นายขวัญกับปลาช่อนที่ขุดได้ในโคลนใกล้ขอบบ่อ
------------------------------
ความสุขเดิม ๆ ของชาวนา
ไม่ได้มีโอกาสไปดูชาวนาหาปลามานานแล้ว
เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาผมเคยไปร่วมกิจกรรมอย่างนี้อยู่ครั้งหนึ่ง
ซึ่งในครั้งนั้นจะสนุกมากเพราะได้ลงลุยจับปลาด้วยตัวเอง
เป็นการหาความสุข ที่พอมีอยู่ในแถบพื้นที่ชนบท
ไปทีไรจะรู้สึกผ่อนคลาย อดที่จะนึกถึงบรรยากาศสมัยเป็นเด็กไม่ได้
เมื่อราว ๆ 20 กว่าปีให้หลัง การหาปลาของชาวนาผื่นที่ทางภาคอีสานตอนบน
ถือได้ว่าเป็นการหาอาหารมาเพื่อเลี้ยงชีวิตของสมาชิกในครอบครัว
ชาวนาจะหาอาหารตามท้องไร่ท้องนา
เงินไม่มีสักบาทก็ยังสามารถอยู่ได้โดยไม่อดไม่อยาก
ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย มีข้าวเต็มนา มีปลาร้าหลายไห
ในธรรมชาติก็อุดมสมบรูณ์ไปด้วยของกินต่าง ๆ ที่นำมาปรุงเป็นอาหารตามฤดูกาล


แหล่งหาปลาไม่ใช้มีแค่ห้วย หนอง คลอง บึง ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเท่านั้น
แต่มีบ่อเก็บน้ำที่ชาวนาขุดขึ้นไว้ดักปลาหน้าแล้ง
เพราะหน้าแล้งเวลาน้ำแห้งขอดปลาก็จะมารวมกันในบ่อที่ขุดไว้
เมื่อได้เวลาชาวนาก็จะพาสมาชิกในครอบครัวมาวิดน้ำออกจากบ่อ
เพื่อจับปลามาทำอาหารกินกัน ปรุงกินกันสดๆ ริมขอบบ่อ
ถ้าเหลือก็นำมาแปรรูปเป็นปลาแห้ง ปลาส้ม ปลาร้า ปลาจ่อมเพื่อเก็บไว้กินได้นาน ๆ

ความสุขที่ได้ตั้งวงกินข้าวนอกบ้านกับครอบครัว เป็นปิคนิคของชาวนาไ ทย

แกงปลาร้อน ๆ น้ำพริกง่าย ๆ ผักสดปรอดสารพิษจากสวนผักของลุงเสมอ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การเปลี่ยนแปลงบนความสุขเดิม ๆ ของชาวนา
วิธีการในปัจจุบันใช้วิธีสูบน้ำออกจากบ่อโดยเครื่องยนต์สูบน้ำ เมื่อสมัย 20 ปีกว่า ๆ ชาวนาจะวิดน้ำด้วยคันโช่(โชงโลง)อุปกรณ์ที่มีด้ามยาวๆ สานด้วยไม้ไผ่ และมีโครงสร้างเป็นไม้ไผ่ ใช่วิดน้ำเข้านา

ภาพคันโซ่ที่ถูกเก็บไว้ใต้ถุน
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แล้วมันเปลี่ยนแปลงไปยังไง
ผมไม่ได้บันทึกภาพในขณะที่เขาใช้เครื่องยนต์สูบน้ำออกจากบ่อ เห็นแล้วทำใจที่จะไม่ให้คิดถึง Opec ไม่ได้ ไม่ใช้ว่าผมจะปฏิเสธเทคโนโลยีที่คนเรานำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต น้ำมันเป็นสินค้าที่ถูกส่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาขายให้เรากระทั้งเกิดเป็นเครือข่ายการค้าที่เชื่อมโยงกันไปทั่วโลก เหมือนเราได้แบ่งปั่นต้นทุนความสุขเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเรา ส่งไปให้ผู้ที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน ส่งให้เสียนานนมจนกระทั้งเขามีความสมบรูณ์พูนสุข สร้างความร่ำรวยมั่งคั่งให้เขาชนิดอย่างที่ช่วยไม่ได้
ธรรมชาติของคน มักจะมีนิสัยเหมือนกันทั่วโลก ชอบความสะดวกสบาย แล้วยังชอบปฏิเสธความผิดของตนเอง โยนคนผิดให้แก่คนอื่น (ตีเหมาแบบตรรกะ)

จากเมื่อก่อนใช้แรงกายวิดน้ำ ใช้แรงวัวแรงควายทำไร่ทำนา ใช้ม้า ใช้ช้างสำหรับการเดินทาง แต่เดียวนี้พวกเราได้เปลี่ยนวิถีชีวิตนั้นไปจนหมดสิ้นแล้ว นำพาเทคโนโลยีเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับวิถีชีวิตใหม่ จากที่เคยมีชีวิตสบาย ๆ แต่เดียวนี้กับมีแต่ความเร่งรีบ แข่งขันกับเวลา แข่งขันกันทำมาหากิน หากว่าเรายังคงใช้แรงงานเหมือนอย่างเมื่อก่อน เราก็คงไม่ทันกินคนอื่นเขา
ฤดูกาลเปลี่ยนไป อากาศเปลี่ยน โลกร้อนขึ้น น้ำท่วม พายุถล่ม ทุกอย่างเลวร้ายขึ้น คราวนี้เราคงจะไปโทษใครไม่ได้แล้ว เพราะเราทุกคนต่างก็รู้ตัวดีว่า นิสัยที่เหมือนกันของพวกเรามันแก้ไม่หายเสียแล้วหละ..
เพราะพวกเราเดินทางมาไกลเกินที่จะถอยหลังกลับเสียแล้ว คุณว่ามั้ย ? ? ?
ลุงเสมอปลูกผักปลอดสารพิษไว้กินที่เหลือกินก็เก็บไปขาย

กับพาหนะขนส่งสินค้าแบบพอเพียงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
