียน จดหมายสั้น ๆเป็นการอำลาส่งไปให้ลูกสาวผู้คุม ลงท้ายว่า "จากวาเลนไทน์ของเธอ"
รุ่งเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 วาเลนตินัสก็ถูกนำไปตัดศีรษะและเอาศพไปฝังไว้ที่ เฟลมิเนี่ยนเวย์ซึ่งภายหลังมีการสร้างโบสถ์หลังใหญ่คร่อมสุสานของเขาไว้เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงชีวิตและความรัก อันยิ่งใหญ่ของเขาคนทั่วไปประทับใจกับความรักของเขาจึงยึดเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวัน "วาเลนไทน์" หรือ วันแห่งความรัก ซึ่งต่อมาแพร่หลายในยุโรปและอเมริกาและเข้ามาในทวีปเอเชียรวมทั้งประเทศไทยของเราด้วย