หากหวังให้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเยาวชนของประเทศ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องจริงจังกับการใช้หลักสูตรใหม่ “ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่ากับ การจริงจังกับการบริหารจัดการหลักสูตร อย่างเป็นระบบ” ไม่อยากได้ยิน คำว่า “หลักสูตรใหม่ ก็ยังงั้น ๆ ไม่แตกต่างจากหลักสูตรเดิม” ทั้งๆ ที่โดยแท้จริงแล้ว หลักสูตรที่ร่างขึ้น มีข้อดีมากมาย แต่ปัญหาอยู่ที่การจริงจัง-ไม่จริงจังกับการใช้หลักสูตรต่างหาก

    ในปี 2552 จะมีการทดลองนำร่องใช้หลักสูตรใหม่(หลักสูตร2551) ในโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ  เท่าที่มีข้อมูล จะมีการทดลองนำร่องอย่างน้อย เขตพื้นที่การศึกษาละ 3 โรงเรียน โดยในการใช้หลักสูตรใหม่ หลังจากที่ สพฐ./ศธ. ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางแล้ว(ซึ่งเป็นกรอบของหลักสูตรระดับประเทศ)  เขตพื้นที่การศึกษาจะต้องเสนอ “กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น ของเขตพื้นที่การศึกษา” หลังจากนั้น โรงเรียนต่าง ๆ จะไปจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา

ในสัปดาห์ที่แล้ว ผมเขียนเรื่อง “ทำอย่างไรให้มีการขับเคลื่อนหลักสูตร 2551 แบบมีพลัง” ที่ http://gotoknow.org/blog/sup001/230316 ปรากฏว่า คุณ  Small Man ได้เสนอว่า “ต้องขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมคุณภาพ”  ผมอ่านแล้ว เห็นด้วยกับคุณ Small Man แต่ก็ยังไม่มีแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนหลักสูตร นอกจากจะอาศัยกระบวนการพัฒนาหลักสูตร ตามที่เคยเรียนมา

เพื่อให้เกิดแนวคิดในการสร้างวัฒนธรรมคุณภาพในการบริหารหลักสูตร  ผมจะลองเสนอกรอบ แนวทางในการบริหารจัดการหลักสูตรระดับสถานศึกษา ดังนี้

1) จัดให้มีการประชาพิจารณ์ วิพากษ์ หรือวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางประเทศว่ามีหลักการ แนวปฏิบัติอย่างไร มีจุดเด่น จุดด้อย อย่างไรบ้าง เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรใหม่ ในกลุ่ม ครู คณะผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา และกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง

2) จัดให้มีการวิพากษ์กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น ที่พัฒนาโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

3) จัดให้มีการวิพากษ์ ร่างหลักสูตรสถานศึกษา ในกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกลุ่มต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง(กลุ่มครู-อาจารย์  คณะกรรมการสถานศึกษา  เครือข่ายผู้ปกครอง  แกนนำนักเรียน  แกนนำชุมชน ฯลฯ)

4) มีการทดสอบความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรใหม่ของครูและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ทุกคน เข้าใจหลักสูตร ตรงกัน

5) หลังจากครูผู้สอนแต่ละรายวิชา จัดทำแผนจัดการเรียนรู้เรียบร้อยแล้ว ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปี 2552 ควรจัดให้มีการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูผู้สอนในกลุ่มสาระเดียวกันก่อน โดยควรเชิญเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในเขตพื้นที่ ให้เข้าร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้

6) ในการทดลองใช้หลักสูตรภาคเรียนแรก ควรมีการจัดสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูกลุ่มสาระเดียวกัน อย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อเดือน

7) ส่งเสริมให้ครูผู้สอน ระดับรายวิชา มีการทดลอง วิจัยและพัฒนารูปแบบการสอน รูปแบบการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน อย่างหลากหลาย  อย่างเป็นระบบ

7) ในการประชุมประจำเดือนระดับสถานศึกษา ในปี 2552 ควรมีวาระพิเศษ รายงานความก้าวหน้าในการใช้หลักสูตรของกลุ่มสาระต่าง ๆจัดทำเป็นเอกสาร รายงานแบบสั้น ๆ ต่อที่ประชุม  โดยเฉพาะในประเด็นที่เห็นว่า เป็น Best Practice ของแต่ละกลุ่มสาระ

8) สถานศึกษาควรจัดทำฐานข้อมูล Best Practice(ฐานข้อมูลผ่านจอภาพ/ฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์)  ในการใช้หลักสูตรหรือในการจัดการเรียนการสอน เพื่อเปิดโอกาสให้ครูในโรงเรียน หรือระหว่างโรงเรียน ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน

9) เมื่อสิ้นภาคเรียนที่ 1 ปี 2552 ทุกสถานศึกษาที่ร่วมทดลองนำร่อง ควรจัดสัมมนาประเมินผลการใช้หลักสูตร ภาคเรียนที่ 1 โดยรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากหลายแหล่ง หลายลักษณะ ใช้ประกอบการสัมมนา(ควรเชิญกรรมการสถานศึกษา และเครือข่ายผู้ปกครอง ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมด้วย)

10) จัดให้มีการประชุมเตรียมความพร้อมในการทดลองใช้หลักสูตรภาคเรียนที่ 2/2552 ก่อนเปิดภาคเรียน

11) ดำเนินการตามรายการข้อ 5) ถึง 9) อีก 1 วงจร

12) สิ้นปีการศึกษา 2552  จัดให้มีการสัมมนาประเมินผลการทดลองนำร่องการใช้หลักสูตร โดยทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้จะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลการใช้หลักสูตรระดับกลุ่มสาระนำเสนอต่อที่ประชุม และสถานศึกษาจัดทำรายงานการประเมินความก้าวหน้าในการใช้หลักสูตร ระยะ 1 ปี ในภาพรวมของสถานศึกษา(ควรเชิญกรรมการสถานศึกษา และเครือข่ายผู้ปกครอง ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมด้วย)

หากหวังให้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเยาวชนของประเทศผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องจริงจังกับการใช้หลักสูตรใหม่ “ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่ากับ การจริงจังกับการบริหารจัดการหลักสูตร อย่างเป็นระบบ”  ไม่อยากได้ยิน คำว่า “หลักสูตรใหม่ ก็ยังงั้น ๆ  ไม่แตกต่างจากหลักสูตรเดิม”  ทั้งๆ ที่โดยแท้จริงแล้ว หลักสูตรที่ร่างขึ้น มีข้อดีมากมาย แต่ปัญหาอยู่ที่การจริงจัง-ไม่จริงจังกับการใช้หลักสูตรต่างหาก(ผมไม่มีโอกาสไปร่วมร่างหลักสูตร แต่หลังจากศึกษาหลักสูตรใหม่ ต้องยอมรับว่าทุกครั้งที่มีการพัฒนาหลักสูตร  ได้แฝงไว้ซึ่งสิ่งดี ๆ มากมาย)