แนะนำอหาร
งานกุหลาบเหมันต์ เชียงใหม่ 2551

วันที่ 19 - 21 ธันวาคม 2551 
ณ เจ เจ กู๊ดเทสต์ มาร์เก็ต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
 

งานกุหลาบเหมันต์ เชียงใหม่ 2551 (Chiang Mai Rose Growers Group’s ANNUAL ROSE SHOW 2008) ซึ่งเป็นงานแสดงกุหลาบประจำปี ของกลุ่มผู้ปลูกกุหลาบเชียงใหม่ ที่จัดติดต่อกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2530 ปีนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันศุกร์ ที่ 19 ถึงวันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม 255 ที่ เจ เจ กู๊ดเทสต์ มาร์เก็ต ถนนอัษฎาธร (ถนนแยกจากซุเปอร์ไฮเวย์ ข้างโลตัส ตลาดคำเที่ยง) ด้วยการสนับสนุน ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ในงานมีการประกวดกุหลาบดอก และกุหลาบกระถาง นิทรรศการ “กุหลาบจากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์” นิทรรศการ “พระราชชายาเจ้าดารารัศมี กับกุหลาบจุฬาลงกรณ์” แสดงผลงานการผสมพันธุ์กุหลาบที่ทำในประเทศไทย สาธิตการทำดอกกุหลาบแห้ง แข่งขันวาดภาพกุหลาบสำหรับนักเรียน แข่งขันจัดดอกไม้ ภายในบริเวณงานตกแต่งประดับด้วยกุหลาบในรูปแบบต่างๆ มีที่จัดไว้สำหรับผู้มาชมงานถ่ายภาพเป็นที่ระลึก งานปีนี้เน้นให้ความรู้แก่ผู้ปลูกกุหลาบสมัครเล่นโดยเฉพาะ ด้วยการสาธิตวิธีติดตา กุหลาบ ให้ความรู้ในการปลูกเลี้ยงกุหลาบด้วยนิทรรศการต่าง ๆ แนะนำ ตอบปัญหาในการปลูกเลี้ยงกุหลาบโดยผู้มีประสบการณ์ ที่ คลินิคกุหลาบ 

งานกุหลาบเหมันต์เชียงใหม่ เป็นงานที่คนปลูกกุหลาบของเชียงใหม่จัดเพื่อกุหลาบและคนที่รักกุหลาบ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ในงานไม่มีการจำหน่ายสินค้า นอกจากดอกกุหลาบ ต้นพันธุ์กุหลาบ และไม้ดอก ไม้ประดับของสมาชิกเท่านั้น จึงเป็นงานที่สวยสงบ ด้วยบรรยากาศของงานแสดงดอกไม้โดยแท้ 

กลุ่มผู้ปลูกกุหลาบเชียงใหม่จึงขอเชิญท่านที่สนใจกุหลาบมาเที่ยวชม งานกุหลาบเหมันต์ เชียงใหม่ 2551 ได้ระหว่างวันที่ 19 ถึง 21 ธันวาคม ศกนี้ ที่ เจ เจ กู๊ดเทสต์มาร์เก็ต ถนนอัษฎาธร เชียงใหม่ งานเปิดตั้งแต่ 9.00 น.ถึง 20.00 น การคมนาคมไปมาถึงสถานที่จัดงานสะดวก ที่จอดรถกว้างขวาง ไม่เก็บค่าผ่านประตู และค่าจอดรถ

ดูดาว จังหวัดเชียงใหม่


ในปี พ.ศ. 2520 ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ดำเนินการสร้างหอดูดาวขึ้น ณ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 12 บนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย มีอาณาบริเวณ 4.5 ไร่ ที่ระดับความสูง 789 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน นามหอดูดาวแห่งนี้ว่า “หอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” 

ปัจจุบันหอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีกล้องดูดาวและอุปกรณ์อันทันสมัยมากมาย เพื่อใช้ทางด้านการจัดการเรียนการสอนมีการเรียนการสอน ในสาขาดาราศาสตร์ทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา มีการวิจัยทางด้านดาราศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ โดยมีอุปกรณ์หลักคือ กล้องดูดาวแบบสะท้อนแสง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 นิ้ว (0.5 เมตร) ชนิด ริชชี-เครเทียน พร้อมระบบบันทึกสัญญาณทางอิเลกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย เช่น เครื่องโฟโต อิเลกตริก โฟโตมิเตอร์ (Photoelectric Photometer), เครื่อง ซีซีดี โฟโต มิเตอร์ (CCD Photometer) และ เครื่อง ซีซีดี สเปกโทรกราฟ (CCD Spectrograph)พร้อมด้วยระบบคอมพิวเตอร์อันทันสมัย ซึ่งเป็นกล้องดูดาวที่มีประสิทธิภาพและขนาดใหญ่ที่สุดใน ประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีกล้องดูดาวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 นิ้ว, 11 นิ้ว, 8 นิ้ว, 5 นิ้ว, 4 นิ้ว, 3 นิ้ว และ 2 นิ้ว 

นอกจากนี้ได้จัดให้มีการบริการทางวิชาการแก่ชุมชนมาตลอดระยะเวลายาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 ทั้งที่หอดูดาวและนอกสถานที่ ช่วงฤดูหนาวในแต่ละปีจะมีช่วงอากาศดี ปราศจากเมฆหมอก เหมาะสมมากในการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ จะมีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจมาขอใช้บริการของหอดูดาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ซึ่งกิจกรรมมีตั้งแต่การให้ความรู้ พื้นฐานทางดาราศาสตร์โดยวิทยากรจากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การสอนให้สังเกตกลุ่มดาวต่าง ๆ การชมวิดิทัศน์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทางด้านดาราศาสตร์ ตลอดจนการดูดาวและวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจต่าง ๆ เช่นหมอกเพลิง กระจุกดาว ดาราจักร ฯลฯ ผ่านกล้องดูดาว ขนาดต่าง ๆ ของหอดูดาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

