หลายวันก่อน ผู้เขียนได้ฟังรายการวิทยุ เป็นข่าวสั้นๆ ความว่า บริษัทแห่งหนึ่งในต่างประเทศ ได้กำลังสร้างเครื่องมือชนิดหนึ่ง ที่สามารถแยกน้ำออกจากอากาศได้ และตั้งเป้าว่า เครื่องมือชนิดนี้จะสามารถส่งขายออกไปทั่วโลกสร้างผลกำไรให้กับบริษัทอย่างมหาศาลแน่นอน

  ผู้เขียนนิ่งฟัง พร้อมกับคิดไปว่า เครื่องมือชนิดนี้น่าจะเป็นเครื่องจักรชนิดหนึ่ง เคยคิดเหมือนกันว่า เราจะแยกน้ำจืดออกจากน้ำเค็มได้อย่างไร วันนี้เครื่องมือชนิดนี้เป็นเครื่องมือที่ดูจะเหนือกว่าความคิดว่าจะแยกน้ำจืดออกจากน้ำเค็มได้อย่างไรมากนัก อย่างไรก็ตาม เราจะพบว่า มนุษย์นี้มีความปราดเปรื่องยิ่งนัก สามารถสร้างเครื่องมือเครื่องจักรต่างๆได้อย่างครบครัน

  หากผู้เขียนเป็นนักลงทุนหรือนักธุรกิจ โดยนำเข้าเครื่องมือชนิดนี้ เพื่อแยกน้ำออกจากอากาศ และโฆษณาสินค้าในเชิงว่า เป็นน้ำบริสุทธิ์กว่าน้ำดื่มในขวดทั่วไป น่าจะสร้างเม็ดเงินได้มากจริงๆ แต่คงต้องมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเสริมด้วย โดยเฉพาะการกระตุ้นให้ชาวบ้านชาวเมืองเชื่อว่า น้ำนี้บริสุทธิ์

  แต่ปัญหาคือ ถ้าเราแยกน้ำออกจากอากาศด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวนี้ได้ อากาศที่ขาดน้ำก็น่าจะเป็นอากาศแห้ง ย้อนคิดไปถึง ธาตุพื้นฐาน ๔ ประการ ที่พุทธศาสนากล่าวถึงไว้คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ที่เด็กน้อยเด็กใหญ่ต่างท่องบ่นกันได้ ธาตุเหล่านี้ประชุมรวมกันเข้าเป็นสิ่งหนึ่ง หากธาตุใดธาตุหนึ่งบกพร่องไปก็จะส่งผลบางอย่างกับสิ่งที่ประชุมรวมกันนั้น เช่น ร่างกายของคน หากธาตุน้ำบกพร่อง ก็จะส่งผลให้ผิวหนังแห้งกร้าน เป็นต้น แม้ผู้เขียนจะยังอ่านหนังสือไม่ถึงว่า อากาศก็มีธาตุน้ำ ดิน ลม และไฟอยู่ แต่เข้าใจเอาเองว่า ธาตุทั้ง ๔ นี้รวมกันเป็นอากาศ ดังนั้น หากเราแยกน้ำออกจากอากาศได้ อากาศนั้นก็คงต้องบกพร่องไป หรือหากไม่มีธาตุใดธาตุหนึ่งเจือปนอยู่เลย อากาศนั้นก็จะเป็นอากาศตาย เหมือนกับชีวิตของคน เมื่อธาตุแยกตัวออกก็มีอันต้องละลายไป

  ตกลงว่า เครื่องแยกน้ำออกจากอากาศจะดีจริงหรือไม่ แน่นอนว่า สามารถจะช่วยคนที่ขาดแคลนน้ำได้ แต่จะมีผลกับสิ่งแวดล้อมในระยะยาวหรือไม่