ไม่ว่าอะไร ถ้าเด็กและเยาวชนไม่ได้ประโยชน์ ต้องถือว่าเสียทั้งหมด

 

 

         Image and video hosting by TinyPic Image and video hosting by TinyPic 

 

ทำผลงานเพื่อขอเลื่อนวิทยะฐานะ
ด้วยการพัฒนาโรงเรียนทั้งโรงเรียนร่วมกัน

 

      “ ครูและผู้บริหารก้าวหน้า  แต่นักเรียนและบ้านเมืองถอยหลัง ”

       คำกล่าวอย่างนี้ ไม่รู้ว่าใครพูดบ้าง  ผู้เขียนขอยกมาเขียนไว้ในบรรทัดแรกอย่างนี้  คิดว่าน่าจะเป็นการเปิดเวทีวิวาทะที่น่าจะได้ผล  หรือยอมรับกันหมดทุกคน.......  ซึ่งก็ได้ผลอีกเช่นกัน

 

       ที่เขียนอย่างนี้เพราะ

 

       ผู้เขียนเชื่อว่า  มาตรการการกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อใช้ในฐานะที่เป็นเครื่องล่อให้ครูและผู้บริหารสร้างสรรค์วิชาการ ในขณะนี้ โดยหวังว่ามันจะส่งผลดีแก่เด็กและสังคมในที่สุดนั้น  เป็นความหวังที่สมหวังน้อยเหลือเกิน


       ถ้าข้อบ่งชี้  2  ประการนี้ตรงกับข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่  เชื่อได้ทันทีเลยว่า  ความในย่อหน้าถัดขึ้นไปนั้นจริง  โดยไม่ต้องทำวิจัย  2 ประการนั้นได้แก่  

      

 

 

   

 

  • ผลงานทางวิชาการโดยส่วนใหญ่แยกตัวออกมาจากบริบทของโรงเรียนและชุมชนค่อนข้างจะเด็ดขาด
  • ผลงานของครูหรือผู้บริหารบางคน  ครูหรือผู้บริหารเหล่านั้นไม่ได้ทำเอง

          เอาล่ะ ! ขอพูดแต่เพียงเท่านี้ก็แล้วกัน  ขอให้ไปเปิดเวทีอภิปราย
กันต่อนะครับ  
     

       ผู้เขียนมีความเห็นว่า  การสร้างผลงานเพื่อขอเลื่อนวิทยะฐานะ ควรดำเนินการตามแนวทางดังนี้ 

·       ทำในสิ่งที่เป็นปัญหาหรือความต้องการของโรงเรียนจริง ๆ

·       เป็นการดำเนินการร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ  ครู   ผู้บริหาร เด็ก และชุมชน

·       เป็นการดำเนินการในเชิงการพัฒนาปฏิบัติการ 

             การทำอย่างนี้ ก็คือการพัฒนาผลงานทางวิชาการควบคู่ไปกับการพัฒนาโรงเรียน 

             การทำอย่างนี้  ถ้ามองในเชิงการวิจัยก็อาจเรียกว่า การวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน  ซึ่งศาสตราจารย์ ดร.ทิศนา  แขมมณี และคณะได้นำให้เห็นแนวทางในการดำเนินการไว้แล้ว  โดยที่ท่านและคณะได้ลงไปร่วมดำเนินการกับคณะครูจากโรงเรียนต่าง ๆทั่วประเทศ  จำนวน  135  แห่ง  ดำเนินการในช่วง  2545-2547 ในชื่อโครงการวิจัยว่า“ชุดโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน ” มีเอกสารรายงานผลการวิจัยออกเผยแพร่เป็นซีรีส์ ซึ่งมีทั้งหมด  6  เล่ม สามารถหาอ่านได้โดยทั่วไป

             การทำอย่างนี้มีแต่ได้  ได้ทุกคน  ตั้งแต่  เด็ก ครู  ผู้บริหาร  ชุมชน  ศึกษานิเทศก์  หัวหน้างานต่าง ๆ รองผู้อำนวยการ  ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ ฯ  ผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆในกระทรวง  ผู้ตรวจฯ  เลขาธิการฯ   ปลัดฯ และถ้ารัฐมนตรีจะเอาไปเป็นผลงานงานก็ได้ เป็นรูปธรรม ไม่ยกเมฆ  

 

   แต่ใช้เงินก้อนเดียว
  ก็คือเงินงบประมาณ
  แผ่นดินนั่นละ
 

           

         

 

         

 

  


      
ซึ่งจะตรงกันข้ามกับรูปแบบที่ทำกันอยู่ขณะนี้  มีคนไม่กี่คนที่ได้  นอกนั้นเสีย  ที่สำคัญเด็กเสีย 

 

                  ไม่ว่าทำอะไร  ถ้าเด็กและเยาวชนไม่ได้
           ประโยชน์  ต้องถือว่าเสียทั้งหมด 

 

 ว่าม่ะ !!!!!!!        

    
48.gif picture by Amapola_album 48.gif picture by Amapola_album 48.gif picture by Amapola_album