ศิลปะของนักการทูต

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2551 ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตโอมานประจำกรุงนิวเดลี มีงานแสดงผลงานศิลปะองนักการทูตและคู่สมรสของนักการทูตต่างประเทศในอินเดียเ  7 ประเทศได้แก่ โคลัมเบีย เบลเยียม อิตาลี เยอรมัน   ตานาดา อียิปต์และไทย 

                       งานนี้จัดโดย  TMZ Group โรงแรม Metropolitan  และ Dhoomimal City Gallery โดยคุณ Babita Gupta และ Alka Raghuvanshi แห่ง Art Spice ซึ่งได้มีการนำผลงานศิลปะที่แสดงมาจัดทำปฏิทิน 2009 เพื่อจำหน่ายสำหรับการกุศลด้วย ผลงานศิลปะเหล่านี้ถูกถ่ายทอดจากใจของนักการทูตประเทศต่างๆ จากการที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในอินเดีย จนเกิดแรงบันดาลใจและแปลงออกมาเป็นงานศิลปะ หลายคนเป็นผู้รักศิลปะ ผลิตงานศิลปะเป็นงานอดิเรก และหลายคนก็อยู่ในแวดวงงานศิลปะแล้ว โดยเป็นระดับมืออาชีพทีเดียวอาทิ คุณเปรมรียา เปล่งรัตนะ  ดาลวิท ศิลปินไทย ภรรยานักการทูตจากสหภาพยุโรปประจำเดลี

                       ผมเองในฐานะนักการทูตจากประเทศไทย ซึ่งก็ไม่ได้เป็นศิลปินมีระดับอะไรแต่เป็นเพียงผู้ที่มีใจรักงานศิลปะและสร้างงานศิลป์เป็นงานอดิเรกในชีวิตประจำวัน และคงเป็นธรรมะจัดสรรกระมั้งที่ทำให้มีโอกาสในวันนี้ ได้ร่วมนำเสนอผลงานภาพวาดสีน้ำมันจำนวน 5 ภาพในงานนี้ด้วย

                       พูดถึงจุดขายของงานนี้ นับว่ามีประเด็นที่น่าสนใจเพราะผู้สร้างศิลปะต่างเป็นนักการทูตหรือภรรยานักการทูตซึ่งล้วนมีประสบการณ์ชีวิตผ่านมาในหลายประเทศการมาอยู่ในอินเดียต้องถือว่าเป็นประสบการณ์ที่พิเศษของแต่ละคน มุมมองที่มองอินเดียจึงหลากหลายและตามจินตนาการของแต่ละคน อีกทั้งอินเดียเป็นดินแดนแห่งความเหลือเชื่อ เป็นดินแดนแห่งสีสันและความงดงามของสิ่งต่างๆ ผลงานศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นมาในอินเดียจึงมีลักษณะเฉพาะตัว

                        สถานที่จัดงานนับว่าสวยงามมากเพราะคือทำเนียบเอกอัครราชทูตโอมานประจำอินเดีย เป็นอาคารทรงอาหรับที่กว้างใหญ่มีสวนที่สวยงามล้อมรอบ  แขกที่ได้รับเชิญในงานมีมากกว่า 250 คน จากวงการทูต บุคคลสำคัญต่างๆ ของอินเดีย ทำให้งานดูยิ่งใหญ่ไม่แพ้งานวันชาติเลยทีเดียว

                        ผลงานของผมทั้ง 5 ภาพนั้นมาจากชุดภาพสีน้ำมันจำนวน 13 ภาพที่ผมวาดในอินเดียในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2551 เป็นการวาดเพื่อนำเสนอสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งก็เป็นช่วงที่ผมมีแรงบันดาลใจพอดี ทั้งจากวิถีชีวิตส่วนตัว จากการทำงานและจากจินตนาการทางจิตเห็นภาพในใจอย่างไร ก็พยายามถ่ายทอดโดยวาดออกมาเช่นนั้น ภาพของผมจึงมีที่มา มีความหมายหลายประการและมักจะโยงกับชีวิตและธรรมะ ซึ่งหลังจากวาดได้ 13 ภาพพอดี ผมก็ไม่สามารถวาดได้อีกแม้แต่จะลากเส้นเพียงเส้นเดียว เพราะหมดแรงบันดาลใจแล้วนี่คือศิลปะ ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจก็ไม่สามารถจะผลิตงานศิลปะได้เลย

                 ภาพที่แสดงมีชื่อ ดังนี้ครับ                                  

เปลือกของจิต Bark of Mind 

 กิเลสในจิต Evil of Mind  

ในสวน In the Garden           

แสวงหา Quest    

ระลึกอดีต Remember

รายได้ส่วนหนึ่งนำไปช่วยการกุศล และในส่วนของผม จะนำไปตั้งเป็นกองทุนส่งเสริมกิจกรรมพุทธศาสนาระหว่างไทยและอินเดีย