แน่นอนว่า มีความแตกต่างระหว่าง เด็กแต่ละคนในหมู่ประชากร เด็กบางคนเรียบร้อย ช่างคิด ช่างฝันจินตนาการ เด็กบางคนชอบแบบเล่นแบบแรงๆ สะใจ มันถึงใจดี ผมมองว่านี่เป็นสิ่งปกติ ที่มีความหลากหลาย แต่จุดอยู่ที่ขอบเขตที่ไม่เกินเลยจนถึงขั้น ข่ม รังแก ที่มีผลไปถึงขั้นบาดเจ็บต่อร่างกาย หรือจิตใจ อ่านบันทึกนี้ คงเป็นตัวอย่างหนึ่ง (ผมเข้าใจว่าเป็นการถอดความมาจากอีกภาษาหนึ่ง)

หลายคนคงมีประสบการณ์การถูกเพื่อนรังแกในวัยเด็ก ผมไม่มั่นใจว่า มีเหมือนกรณีผมหรือไม่ ผมโดนอีกแบบที่คิดว่าไม่ซ้ำใคร และทำให้ผมต้องร้องไห้(ในสมัยประถม)เวลาเดินกลับบ้านตอนเย็นอยู่บ่อยๆ
ชุดนักเรียนชั้นประถม สมัยที่ผมเรียนจะมีหมวกพลาสติกทรงรีๆ (มาคิดตอนนี้ มันดูเท่ห์ดีนะ ใครคิดชุดเครื่องแบบให้) สำหรับกันแดด กันฝน ในเวลาต่างๆ เช่นเข้าแถวหน้าโรงเรียน เดินมาโรงเรียนหรือเดินกลับบ้าน
เรื่องก็คือ ระเบียบปฏิบัติคือ เข้ามาแล้วถอดรองเท้าไว้หน้าห้อง แล้วเอาหมวกไปเรียงซ้อนกันบนชั้นหลังห้อง พอถึงเวลาหลังเลิกเรียน ต่างคนก็ลุกพรึบไปหยิบหมวก ปรากฏว่าตอนผมไปถึง ไม่มีหมวกของ เด็กชาย ส.ช. ผมร้องไห้บอกคุณครูประจำชั้น (อืม หมวกหายไป ก็คือหาย! คุณครูก็ไม่รู้จะทำอย่างไง) กลับบ้านก็ร้องไห้ไปบอกที่บ้านว่าหมวกหาย ไม่เป็นไร เอ้าซื้อใหม่ เอ้าหายอีก หายอีก เป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้กี่ครั้ง
จนจบชั้นประถม 7 วันสุดท้ายแล้วเพื่อน ด้วยรักและคิดถึงพวกนายมาก วันนี้โรงเรียนให้มารับใบประกาศจบการศึกษา ตอนบ่ายก็แวะไปเยี่ยมบ้านเพื่อนแต่ละคนในกลุ่ม สิ่งที่อึ้งเลย ก็คือว่า ที่บ้านเพื่อนคนหนึ่ง ชื่อ ก.จ. และ อ.ค. สองคนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน มีหมวกพลาสติกแบบนี้ตั้งหลายใบซ้อนๆกัน พอเพื่อนผมเผลอ ผมไปหยิบมาดูด้านในหมวก (ด้วยความสงสัย) อ้าวนี่มันของ ด.ช. สช. นี่ ---- โอ ทำกันได้ ผมพูดไม่ออกเลย
ตกลงความผิดใครดี?
เด็กเพิ่งเกิดมาได้ไม่กี่ปี ผมไม่โทษที่เด็ก ผมสนใจผู้ที่จะฟูมฟักและบ่มเพาะเด็ก
ตอนนี้ นึกถึงวรรณกรรม เรื่อง "พ่อแม่รังแกฉัน" พ่อแม่ไม่สามารถสอนให้ลูกรู้เรียนรู้ที่จะอยู่รอด ในที่สุดลูกก็ไปไม่รอด
เรื่องของ"พฤติกรรม"ก็คงไม่ต่างกัน คุณครู (พ่อแม่คนที่สอง เด็กน้อยทุกคนในชั้นไม่ว่ามาจากฐานะและชนชั้นอย่างไร คือลูกที่คุณครูรักเท่าเทียมกันหมด คุณครูพอจะสังเกตได้ไหมมีใครรังแกลูกคนไหนอยู่หรือเปล่า) และพ่อแม่ ต่างมีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กๆทั้งสิ้น
ในต่างประเทศ เช่น อังกฤษ และอเมริกา เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ โรงเรียนก็มีการรณรงค์เรื่องนี้ เพื่อดูแลกลุ่มที่อาจถูกรังแก
นึกถึงเรื่องนี้ แล้ว ผมสงสัยจังว่า ปัจจุบันคุณครูมีวิธีการอย่างไร
ยากถึง ยากมากครับท่าน แค่จะให้ใช้ไม้เรียว ผู้ปกครอง ยังรับกันไม่ค่อยได้
พยายามเลี้ยงลูกให้ เป็นเทวดา กันครับ สำหรับผม เพราะครูตี จึงได้รู้
เออ แต่จะว่า ไป รุ่นผม ครูท่านเป็นครูจริงๆ นะ ท่านไม่มีอะไร?แอบแฝง
เหมือนปัจจุบัน ประเภท ขายเครื่องใช้ เครื่องสำอางค์ ขายที่ ขายประกัน วางแผน เป็นนักการเมือง ครู คือ ปูชนียบุคคล จริงๆ ผมก้มกราบงาม ครูทุกท่าน ที่มีหัวใจ
เป็นครู แม้จะรู้ว่า ต้องทนต่อสู้กับความยากลำบาก กับพายุ เศรษฐกิจ
เรื่องการขโมยของ เคยเห็นในโทรทัศน์ว่าเกิดจากการขาดความรัก จึงขโมยสิ่งของมาเติมเต็มส่วนที่หายไป ถึงแม้ว่าของนั้นจะไม่ได้ต้องการจริงๆ หรือสามารถหาซื้อได้ด้วยตนเองก็ตาม หากข้อสันนิษฐานนี้เป็นจริง ผู้ปกครองของเด็กที่มีนิสัยลักขโมยคงต้องเติมเต็มความรักให้กับเด็ก (มิใช่เติมเต็มด้วยสิ่งของ หรือเงินทอง)