นอกจากนั้นภายในบริเวณเดียวกันยังมีศูนย์ศึกษาดาราศาสตร์ภาคเหนือเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี สมเด็จย่านี้ แสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจทางด้านดาราศาสตร์ ของพระมหากษัตริย์ไทย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ห้องแสดงนิทรรศการดาราศาสตร์กับภูมิปัญญาไทย ห้องแสดงนิทรรศการกิจกรรมด้านดาราศาสตร์ในประเทศไทย ตลอดจน นิทรรศการความก้าวหน้าทางด้านดาราศาสตร์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังจะมีการรวมเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยงข้องกับดาราศาสตร์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมดาราศาสตร์ระดับชาติ เช่น สุริยุปราคาเต็มดวง การปรากฎของดาวหางเป็นต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 5394 1940 โทรสาร 0 5389 2910, www.science.cmu.ac.th/observatory, E-mail: [email protected]

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี


 

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ดำเนินการภายใต้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน )ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในพื้นที่ตำบลแม่เหียะ  ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง และตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 10 กิโลเมตร
 
ส่วนแสดงสัตว์ในโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ประกอบด้วย

-Jaguar Trail นักท่องเที่ยวสามารถเดินพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยรอบทะเลสาบ (Swan Lake) ระยะทาง 1.2 กม. โดยมีจุดเริ่มต้นจากอาคารลานนาวิลเลจด้านร้านอาหาร และสิ้นสุดที่ทางออกใกล้เรือนวารีกุญชร ตลอดระยะทางจะพบกับสัตว์ป่ามากกว่า 400 ตัว หรือ 50 ชนิด อาทิเช่น เสือขาว เสือจากัวร์ หนูยักษ์คาปิลาลา เสือลายเมฆ สมเสร็จบราซิล ม้าแคระ ฮิปโปแคระ ลิงอุรังอุตัง เสือดำ ลิงกระรอก หมีโคอาล่า แมวดาว นกกระเรียนหงอนพู่ นากใหญ่ขนเรียบ ลามา นกคลาสโซโนวี่ เสือปลา ฯลฯ
-Predator Prowl ส่วนแสดงสัตว์ป่าประเภทสัตว์กินเนื้อ ประมาณ 200 ตัว นักท่องเที่ยวจะสัมผัสความตื้นเต้นกับสัตว์นักล่าที่มึความดุร้ายโดยรถ Tram ขนาด 60 ที่นั่ง ตามระยะทาง 2.13 กม. อาทิเช่น เสือโคร่งขาว เสือโคร่งอินโดจีน เสือโคร่งเบงกอล สิงโต หมาป่าแอฟริกา หมีควาย หมีหมา กวางเจมส์บ็อค กวางไนยาร่า กวางขาวสปริงบ็อค กวางดำสปริงบ็อค หมาจิ้งจอก อูฐสองโหนก ฯลฯ

-Savanna Safari ส่วนแสดงสัตว์ป่าประเภทสัตว์กีบและสัตว์กินพืชที่มีถิ่นอาศัยในแถบทุ่งหญ้าซาวันนา ประมาณ 320 ตัว นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสสัตว์อย่างใกล้ชิด โดยรถ Tram ขนาด 60 ที่นั่ง ตามระยะทาง 2.43 กม. อาทิเช่น เลียงผา กวางผา กระทิง แรดขาว ไฮยีน่า เสือชีต้า วีลด์เดอบีส ยีราฟ จามรี ละอง ละมั่ง กวางกาเซลล์ หมูป่า กวางบาราสิงกา ฯลฯ โดยระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะพบกับสถาปัตยกรรมจำลองเวียงกุมกาม ซึ่งสะท้อนถึงส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่

-และในพื้นที่บริการจะเป็นหมู่บ้านล้านนา ซึ่งเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมก่อสร้างที่ผสมผสานระหว่างรูปแบบแอฟริกาและไทยลานนา ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์อาหาร ศูนย์รวมสินค้า OTOP ของที่ระลึก และเป็นถานีรับ-ส่งนักท่องเที่ยวไปยังส่วนแสดงสัตว์ และด้านข้างอาคารยังมีลานน้ำพุดนตรี (Fun Plaza) สำหรับเด็กๆ ได้เล่นน้ำขณะรอขึ้นรถ

อัตราค่าเข้าชม

กลางวัน
 ชาวไทย              ชาวต่างชาติ
 เด็ก     25            เด็ก     50
 ผู้ใหญ่  50            ผู้ใหญ่  100
 
 กลางคืน
 ชาวไทย              ชาวต่างชาติ
 เด็ก     125          เด็ก     300
 ผู้ใหญ่  250          ผู้ใหญ่  500
 
เวลาเข้าชม
ช่วงกลางวัน 
 จันทร์-ศุกร์ 13.00-16.00
 เสาร์-อาทิตย์ 10.00-16.00
ช่วงกลางคืน 
 ทุกวัน 18.00-24.00

หมายเหตุ
- เข้าฟรี : สำหรับเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 100 ซม.
- รถลากพ่วง : ให้บริการระหว่างเวลา 19.00-22.30 น.

การเดินทาง จากเมืองเชียงใหม่ไปตามถนนห้วยแก้ว เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 121 ไปอำเภอหางดง ประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี  

ที่พัก เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี รีสอร์ท บริการบ้านพัก และสถานที่ตั้งเต็นท์พักแรมสำหรับนักท่องเที่ยว สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. 0 5399 9015, 0 5399 9079, 0 5399 9000 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 5399 9079 เว็บไซต์ www.chiangmainightsafari.com