“เราไม่ได้สู้เพื่อใคร...เราอยู่เพื่อกันและกันถ้าแม่ไม่มีหนูแม่คงตายไปแล้วอย่างที่พูดไปว่าโค้งที่แล้วก็ตายแล้วลูกแต่เพราะแม่มีหนูนะแม่มีกำลังใจอยากเห็นหนูมีความสุขเราจะพูดกันเสมอ”

แม่ติ๋วแห่ง ''บ้านโฮมฮัก''

  

          นางสุธาสินี   น้อยอินทร์หรือ“แม่ติ๋วของเด็กๆแห่งบ้านโฮมฮักจ.ยโสธร ที่นี่มีเด็ก ที่ตกเป็นเหยื่อภัยอาชญากรรม อย่างเช่น ถูกข่มขืน ถูกทารุณกรรม ติดยาเสพติด และติดเชื้อเอดส์ มาพักพิง กว่า 10ชีวิตซึ่งไม่ใช่ให้แค่ที่พักพิงแต่เสมือนปลายทางแห่งรักเติมต่อลมหายใจแก่ทุกชีวิตในบ้านแห่งนี้ที่ล้วนพบบาดแผลกายและใจเช่นติดเชื้อเอดส์จากพ่อแม่ถูกสังคมกีดกันเพราะบุพการีเป็นเอดส์ติดยาเสพตbfถูกกระทำทารุณกรรมถูกล่วงละเมิดทางเพศฯลฯ

        แม้ทุกคนอยู่ในภาวะนอกสารบบสังคมทว่าความตายไม่ใช่สิ่งที่เด็กบ้านโฮมฮักกลัวมากเท่ากับการไม่ได้รับความรัก....

        ด้วยพลังรักแม่ติ๋วจึงสามารถต่อสู้และอยู่กับอาการป่วยมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้ายนานถึง8ปีทั้งที่ไม่ยอมเข้ารับการรักษาใดๆใช้เพียงวิธีฝังเข็มและดีท็อกซ์แต่ที่สำคัญได้พลังของเสียงหัวเราะดวงตาคำพูดจากเด็กๆซึ่งแม่ติ๋วบอกว่าเรามีชีวิตอยู่ได้เพราะเขาเช่นเดียวกับหลายคนมาที่นี่แล้วกลับไปด้วยกำลังใจและโทรศัพท์กลับมาบอกว่าสร้างอะไรหรือให้อะไรที่อื่นจะรู้สึกว่าชั่วครู่ชั่วยามแต่รอยยิ้มของเด็กสายตาของเด็กที่มองด้วยส ายตาขอบคุณติดไปจนถึงบ้าน

             “พบคุณหมอรอบนี้คุยกับหมอหลายท่านว่าถ้าพี่ไปคนเดียวโอกาสตายมีสูงกว่าแต่ถ้าไปทั้งฝูงเลยได้ไหมให้เราได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวหรือให้เราไปๆกลับๆได้ไหมอยู่ที่นี่แล้วพี่รู้สึกแข็งแรงมีแรงมีพลังขับรถได้กอดได้อะไรได้แต่พอไปนอนคนเดียวอยู่ในที่ดีอย่างไรมีคนหาให้กินอย่างไรใจก็ไม่ได้ถอยหลังไปเรื่อยๆมันเป็นความสุขเวลาคุยแม่เห็นดวง ตาเขาพลังใดก็ไม่เท่าพลังรักบุญกุศลใดที่กลับมาสู่ผู้ให้สู้บุญกุศลที่ทำกับเด็กไม่ได้เลยเพราะเด็กบริสุทธิ์เด็กไม่ได้รู้สึกให้มากให้น้อยให้เท่าไรหนูก็พอใจหันมาดูหนูบ้างแม่ติ๋วบอกด้วยรอยยิ้มขณะอุ้มเด็กป้อนนมโดยมิได้นำพากับท้องตัวเองที่พองโตด้วยก้อนมะเร็ง

            

เช่นเดียวกันที่ทุกวันแม่ติ๋วบอกเด็กๆเสมอว่าแม่รักหนูเพราะไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับพวกเขาซึ่งไม่ได้ต้องการอะไรเพียงต้องการรู้ว่าเรารักเขาไหมแม้ทุกคนรู้ว่าเราไม่ใช่แม่จริงๆแต่ลูกรู้ว่าทุกวันนี้เขาอยู่ที่นี่อย่างอบอุ่นและเป็นสุขมีคนคนหนึ่งสู้เพื่อเขาลูกเข้าใจจริงๆเขาสัมผัสได้

           “เราไม่ได้สู้เพื่อใคร...เราอยู่เพื่อกันและกันถ้าแม่ไม่มีหนูแม่คงตายไปแล้วอย่างที่พูดไปว่าโค้งที่แล้วก็ตายแล้วลูกแต่เพราะแม่มีหนูนะแม่มีกำลังใจอยากเห็นหนูมีความสุขเราจะพูดกันเสมอ

