โดยต่อสู้กันด้วยหนังสะติ๊กนะ...

ลูกเอ๋ย...วงจรชีวิตคนเราหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปมาไม่สิ้นสุด  พ่อจะเล่าให้ฟังเพื่อลูกจะได้ไม่ลืมเทือกเถาเหล่ากอของเจ้า  เดิมทีต้องมองไปทางภาคอิสานคุณปู่ของเจ้าเคยเป็นทหารผ่านศึกสงครามในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วมีวิถีชีวิตรักสงบชอบอยู่อาศัยในบ้านนอกที่นั้นคุณปู่พบรักแต่งงานกับคุณย่าซึ่งเป็นลูกสาวสวยเคยเข้าประกวดนางงามสงกรานต์ประจำอำเภอ 

 เธอเป็นลูกสาวของนายฮ้อย (พ่อค้า ) ไปขายสิ่งของจากเมืองนครพนมจนไปถึงเมืองสระบุรี 

 เมื่อพ่อเกิดมาก็มีชีวิตอยู่ท่ามกลางท้องไร่ท้องนา  ไปเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนวัดเล็ก ๆ อันกันดารในท้องถิ่นนั้น  เรียนหนังสือไม่รู้ว่าได้ความรู้มายังไงจาก ป. 1 ถึง ป. 4 แต่ที่จำได้คือ  ทุกครั้งที่คุณครูมีธุระหรือไม่อยู่มักจะให้พ่อซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป. 4 นั้นไปสอนชั้น ป. 1 หรือ ป. 2 โดยจำได้ว่าคุณครูมอบไม้เรียวให้เอาไว้ตีกระดานดำให้มันดังเวลา  นักเรียนไม่สนใจฟังพ่อสอนแทนคุณครู 

 และมีบ้างที่คุณครูมอบจดหมายให้เดินทางไปส่งยังครูใหญ่อีกโรงเรียนหนึ่งซึ่งห่างกันเกือบ 10 กิโลโดยมีพ่อเป็นหัวหน้ามีอาวุธติดตัวไปคือหนังสะติ๊กมีลูกน้องไปด้วยประมาณ 5 คน  และวันนั้นถือว่าไม่ต้องเรียนหนังสือ  การเดินทางไปก็เดินเท้าไปตามทุ่งนามีบ้างเวลาไปมอบจดหมายถึงมือครูใหญ่แห่งโรงเรียนนั้นแล้วขากลับถูกกลุ่มนักเรียนแห่งหมู่บ้านนั้นตามมาไล่ตี  โดยต่อสู้กันด้วยหนังสะติ๊กนะ...