หากย้อนศึกษาชีวิตของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา อาชีพ การงาน หรือแม้กระทั่งฐานะ ชื่อเสียง หรือเกียรติยศแล้ว บุคคลที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ล้วนแล้วแต่รู้จักการจัดลำดับความสำคัญของชีวิต...
ด้วยเหตุนี้เองก็เป็นเช่นเดียวกันกับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) นักจัดการความรู้ รวมถึงผู้บริหาร นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจด้านการจัดการความรู้นั้นจักต้องเรียงลำดับความสำคัญของการจัดการความรู้ให้ถูกต้อง
ผู้ที่ประสบความสำเร็จทางด้านการจัดการความรู้ได้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องจัดการความรู้ของตนเอง โดยตนเอง และเพื่อตนเอง ให้เชี่ยวชาญ ชำนาญ และแข็งแกร่ง
ประสบการณ์ที่ทำด้วยตนเอง กับตนเอง โดยตนเองนี้ จะเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าอย่างเหลือล้น ที่จะนำไปบอกกล่าว บอกต่อ และผ่องถ่ายกับผู้อื่นได้อย่างมีกำลัง
การเริ่มทำกับตนเอง คือ จัดการความรู้ภายในของตนเองนี้ เป็นราก เป็นฐานแห่งการจัดการความรู้ (Knowledge Base Management)
เมื่อฐานแข็งแรงเปรียบได้เหมือนต้นไม้ที่มีรากแก้ว เปรียบได้กับตึกที่มีเสาเข็ม ต้นไม้นั้นก็สามารถเจริญเติบโต ผลิดอก ออกผลได้
ครั้นเมื่อลมพายุนั่นคือปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาของผู้อื่น ปัญหาจากผู้อื่นถาโถมเข้ามาให้เราได้จัดการ ได้ใช้ความรู้จัดการตาม "หลักแห่งการจัดการความรู้ (Principles of Knowledge management)" เราก็สามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการ กระบวนการที่ควรจะเป็น
ผู้บริหาร นักการศึกษา ผู้นำองค์กร ที่เริ่มต้นจัดการความรู้ในตนเองเป็นลำดับแรก ลำดับที่หนึ่ง ก็จะ “รู้จักตนเอง” รู้จักจริตของตน แล้วนำจริตที่ถูกสั่งสมจากคน ที่หมักหมมอยู่ในองค์กรนั้นมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และความเหมาะสมกับตนนั้นเองเป็นสิ่งที่ “ถูกต้อง”
การเรียงลำดับโดยเริ่มต้นจากตนเองสู่ผู้อื่น
การเรียงลำดับโดยมีจุดเริ่มต้นจากภายในสู่ภายนอก
การเรียงลำดับเช่นนี้จักทำให้สรรพสิ่งที่มาเป็นโจทย์ให้ความรู้ได้จัดการนั้นสามารถหมุนวนเป็นกระบวนการแห่งการพัฒนาได้
เมื่อวงล้อภายในซึ่งเปรียบได้ดั่งเพลารถแข็งแกร่ง ตัวล้อเองซึ่งเป็นยางที่จะต้องสัมผัสและเสียดสีกับพื้นถนนที่มีทั้งเรียบและขรุขระนั้นก็จะแข็งแรงและมีความ “ยืดหยุ่น (Flexibility)” อย่างมีประสิทธิภาพ
เริ่มต้นจากการจัดการความรู้ภายในตนเองวันนี้ วันข้างหน้าเราจะมีความรู้ที่แข็งแกร่งและแข็งแรง เพียงพอ และ “เหมาะสม...”

เมื่อเรายังไม่มีความรู้ เราก็จะไม่มีความรู้มอบให้คนอื่น
หากเรายังไม่สามารถจัดการความรู้ของตนเองได้ เราก็ไม่สามารถจัดการความรู้ของผู้อื่น
เคยได้ยินคนเขาสอนว่า คนเรามักดูคนอื่น 90%ดูตนเอง 10%
มิน่า
มักส่งจิตออกนอก
แต่พอ หันมาดุตนเอง เห็น อะไรต่อมิอะไร เห็นกิเลสวิ่งวุ่นทั้งวัน
แล้วละก็
เหมือนเป็นมารเลย (เมื่อก่อนมองตัวเองดี)
แต่ก็โอเค เห็นเพื่อปรับปรุง