              ความรักที่แม่ติ๋วมอบแก่เด็กๆบ่มเพาะจากชีวิตที่เจ็บปวดเมื่อต้องแย่งชิงความรักจากพ่อที่มีหลายครอบครัวแม่ติ๋วจึงนำบทเรียนบางตัวมาปฏิบัติกับเด็กได้ทุกวันนี้อย่างไม่มีเงื่อนไขด้วยความคิดว่าถ้าสงสารหรือเวทนาวันหนึ่งเขาจะโตแบบไม้คดแล้วดัดไม่ได้เพราะเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำสังคมรับได้ไม่ได้แต่ถ้าเลี้ยงเพราะเข้าใจรู้ว่าอะไรทำให้เขาเป็นเขาจะโตอย่างงดงามเป็นไม้ที่ใช้ประโยชน์ได้ในอนาคตแต่ถ้าเพราะรักสงสารและเวทนาก็ทุ่มก็ถมลงไปเขาจะไม่รู้เพราะเรามีแต่ให้

แม่ติ๋วเชื่อมั่นว่าการเลี้ยงเด็กถ้ารู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาเป็นรู้ว่าบาดแผลคืออะไรและรักษาเยียวยาถูกจุดเด็กจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วถ้าเราปิดบาดแผลได้ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยไม่กดทับศักดิ์ศรีหรือไม่ได้คิดว่าเพราะฉันเธอถึงรอดหรือไม่คิดเรื่องบุญคุณเขาจะงดงามชีวิตก็ต้องมองกันด้วยชีวิตจะเอามาตรฐานของใครไปจับกันและกันก็คงไม่ได้เด็กบ ้านนี้ติดเชื้อเอดส์เหมือนกันแต่ต้องแก้ต่างกันเพราะที่มาของการติดก็ต่างกัน

           

ด้วยความทุ่มเทด้วยความรักของแม่ติ๋วบวกกับระยะหลังมีกระแสของสังคมเข้ามาช่วยเหลือมากขึ้นแม่ติ๋วจึงเห็นเด็กๆมีความสุขขึ้นกับตรงนี้มีคนมารักมาเข้าใจจากเมื่อก่อนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้อยู่แค่หน้าบ้านเราไปรับของบริจาคหน้าบ้านแต่หลังจากมีสื่อออกคนเข้ามาเยี่ยมเด็กสัมผัสความรักได้จริงๆมีความสุขขึ้นกับตรงนี้เขารู้สึกว่ามีที่ยืนบ้าง คนไม่ได้รังเกียจเอดส์แล้วเขายินดีต้อนรับแขกจากเมื่อก่อนเก็บตัวหนีเพราะรู้ว่าคนที่มองเขาด้วยสายตาแบบจะติดไม่ติดจะจับไม่จับดีจะอุ้มดีไหมเขาไม่ได้ถูกมองด้วยสายตาแบบนั้นแล้ว

           แม้ต่อชีวิตด้วยพลังรักได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจทว่าแม่ติ๋วรู้ดีว่าไม่อาจหนีพ้นกฎธรรมชาติจึงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าหากกระแสธารน้ำใจที่เคยหยิบยื่นหดหายไปตามกาลเวลาลูกๆนับร้อยชีวิตจะเป็นเช่นไรเนื่องจากปัจจุบันค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลของบ้านโฮมฮักต่อเดือนตกหลักหลายแสนบาทเพราะบ่อยครั้งมีเรื่องโรคแทรกซ้อนต้องเข้าโรงพยาบาลซึ่งบางค รั้งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเอกชนด้วยเหตุผลว่าโรงพยาบาลรัฐไม่อนุญาตให้เฝ้าตลอดเวลาแต่สมาชิกบ้านโฮมฮักอยู่ด้วยความเชื่อในพลังรักพลังใจการสัมผัสจึงอยากอยู่เคียงข้างลูกเพื่อสัมผัสและให้กำลังใจ

              

ทุกวันนี้ที่เรามีชีวิตเพราะทุกอย่างเตรียมการไว้แล้วร่วงเมื่อไหร่ก็ได้จะเสียชีวิตเมื่อไรก็ไม่เคร่งเครียดเพราะว่าเป็นมูลนิธิแล้วแต่มีสิ่งหนึ่งที่กลัวคือถ้าพวกเขาโตขึ้นแต่กระแสของสังคมจางลงอนาคตของเด็กๆเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่วิตกยังมองหาช่องทางอยู่”.

              ภายหลังก่อตั้งบ้านโฮมฮักมากว่า20ปีจึงจดทะเบียนเป็นมูลนิธิสุธาสินีน้อยอินทร์เพื่อเด็กและเยาวชนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อเป็นพินัยกรรมสำหรับรับประกันความอยู่รอดของเด็กๆหากแม่ติ๋วไม่มีโอกาสได้อยู่ดูแลพวกเขาแล้วปัจจุบันมีเด็กกำพร้ากว่า110ชีวิตโดยแม่ติ๋วและคุณแม่ที่สุขภาพแข็งแรงอีก6คนเป็นผู้ดูแลผู้มีจิตกุศลจะช่วยเหลือมูลนิธิสุธาสินีน้อยอินทร์เพื่อเด็กและเยาวชนเลขที่3หมู่12บ้านประชาสรรค์ต.ตาดทองอ.เมืองจ.ยโสธรโทร.0-4572-2241สมทบทุนช่วยเหลือได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์เลขที่บัญชี561-2-21187-7