ความเชื่อ-ความคิดลึกลึกอันนำไปสู่ความตั้งใจของข้าพเจ้า คือ ... "การก้าวเดินเพื่อสู่ความดี ความงามของการเผยแพร่ แนวคิดและทัศนะความสุขและกระบวนการทำงานอันเป็นระบบด้วยหัวใจ สมองและปัญญาของคนหน้างาน"

เช้าตรู่ของวันที่ 15 มกราคม 2552 ข้าพเจ้าออกจากบ้านพักทีขอนแก่นเพื่อมารอผู้ประสานงานมารับ อากาศยามเช้าเย็นจัดมาก ข้าพเจ้ามีแผนในการจัดกระบวนการเรียนรู้ R2R ที่โรงพยาบาลห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งหมด 6 ครั้ง วันนี้เป็นครั้งแรกสำหรับที่จะเปิดประตูแห่งใจไปสู่การเปิดโอกาสตนเองให้ได้เกิดการพัฒนางานประจำด้วยกระบวนการที่เป็นระบบอย่างที่เรียกว่าการทำวิจัย...

ชาวห้วยเม็กค่อนข้างน่ารัก อัธยาศัยดี มีวิถีที่เรียบง่าย มีความพร้อมและตั้งใจที่จะเรียนรู้ แม้ว่าในพื้นที่จะมีข้อจำกัดของผู้ที่มีประสบการณ์ผ่านการทำวิจัยมาก่อน แต่ผู้จัดให้ข้อมูลว่านี่เป็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งที่มีผู้เข้าเรียนค่อนข้างเต็มห้อง และแทบล้นห้องประชุม อีกทั้งไม่มีใครลุกเดินหนีออกจากห้องหรือกลับไปก่อน ยกเว้นผู้ที่มีภาระที่ต้องไปรับเวรส่งเวรในตอนเย็น (รู้สึกชื่นใจจัง) บรรยากาศการเรียนรู้อาจเคลื่อนช้าในตอนต้น แต่สักพักก็เข้าสู่ความลื่นไหลและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เราเริ่มกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการพักกายพักจิตใจ เพื่อปรับคลื่นสมองให้เข้าสู่สภาวะแห่งความพร้อมและตื่นรู้ที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ด้วยทัศนคติที่ปราศจากการปิดกั้นต่อตนเองด้วยอารมณ์และความรู้สึกทางลบ

"เมื่อไรที่พูดถึงวิจัย ผู้คนก็จะบอกว่าเป็นเรื่องที่ยาก"

แต่กระบวนการเรียนรู้ที่นำไปสู่ให้ผู้เรียนได้เปิดใจและน้อมรับการเรียนรู้นี้ให้มีทัศนคติที่เหมาะสมและเป็นเชิงบวกนี้ ข้าพเจ้าถือว่าเป็นเรื่องที่น่าท้าทาย และยิ่งเดินทางไปในแต่ละที่แต่ละแห่ง บริบทแห่งการเรียนรู้ก็ยิ่งแตกต่างกัน แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้เรียนแต่ละแห่งเปิดใจน้อมรับกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข

ประเด็น ก็คือ ----> เราไม่ใช้ "วิจัย" หรือระเบียบวิธีวิจัยเป็นตัวนำ แต่ข้าพเจ้าใช้สภาวะที่ส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจในงาน/หน้างานของตนเองแทน เพราะเมื่อไรที่ผู้คนเข้าใจ/รับรู้ในหน้างานและหน้าที่ของตนเองอย่างตามความเป็นจริงแล้ว จะสามารถลดทอนความรู้สึกที่ว่างานที่ตนเองทำเป็นงานที่น่าเบื่อให้ลดลงไปได้ นอกเหนือจากนี้การรับรู้และเข้าใจในหน้างานของตนเองแล้วจะนำไปสู่เกิดการมองเห็นข้อดีที่น่ารื่นรมย์ในงานของตนเองและเห็นโอกาสที่อยากจะทำให้งานของตนเองดีขึ้น

เมื่อไรก็ตาม...หากว่ามีการกระทำสิ่งใดให้ดีขึ้นได้นั้น นั่นน่ะจะเป็นการพัฒนาอันนำไปสู่สภาวะที่เจริญขึ้น ดังนั้นผู้ที่สนใจทำในเรื่องพัฒนาแล้วต้องตีความตีโจทย์ของคำว่า "พัฒนา" ให้เข้าใจ ซึ่งในทัศนะของข้าพเจ้าเองมองว่า

การพัฒนา = เจริญ -----> และเป็นการทำให้เจริญด้วยพลังด้านดี

ในเครือข่ายอำเภอห้วยเม็ก วันแรก/ครั้งแรก ของการเรียนรู้นั่นก็คือ การไม่ไปยัดเยียดความเคร่งเครียด คร่ำเคร่งและตื่นกลัวให้เกิดขึ้น เพราะแค่การดำรงอยู่นี้คนเราก็พบเรื่องที่ยากสาหัสอยู่แล้ว ดังนั้น ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ R2R ตามวิสัยของข้าพเจ้าจึงไม่พึงปรารถนาที่จะทำให้ผู้ที่เข้าร่วมกระบวนการต้องมีความทุกข์ หรือหากว่าทุกข์ก็จะพยายามให้เกิดทุกข์น้อยที่สุด ครึ่งเช้าแรกของการเรียนรู้จึงเป็นเรื่องของการเปิดอกเปิดใจ ทำความเข้าใจต่อประเด็นพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย ส่วนในครึ่งบ่ายทุกคนต่างวิเคราะห์หน้างานของตนเองและนำไปสู่การดึงมาเป็นประเด็นพัฒนาด้วยการทำวิจัย

สิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจ สำหรับการเรียนรู้วันแรกที่นี่ มีหลายประเด็น แต่ที่เห็นชัดๆ ก็คือ เห็นความตั้งใจ เดิมที่คุณเก๋และพี่แหลมผู้จัดและผู้ประสานงานกำหนดว่าจะให้ได้งานวิจัยเท่านั้นเรื่องเท่านี้เรื่องตามตัวชี้วัดของทางจังหวัด แต่พอห้วงเวลาแห่งการเรียนรู้ผ่านไป พี่แหลมบอกว่าทำเท่าที่ทำได้ ไม่บังคับ ให้ทุกคนทำด้วยความเข้าใจ เต็มใจ และมีความสุขในการทำ

ปรากฏว่า...ก่อนกลับมีข้อมูลเชิงประจักษ์เกิดขึ้นให้เห็นว่า "มีผู้คนน้อมใจอย่างล้มหลามเพื่อพัฒนางานประจำของตนเอง..." และเราก็ได้แต่สัญญาทางใจต่อกันว่า... วันที่ 29 มกราคมนี้เราจะมาเจอกันอีกครั้ง เพื่อร้อยเรียนงานพัฒนางานประจำของตนเองนี้ให้งดงามยิ่งขึ้น

 

----------------------------------