เพิ่งรู้สึกเป็นอิสระ (มากกว่าเดิม) ก็วันนี้  เพราะ  เพิ่งเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เช้าวันนี้เองค่ะ  เพื่อเอางานและเอาข้อสอบมาส่งที่ มธ.ท่าพระจันทร์  หลังจากที่นั่งเป็นบ้าอยู่หลายเดือนมาแล้ว  ตอนนี้จิตค่อยปลอดโปร่งขึ้น  แม้จะมีงานจ่อตามมาอีกหลายชิ้นก็ตาม  แต่ผู้วิจัยเชื่อว่าถ้าเรามีความพยายามย่อมทำได้  (แต่จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ประสิทธิผลมากขึ้นต้องมีกึ๋นด้วย) เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา (เพราะผัดผ่อนกับตัวเองมาหลายครั้งแล้ว) ก็จะขอเริ่มเล่าเรื่องการประชุมเครือข่ายฯสัญจร  ครั้งที่ 3/2549 (เป็นการประชุมของเดือนที่แล้วค่ะ) ให้อ่านเลยก็แล้วกันนะคะ  ช่วงแรกๆคงจะไม่ค่อยละเอียดนัก  เพราะ  ผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์ไปถึงช้า  ก็เลยไปหยิบบันทึกของใครสักคนที่เข้าร่วมประชุมมาค่ะ (จนถึงวันนี้ยังไม่ได้คืนเจ้าของเลย  ผู้วิจัยก็ลืมไปแล้วว่าไปหยิบของใครมา)
            วาระที่ 1  เรื่องแจ้งเพื่อทราบ
            ประธานฯ ได้เริ่มต้นโดยกล่าวถึงบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับใช้กับกลุ่มและเครือข่าย  โดยการพัฒนาในช่วงนี้จะพัฒนาจนถึงการที่โปรแกรมสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้  (เหมือนกับของธนาคารที่เวลาเราเอาเงินไปฝาก  เครื่องก็จะสามารถพิมพ์ตัวเลขในสมุดได้ว่าเราฝากเงินครั้งนี้เท่าไหร่) โดยใช้งบประมาณในการพัฒนาโปรแกรมรวมทั้งจ้างอาสาไอทีจำนวน 2 คนที่จะช่วย อ.ดิเรก (ผู้พัฒนาโปรแกรม) ในการไปติดตั้งและให้ความรู้กับกลุ่มต่างๆ  จำนวนทั้งสิ้น 350,000 บาท  ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. 
            เรื่องที่สอง  คือ  ในวันที่ 24 มีนาคม  2549  จะมีการพูดคุยในเรื่องการเตรียมความพร้อมของ 10 ตำบลที่ได้รับอนุมัติงบประมาณสนับสนุน (ตำบลละแสน) ซึ่งคาดว่าจะจัดงานบันทึกความร่วมมือ  โดยจังหวัดลำปางเป็นเจ้าภาพในพื้นที่ภาคเหนือในช่วงเดือนพฤษภาคม  2549  ใช้เวลาในการดำเนินการ 2 วัน  คือ  วันแรก  เป็นการสัญจรในตำบลต้นแบบ  ซึ่งคาดว่าจะเป็น 5 ตำบล  คือ  บ้านเอื้อม  เกาะคา     ป่าตัน  เทศบาลนครลำปาง  และต้นธงชัย  ส่วนวันที่ 2 จะเป็นการลงนามบันทึกความร่วมมือกับภาคีร่วม  คงจะให้พื้นที่ตำบลใกล้ๆเข้ามาช่วยในเรื่องการจัดเวที  คงต้องประชุมร่วมกันอีก 2-3 ครั้ง
            สำหรับเรื่องที่สาม  คือ  เรื่องสถานที่ทำการเครือข่าย  ตอนนี้ได้ตกลงที่จะซื้อที่ดิน 155 ตารางวา  เป็นเงิน 750,000 บาท  โดยเทศบาลนครลำปางเป็นผู้ออกแบบอาคารให้  เป็นอาคาร 3 ชั้น  พื้นที่ใช้สอย 792 ตารางเมตร  ใช้งบประมาณ 5 ล้านกว่าบาท  โดยจะใช้เงินกองทุนผู้สูงอายุในการซื้อที่ดิน  ส่วนงบประมาณในการสร้าง (ขอไม่เขียนก็แล้วกันนะคะ  เพราะ  ผู้วิจัยไม่มั่นใจว่าจะใช้งบประมาณของหน่วยงานนี้จริงหรือเปล่า) ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอาคารนั้น  เป็นอาคารสูง 3 ชั้น  ชั้นล่างใช้เป็นที่ทำการขององค์กรออมทรัพย์ชุมชนนาก่วมใต้  และเครือข่ายองค์กรออมทรัพย์ชุมชนจังหวัดลำปาง  ชั้นที่ 2  และ  ชั้นที่ 3  เป็นห้องพักจำนวน 6 ห้อง  1 ห้องสามารถบรรจุคนได้ 10 คน  โดยใช้ห้องน้ำร่วมกัน  และมีห้องประชุมบรรจุผู้เข้าร่วมประชุมได้ 100 คน
            ส่วนเรื่องที่สี่  สำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) หนุนเสริมงบประมาณ 170 บาทสมทบไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  โดยให้องค์กรชาวบ้านเขไปมีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการ
            เรื่องต่อไป  เป็นการบรรยายความรู้สึกที่ได้ไปร่วมงานสัมมนาที่จังหวัดตราดว่าแต่ละคนมีความรู้สึกกับการไปร่วมสัมมนาครั้งนี้อย่างไร   ตัวอย่างของผู้ที่แสดงความรู้สึก  คือ  อ.สมพิศ  ได้บอกว่าต้องการเปลี่ยนให้เป็นการออมบุญวันละ 1 บาท  (การออมเพื่อสร้างสวัสดิการชุมชน)
            ขณะที่ประธาน  กล่าวถึงเป้าหมายของการออมเพื่อสวัสดิการว่า
            1.สิ่งที่เกิดขึ้น (วิสัยทัศน์) หรือ  ความฝัน
            2.พัฒนาคนให้เกิดความเชื่อมั่น
            3.เรื่องการจัดการความรู้  จัดการคน  จัดการเงิน
            ในส่วนของการขยายผลไม่ใช่ขยายเฉพาะสมาชิก  ผลจากสวัสดิการชุมชนนำไปสู่เรื่องอื่นๆด้วย  เช่น  เรื่องแผนแม่บทชุมชน  บ้านมั่นคง  แก้ไขปัญหาหนี้สิน  ทรัพยากรธรรมชาติ  สร้างงานให้กับคนในชุมชน  และคนทำงานของชุมชน
            วาระที่ 1 (โดยสรุป) ก็จบลงแต่เพียงแค่นี้ค่ะ